สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม•ตอนที่ 20

ระยะห่างที่หายไป

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ถ้ามึงยังไม่อยากโดนกูเอาคัตเตอร์ปาดคอ ไสหัวออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้เลยนะไอ้กวิน!" เสียงหวีดตวาดของพายดังลั่นห้องสตูดิโอสถาปัตยกรรมจนเศษฝุ่นกระดาษชานอ้อยแทบจะร่วงกราวลงมาจากโต๊ะทำงาน แต่เป้าหมายของการไล่อย่างกวินกลับทำแค่เลิกคิ้วหนาขึ้นข้างหนึ่ง ร่างสูงโปร่งในชุดช็อปเปื้อนสีอะคริลิกไม่ได้ขยับเขยื้อนหนີไปไหน ซ้ำยังหย่อนสะโพกพิงขอบโต๊ะดราฟต์อย่างสบายอารมณ์ ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเพลงร็อกกวนประสาทที่เธอเกลียดเข้าไส้ "ปากคอเราะร้ายสมเป็นเด็กปีสามคณะนี้ดีนี่พาย... แต่ก่อนจะเอาคัตเตอร์มาปาดคอพี่ ช่วยก้มลงไปมองโมเดลที่หนูเพิ่งกรีดพลาดเมื่อกี้ก่อนไหม ว่าเส้นมันเบี้ยวจนตึกคณะเราจะกลายเป็นหอคอยปิซ่าอยู่แล้ว" พายสูดลมหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เธออยากจะกรี๊ดใส่หน้าไอ้รุ่นพี่จอมกวนคนนี้ให้หูดับไปข้าง ทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นรอยตัดของคัตเตอร์บนโฟมบอร์ดที่เอียงกะเท่เร่จริงๆ อย่างที่มันว่า ทำให้คำด่าทอที่เตรียมไว้ต้องกลืนกลับลงคอไปพร้อมกับความแค้นเคือง ทว่าในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ทิวาก็เดินถือแก้วกาแฟเย็นเฉียบเข้ามาแทรกกลางระหว่างสองคน "เลิกกัดกันเป็นหมาซอยนี้สักนาทีจะได้ไหมพาย กวินเขาก็แค่... พูดความจริงในมุมของคนเคยทำโปรเจกต์นี้มาแล้ว" ทิวายื่นแก้วกาแฟให้พายพร้อมกับปรายตามองเพื่อนสาวที่กำลังพองขนใส่เขาเหมือนแมวขู่ "รับไปซะ จะได้หายร้อนใน... ส่วนพี่กวินครับ ถ้ายังไม่เลิกกวนตีนเพื่อนผม ผมจะฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาว่าพี่แอบเอาเบียร์ซุกไว้ใต้โต๊ะเขียนแบบ" กวินหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ยอมผละร่างออกจากโต๊ะแต่โดยดี นัยน์ตาคมกริบที่มักจะฉายแววเจ้าเล่ห์เพทุบายยามจ้องมองพาย เปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเขากวาดสายตามองกระดาษร่างผังโครงการ (Master Plan) ที่กางอยู่บนโต๊ะ "ว่าแต่... ที่พวกเธอสองคนนั่งเครียดกันข้ามวันข้ามคืนเนี่ย เพราะกำลังติดปัญหาเรื่องการเชื่อมโยงพื้นที่สาธารณะกับตึกคณะสถาปัตย์เก่าใช่ไหมล่ะ" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความกวนประสาทแบบเมื่อครู่ พายชะงักมือที่กำลังจะหยิบปากกาเมจิกขึ้นมาแก้เส้น เธอมองหน้ากวินอย่างระแวดระวัง "รู้ได้ยังไง หรือแอบมาคุ้ยถังขยะดูงานพวกฉัน?" "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะ... ฉันแค่มองจากมุมที่ยืนอยู่ก็รู้แล้วว่าพวกเธอพยายามจะยัดเยียดตึกคอนกรีตทรงโมเดลกล่องสี่เหลี่ยมลงไปในพื้นที่อนุรักษ์ โดยลืมคิดไปว่าจิตวิญญาณของตึกเก่ามันคือ 'ความโปร่งโล่ง' ที่เปิดรับลมธรรมชาติ" กวินเอื้อมมือหยิบปากกาเคมีจากมือพายไปอย่างไร้มารยาท ก่อนจะลากเส้นโค้งพริ้วไหวทับลงไปบนกระดาษไขโปร่งแสงที่ทิวากับพายช่วยกันร่างมาตลอดสามวัน ภาพเส้นตรงแข็งกระด้างที่เคยขัดแย้งกัน ถูกมือหนาของรุ่นพี่ปีสี่ตวัดแก้ไขเพียงไม่กี่เส้น จนเกิดเป็นโถงทางเดินกระจกใสโค้งรับกับทิศทางลมประจำถิ่นอย่างน่าอัศจรรย์ ช่องเปิดโล่งถูกปรับเปลี่ยนให้เชื่อมต่อสวนหย่อมภายในกับตัวอาคารเรียนได้อย่างแนบเนียน ไร้รอยต่อระหว่างอดีตและอนาคตอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด พายอ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว เธอลืมความโกรธเคืองที่มีต่อเขาไปชั่วขณะ สมองส่วนหน้าประมวลผลตามเส้นสายที่กวินเพิ่งร่างขึ้นสดๆ ร้อนๆ มันไม่ใช่แค่การแก้แบบเพื่อส่งงานให้ผ่านไปที แต่มันคือวิสัยทัศน์เดียวกันกับที่เธอและทิวาเคยถกเถียงกันจนดึกดื่นเมื่อคืนก่อน "นี่มัน..." พายพึมพำออกมาเบาๆ "ตึกไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขังคนให้อยู่ในกรอบ แต่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ชีวิตข้างในมันหายใจได้ต่างหาก" กวินเงยหน้าขึ้นสบตาพายที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของเขาไม่มีความเยาะเย้ยหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังและประกายบางอย่างที่สะท้อนเงาของความตั้งใจจริง "ถ้าพวกเธออยากให้โปรเจกต์นี้รอดจากการโดนอาจารย์เฉ่งในวันพรีเซนต์... ลองมองภาพอนาคตที่ตึกนี้มันไม่ได้ยืนอยู่โดดๆ สิ แต่ให้มันกลายเป็นพื้นที่ที่คนทุกรุ่นเดินเข้ามาแล้วรู้สึก 'หายใจทั่วท้อง' เหมือนตอนที่เราก้าวเข้ามาเรียนปีหนึ่ง" ทิวายืนกอดอกเงียบๆ มองการสนทนาระหว่างเพื่อนสาวกับคู่ปรับตัวฉกาจ รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ เขาเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่า ระยะห่างระหว่างพายกับกวินที่เคยมีกำแพงอคติสูงลิ่ว มันเริ่มพังทลายลงทีละน้อยผ่านเส้นสายบนกระดาษแผ่นนี้ "เฮ้ย..." พายทวนคำพูดนั้นในใจ สมองของเธอกำลังแล่นฉิว ภาพอนาคตของอาคารสถาปัตยกรรมที่เธอฝันอยากจะเห็นมันถูกเนรมิตขึ้นมาจริงๆ เริ่มซ้อนทับกับเส้นร่างของกวินอย่างน่าประหลาดใจ ความคิดสร้างสรรค์ที่เคยตีตันกลับทะลักทลายออกมาเหมือนเขื่อนแตก "ถ้าเราดึงเอาโครงสร้างเหล็กเดิมมาทำเป็นระเบียงนั่งเล่นกลางแจ้งล่ะ... ทิศตะวันตกจะได้ไม่โดนแดดเลียจนร้อนตับแตกด้วย" "ความคิดไม่เลวเลยนี่เด็กปีสาม" กวินยกย่องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนน่าหมั่นไส้ "ถ้าคิดได้แบบนั้นแล้ว ก็ลุกขึ้นมาช่วยกันแก้แบบซะสิ... ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจไม่ช่วยพวกเธอจริงๆ" พายหันไปมองหน้าทิวา ทั้งคู่สบตากันด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิม ทิวาพยักหน้ารับเบาๆ เป็นเชิงอนุญาตให้เธอลุยต่อได้เต็มที่ มือเรียวของพายหยิบไม้บรรทัดทีสเกลขึ้นมาใหม่อีกครั้ง พลังงานบางอย่างที่ขับเคลื่อนด้วยความฝันและอนาคตในงานออกแบบที่ตรงกัน ทำให้บรรยากาศในห้องสตูดิโอแคบๆ นี้อบอวลไปด้วยความกระตือรือร้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เวลาล่วงเลยไปจนเงาของตึกสูงด้านนอกทอดยาวทับถมกัน ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันหลายวันเริ่มแสดงผลออกมาทางอาการหาวหวอดของทิวา แต่พายกลับยังคงก้มหน้าก้มตาลงหมึกรายละเอียดส่วนสุดท้ายด้วยความมุ่งมั่น โดยมีกวินที่คอยนั่งจิบกาแฟกระป๋องมองดูเธอเงียบๆ อยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะดราฟต์ ในจังหวะที่พายเอื้อมมือไปหยิบยางลบที่กลิ้งไปตกอยู่ริมขอบโต๊ะ ปลายนิ้วของเธอกลับไปปัดโดนแก้วกาแฟเย็นที่ทิวาทิ้งไว้จนมันเอียงกะเท่เร่ น้ำสีดำสนิทไหลทะลักลงมาตามแนวโต๊ะมุ่งตรงเข้าหากระดาษโปรเจกต์ฉบับสมบูรณ์ที่เพิ่งแก้เสร็จหมาดๆ! "ระวัง!" กวินพุ่งพรวดเข้ามาด้วยความเร็วสูง มือหนารวบเอวบางของพายเข้าหาตัวแล้วดึงกระชากถอยหลังสุดแรง ในขณะที่มืออีกข้างคว้ากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพ้นรัศมีน้ำกาแฟได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงจากการดึงทำให้พายเซถลาล้มลงไปอยู่ในอ้อมกอดของกวินอย่างเต็มรัก แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสีอะคริลิกโชว์หึ่งเข้าจมูก ระยะห่างนับเมตรที่เคยมีระหว่างกันถูกลบหายไปจนไม่เหลือพื้นที่แม้แต่อากาศผ่าน พายแข็งค้างในอ้อมแขนนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง ทว่าเมื่อเธอดันตัวออกเพื่อจะต่อว่า เขากลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอจนสั่นสะท้าน "เกือบไปแล้วไหมล่ะ... มือไม้ซุ่มซ่ามแบบนี้ สงสัยต้องมีคนคอยดูแลใกล้ๆ ตลอดเวลาซะแล้วมั้งยัยตัวแสบ" กวินกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์ที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบ ทว่าทั้งคู่กลับไม่มีใครสนใจมัน สายตายังคงประสานกันนิ่งท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทันใดนั้นเอง... ประตูห้องสตูดิโอที่ควรจะล็อกไว้ กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาเสียงดังลั่น พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารกองโตในมือ "พาย! อาจารย์เรียกประชุมด่วนเรื่อง... อุ๊ย! ขอโทษที ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย?" — ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจ —
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปัตย์หัวใจไม่ให้รั่วซึม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%