แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น•ตอนที่ 2

มิติลับกับกระเป๋าวิเศษ

ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวฟ่างขึ้นราพวกนี้มากองไว้ที่หน้าประตูเรือนของข้าอีกแม้แต่กระสอบเดียว อย่าหาว่าข้าคนนี้ใจร้ายไม่ยอมเตือนก็แล้วกัน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นที่เกาะตามขอบหน้าต่างไม้เก่าๆ ร่วงกราวลงมา หลินฟางเซียนยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาดอกท้อคมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษกวาดตามองร่างท้วมของป้าสะใภ้ใหญ่ที่กำลังหน้าเสีย ถอยหลังกรูดลงจากบันไดเรือนแทบไม่ทัน นี่คือเช้าวันที่สองหลังจากนางย้ายเข้ามาอยู่ในเรือนหลังน้อยท้ายไร่ชาอันรกร้างแห่งนี้ ญาติผู้พี่และป้าสะใภ้ผู้หน้าหนาตระกูลเว่ยยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะสูบเลือดสูบเนื้อ สัตว์พวกนี้คิดว่านางเป็นสะใภ้กำพร้าที่ไร้ที่พึ่ง จะบีบก็ตาย จะkaiก็รอดเหมือนชาติก่อนกระมัง? น่าเสียดาย... หลินฟางเซียนคนเดิมในอดีตอาจจะยอมให้พวกมันโขกสับ แต่สำหรับเชฟมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ทะลุมิติมาพร้อมกับระบบคลังสมบัติวิหารเซียนในหัว... หึ! การสั่งสอนคนพวกนี้ให้รู้สำนึก ก็เหมือนกับการคั่วใบชา หากไฟอ่อนเกินไปจะไม่มีกลิ่นหอม หากไฟแรงเกินไปจะไหม้เกรียม นางจึงต้องใช้ "ไฟพอดี" เพื่อให้พวกมันเจ็บจนจำไปจนวันตาย! "นัง... นังเด็กปากดี! แกกล้าดียังไงมาไล่ผู้ใหญ่!" ป้าสะใภ้ใหญ่ชี้หน้าด่าด้วยความโมโหจนตัวสั่นเทา แต่พอปะทะเข้ากับสายตาดุจพญาเหยี่ยวที่ส่งตรงมา นางก็พลันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ถอยกรูดหนีหายลับไปหลังแนวพุ่มชาอย่างรวดเร็ว ฟางเซียนพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ปัดฝุ่นบนมือราวกับรังเกียจสิ่งสกปรก นางหันหลังกลับเข้าสู่ความเงียบสงบภายในบ้านพักโครงสร้างไม้ไผ่ผสมดินปั้น ทว่าบรรยากาศภายในกลับแตกต่างจากภายนอกลิบลับ ทันทีที่ประตูปิดลง ความเย็นสบายราวกับไอหมอกบนยอดเขาสูงก็โอบล้อมร่างของนางไว้ กลิ่นหอมจางๆ ของชาอู่หลงชั้นเลิศลอยวนอยู่ในอากาศ นี่คือพื้นที่พิเศษที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับจิตวิญญาณของนาง—"มิติรังชาสวรรค์" "โฮะๆ ระบบอัปเกรดเลเยอร์ที่หนึ่งสำเร็จแล้วสินะ" ฟางเซียนพึมพำกับตัวเองขณะกวาดสายตามองพื้นที่กว้างขวางเบื้องหน้า ภายในมิตินี้ไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า แต่เบื้องหน้าของนางคือแปลงดินสีดำสนิทที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ขนาดประมาณหนึ่งหมู่ (ราว ๆ หนึ่งในหُกของเอเคอร์) ตรงกลางมีบ่อน้ำทิพย์ไอน้ำพวยพุ่งจางๆ ด้านข้างเป็นชั้นวางไม้ไผ่ที่ตอนนี้ว่างเปล่า ทว่าที่มุมห้องกลับมีกระเป๋าผ้าใยกัญชาเนื้อหยาบใบหนึ่งวางอยู่ มันคือ "กระเป๋าวิเศษมิติซ้อนมิติ" ที่ระบบเพิ่งปลดล็อกให้เมื่อครู่ หญิงสาวก้าวเข้าไปใกล้ หยิบกระเป๋าใบนั้นขึ้นมาพิจารณา น้ำหนักเบาจนแทบไม่รู้สึก แต่พนางลองส่งจิตเข้าไปสำรวจ... ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความระทึกใจ "ให้ตายเถอะ... นี่มันคลังแสงขนาดย่อมชัดๆ!" ภายในกระเป๋าใบนี้ไม่ใช่แค่ช่องเก็บของธรรมดา แต่มันแบ่งออกเป็นช่องย่อยนับร้อยช่อง ช่องหนึ่งสามารถบรรจุของได้ไม่จำกัดน้ำหนัก ขอแค่ใส่เข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเกษตรระดับไฮเทค เมล็ดพันธุ์พืชหายากจากยุคปัจจุบัน หรือแม้แต่ตำราอาหารลับที่นางเคยบันทึกไว้ ทุกอย่างถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยระบบออโต้ ฟางเซียนทดลองคิดถึงเมล็ดพันธุ์ชาเขียวป่าพันธุ์ดีที่สูญพันธุ์ไปแล้วในยุคนี้ เพียงแค่เสี้ยววินาที เมล็ดพันธุ์สีเขียวมรกตนับร้อยเมล็ดก็ร่วงหล่นลงมาบนฝ่ามือของนางทันที กลิ่นหอมสดชื่นของใบชาอ่อนๆ เตะจมูกจนชื่นใจ "ยอดเยี่ยม... มีเจ้านี่ การสร้างเนื้อสร้างตัวในยุคทุรกันดารนี้คงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปนัก" นางยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ทว่า