สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 18

เมื่อความซึนเริ่มทำงาน

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"กรี๊ด! พี่ทิวาขา คือว่า... น้ำปิงไม่ได้ตั้งใจจะขัดจังหวะความสวีทนะคะ แค่... แค่เห็นว่าพี่พายดูหน้าซีดๆ เลยพาน้ำตาลในเลือดมาเติมให้ด่วนจี๋ค่ะ!" เสียงแหลมปนตื่นเต้นของน้ำปิงดังทะลุเข้ามาในสตูดิโอ ทำเอาบรรยากาศสีชมพูละมุนที่เพิ่งก่อตัวขึ้นระหว่างเราเมื่อวินาทีที่แล้วระเหยกลายเป็นอากาศธาตุในพริบตา พายรีบผละออกจากระยะประชิดของทิวาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้รุ่นน้องตัวแสบที่ยืนตาใสแป๋วถือแก้วชานมไข่มุกพูนๆ สองมือราวกับเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลก ทิวาถอนหายใจออกมาเบาๆ สีหน้านิ่งเรียบที่มักจะซ่อนความหงุดหงิดไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววระอาอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปวิศวะสีเลือดหมูขยับถอยหลังเว้นระยะห่างตามมารยาท ก่อนจะปรายตามองแก้วชานมไข่มุกในมือของน้ำปิงด้วยสายตาที่วิเคราะห์ลึกซึ้งราวกับกำลังตรวจแปลนโครงสร้างตึกถล่ม "ไข่มุกพูนแก้ว ครีมเทียมล้นทะลัก และน้ำตาลร้อยเปอร์เซ็นต์" ทิวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าหมั่นไส้ "ถ้าอยากให้คนไข้... หมายถึงรุ่นพี่ของเธอช็อกคาโต๊ะสตูดิโอเร็วขึ้น เธอก็ทำสำเร็จแล้วล่ะน้ำปิง" "โห, พี่ทิวาอ่ะ! นี่มันเมนูเยียวยาจิตวิญญาณสถาปนิกผู้ยากไร้นะคะ" น้ำปิงทำหน้ามู่ทู่ เถียงกลับเสียงอ้อมแอ้ม "พี่พายทำงานโต้รุ่งจนหน้าตอบหมดแล้วเนี่ย ให้กินของอร่อยๆ เติมพลังหน่อยไม่ได้หรือไงคะ" พายปรายตามองรุ่นน้องตัวดี ก่อนจะหันไปตวัดสายตาคมใส่คนปากร้ายที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ "ปากคอเรานี่มันยังไงนะคะทิวา คนหวังดีเขาเอามาให้กินไม่ได้เอามาให้วิจารณ์โครงสร้างทางเคมีสักหน่อย" "ก็ไม่ได้วิจารณ์โครงสร้าง แค่วิจารณ์ความไร้สติของคนซื้อ" ทิวายัก كتف เล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นเลื่อนกลับมามองหน้าพายที่ยังคงมีร่องรอยความอ่อนล้าใต้ดวงตาชัดเจน แม้จะพยายามกลบเกลื่อนด้วยเครื่องสำอางราคาแพงแค่ไหนก็ไม่อาจปิดบังความจริงที่ว่าคนตรงหน้าโต้รุ่งติดต่อกันมาสามคืนติดเพื่อปั่นโมเดลส่งอาจารย์ได้เลย บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ น้ำปิงที่สัมผัสได้ถึงรังสีความกดอากาศต่ำที่เริ่มแผ่ซفออกจากตัวรุ่นพี่ทั้งสอง รีบวางแก้วชานมลงบนโต๊ะแบบลวกๆ แล้วชิ่งหนีทันที "เอ่อ... น้ำปิงนึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบกระดาษไขไว้ที่ห้องภาควิชา งั้นขอตัวก่อนนะคะพี่พาย พี่ทิวา สู้ๆ นะคะ!" ประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่ชวนให้ใจเต้นแรงเหมือนก่อนหน้านี้ มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันจากสายตาของทิวาที่จ้องมองมาทางพายเขม็ง "น้ำปิงมันพูดถูกส่วนหนึ่ง" ทิวาทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่จริงจังกว่าเดิม "เธอโต้รุ่งมาสามวันแล้วพาย และสภาพเธอก็บ่งบอกชัดเจนว่าภูมิต้านทานกำลังจะพัง" พายกอดอกเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็นเด็ดขาด "เรื่องของฉันค่ะ งานของฉัน โมเดลของฉัน ฉันบริหารเวลาเองได้ ทิวาไม่ต้องมา..." "บริหารเวลา?" ทิวาทวนคำเสียงสูง รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากนิดๆ ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวเข้ามาประชิดตัวพายอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนพายต้องผถะถอยหลังจนสะโพกไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน "บริหารเวลายังไงถึงปล่อยให้ตัวเองหน้าซีดเป็นกระดาษ A4 แบบนี้ ข้าวเที่ยงก็ไม่กิน กาแฟดำอัดเข้าไปแทนน้ำเปล่า สมองเธอคิดอะไรอยู่ ถึงได้ทำร้ายร่างกายตัวเองขนาดนี้" "ฉันกินข้าวแล้วกัน!" พายเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ในใจจะแอบสะดุ้งนิดๆ เพราะความจริงคือเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามื้อล่าสุดกินอะไรเข้าไปตั้งแต่เมื่อวาน "โกหก" ทิวาเอ่ยสั้นๆ แต่เฉียบขาด ดวงตาคมกริบก้มมองลงมาสำรวจใบหน้าของพายใกล้จนเกินระยะปลอดภัย "คนกินข้าวแล้วมือจะไม่เย็นเฉียบแบบนี้" พูดจบ มือหนาของทิวาก็ืเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของพายขึ้นมาดื้อๆ พายตกใจจนเผลอจะชักมือกลับ แต่แรงบีบที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นกลับตรึงข้อมือเธอไว้แน่น นิ้วเรียวยาวของทิวาสัมผัสโดนผิวเนื้อที่เย็นเฉียบของเธอโดยตรง ความอุ่นซ่านจากฝ่ามือของอีกฝ่ายส่งผ่านเข้ามาจนพายเผลอกลั้นหายใจ "ปล่อยนะทิวา จะทำอะไร" พายพยายามดึงมือกลับด้วยความเขินปนหงุดหงิด ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะสัมผัสใกล้ชิดนี้กันแน่ "พาไปกินข้าว" ทิวาตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตที่ไม่อนุญาตให้ปฏิเสธ "แล้วก็หยุดดื้อสักที พาย เธอยังมีโปรเจกต์ใหญ่อีกครึ่งทาง ถ้าล้มป่วยตอนนี้ โมเดลที่ทำมาทั้งหมดได้พังคามือแน่ๆ" "แต่โมเดลของฉัน..." "โมเดลมันรอได้ แต่กระเพาะเธอมันรอไม่ได้" ทิวาตัดบทเสียงเฉียบ ร่างสูงวางแผนเสร็จสรรพด้วยการคว้ากระเป๋าเป้ของพายมาสะพายไว้บนไหล่ข้างหนึ่ง มืออีกข้างยังคงกุมข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้มีโอกาสปฏิเสธ พายเม้มปากแน่น อยากจะอ้าปากเถียงกลับไปสักร้อยแปดคำว่าเธอยังเคลียร์งานไม่เสร็จ แต่พอเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาคู่คมที่ฉายแววความห่วงใยเจือความดุอยู่นั้น คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ ความซึนของทิวัก็เป็นแบบนี้เสมอ ปากบอกว่ารำคาญ ปากบอกว่าเตือนด้วยเหตุผล แต่การกระทำกลับคอยบังคับและดูแลเธออย่างเผด็จการทุกที เราเดินออกจากสตูดิโอ ท่าماมกลางสายตาล้อเลียนจากรุ่นน้องและเพื่อนร่วมคณะที่เดินสวนไปมา แต่ทิวากลับทำเป็นไม่สนใจ ร่างสูงจูงมือเธอเดินตรงไปยังโรงอาหารคณะสถาปัตย์ที่ตอนนี้เริ่มเงียบเหงาเพราะล่วงเลยเวลาพักเที่ยงมานานแล้ว "นั่งตรงนี้ ห้ามลุกไปไหนเด็ดขาด" ทิวากดไหล่พายให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวยาวริมหน้าต่าง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในร้านขายอาหารตามสั่งที่ยังเปิดอยู่ พายมองตามแผ่นหลังกว้างของคนที่กำลังยืนสั่งอาหารด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในอก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเหนื่อยล้า กลับถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นแปลกประหลาดที่ค่อยๆ แผ่ซ่านเข้ามาในความรู้สึก ทิวาเป็นแบบนี้เสมอ... คนที่ชอบทำตัวน่าหมั่นไส้ใส่ในเวลาปกติ แต่พอถึงเวลาวิกฤต กลับเป็นคนแรกที่ก้าวเข้ามาจัดการทุกอย่างให้โดยไม่เอ่ยคำหวานเลี่ยนสักคำ ไม่นานนัก ทิวาก็เดินกลับมาพร้อมกับถ้วยข้าวต้มร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของขิงและกระเทียมเจียวเตะจมูก พร้อมกับน้ำเกลือแร่หนึ่งขวด วางลงตรงหน้าพายอย่างเบามือ "กินให้หมด ถ้วยนี้ฉันสั่งพิเศษใส่ขิงเยอะๆ จะได้ช่วยขับลมและแก้อาการเวียนหัวของเธอ" ทิวาทรุดตัวลงนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ถอดแว่นสายตาออกแล้ววางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะมองหน้าเธอด้วยสายตากดดัน "ถ้ากินเหลือแม้แต่คำเดียว ฉันจะยึดกุญแจสตูดิโอเธอจริงๆ ด้วย" พายค้อนใส่คนขู่ฟอดๆ หนึ่งที แต่ก็ยอมตักข้าวต้มเข้าปากคำหนึ่ง รสชาติกลมกล่อมและความอุ่นของอาหารช่วยบรรเทาความอ่อนล้าในร่างกายลงได้จริงๆ รสชาติขิงเผ็ดร้อนช่วยปลุกความสดชื่นขึ้นมาทีละน้อย "อร่อยไหมล่ะ" ทิวาถามเสียงนุ่มขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ดวงตาคู่คมมองท่าทางกินข้าวของเธอด้วยความพึงพอใจ "ก็... พอใช้ได้ค่ะ" พายตอบอุบอิบ หลบสายตาวาววับคู่นั้นที่มองมาด้วยความเอ็นดู บรรยากาศระหว่างเราเงียบลงอีกครั้ง แต่เป็นความเงียบที่ผ่อนคลายและเต็มไปด้วยความอบอุ่น ทิวานั่งเท้าคางมองเธอเงียบๆ โดยไม่เร่งเร้าอะไรปล่อยให้เธอได้กินข้าวต้มอุ่นๆ จนเกือบหมดถ้วย จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือของทิวาที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นครืดขึ้นมาหน้าจอแสดงชื่อของ "กวิน" รุ่นพี่ปี 4 คู่ปรับตัวฉกาจที่คอยหาเรื่องขัดขวางโปรเจกต์ของพวกเขามาตลอด ทิวาก้มลงมองหน้าจอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากแวบหนึ่งก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเรียบสนว่า "ว่าไงครับรุ่นพี่กวิน เรื่องพื้นที่ตึกนั่น... มีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า" พายชะงัก ช้อนในมือค้างเติ็ง ความสนใจทั้งหมดถูกดึงกลับมาที่บทสนทนาตรงหน้าทันที ทิวาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอผ่านโต๊ะอาหาร แววตาคมกริบฉายประกายความท้าทายบางอย่างที่ทำให้พายรู้ทันทีว่า... เรื่องราวใหญ่โตกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตความซึนของยัยน้องกับพี่วิศวะคนปากแข็งมาจนถึงตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%