ในขณะที่นางกำลังสนุกสนานกับการสำรวจฟังก์ชันการเก็บของและเร่งเวลาการเจริญเติบโตของพืชในมิติ เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน *ก๊อก ๆ ๆ* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ แต่ทว่าเต็มไปด้วยพลังอันหนักแน่นตามวิสัยของชายชาตรี ฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย ดึงสติออกจากมิติในพริบตา นางรีบจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วเดินไปเปิดประตู ปรากฏร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกเว่ยอิงสามีหมาดๆ ของนางยืนอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่ค่อนข้างเก่าแต่สะอาดสะอ้าน ใบหน้าคมคายราวกับถูกแกะสลักจากหินผา ริมฝีปากเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ดวงตาคมปลาบที่มักจะมองศัตรูในในสนามรบด้วยความดุดัน บัดนี้กลับฉายแวความกังวลและเก้ๆ กังๆ อย่างเห็นได้ชัด ในมือหยาบกร้านของเขามีกระติกน้ำพกพาและห่อผ้าใบเล็ก เว่ยอิงกวาดสายตามองสำรวจภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรวดเร็ว เพื่อให้แน่ใจว่านางไม่ได้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่ป้าสะใภ้มาอาละวาดเมื่อครู่ (ซึ่งเขาแอบเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจากริมรั้ว แต่เลือกที่จะยืนดูเชิงเพราะเชื่อมั่นในฝีปากของภรรยา) "เจ้า... ไม่เป็นไรใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามอย่างเก้ๆ กังๆ ใบหูคมเข้มขึ้นสีแดงจางๆ อย่างปิดไม่มิด ฟางเซียนกะพริบตาปริบๆ มองสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์แต่คลั่งรักคนนี้ หัวใจที่เคยแข็งกระด้างจากการต่อ1สู้ในชีวิตก่อน กลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด นางแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาว ยื่นมือไปจับแขนเสื้อของเขาแล้วทำหน้าออดออเซาะ "พี่อิง... รังแกยากเย็นเหลือเกินเจ้าค่ะ พวกเขาเอาข้าวฟ่างขึ้นรามาให้ข้ากิน ข้ากลัวแทบตายแน่ะท่าน..." นางแกล้งบีบน้ำตาหนึ่งหยดเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร เว่ยอิงหน้าเปลี่ยนสีทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา มือใหญ่กำหมัดแน่นจนข้อต่อปูดโปน "บังอาจ... ข้าจะไปจัดการพวกมันเดี๋ยวนี้!" "อุ๊ย! อย่าเพิ่งใจร้อนสิเจ้าค่ะ สามี..." ฟางเซียนรีบดึงแขนเขาไว้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก "จัดการพวกนั้นตอนนี้ก็เสียดายแรงเปล่าๆ สู้เรามาดูนี่ดีกว่า..." พูดจบ นางก็ลากจูงสามีหนุ่มเข้ามาในห้องปิดประตูลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะผายมือไปยังสำรับอาหารที่นางเพิ่งแอบหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกจาก "กระเป๋าวิเศษ" มาปรุงสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่ บนโต๊ะไม้ตัวเก่า มีหม้อดินเผาส่งควันกรุ่น กลิ่นหอมเย้ายวนของเนื้อไก่ป่าตุ๋นยาจีนผสมผสานกับกลิ่นหอมละมุนของใบชาอู่หลงคั่วใหม่ๆ และข้าวสวยร้อนๆ เม็ดอวบอ้วนที่ส่งกลิ่นหอมหวลไปทั่วทั้งห้องจนชวนน้ำลายสอ เว่ยอิงชะงักงัน จมูกโด่งคมสูดกลิ่นหอมเข้าปอดลึกโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "นี่คือ...?" "นี่คืออาหารกลางวันฝีมือภรรยาของท่านอย่างไรเล่าเจ้าค่ะ" ฟางเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายแห่งความมั่นใจ "กินเสียให้เต็มที่ แล้วค่อยบอกข้าว่า... ท่านจะจัดการพวกตัวน่ารำคาญพวกนั้นอย่างไรดี?" ในวินาทีที่เว่ยอิงกำลังจะตักซุปเข้าปาก กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารจานเด็ดก็พวยพุ่งทะลุหน้าต่างไม้ไผ่ ลอยละليไปตามสายลมโชยเข้าจมูกของชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่กำลังเดินผ่านไปมา จนทุกคนต้องหยุดชะงักและหันขวับมามองที่เรือนหลังน้อยท้ายไร่ชาเป็นตาเดียว! --------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมกรุ่นของชาและความอบอุ่นในครอบครัวนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%