"ถ้าพวกแกยังไม่ออกไปจากเขตบ้านหลังนี้ภายในสามวินาทีนี้ อย่าหาว่าฉันคนนี้ไม่เตือนก็แล้วกัน!"
เสียงตบโต๊ะดังสนั่นจนเศษฝุ่นที่เกาะตามขื่อไม้ร่วงกราวลงมาปะทะกับพื้นกระดานเก่าๆ กลิ่นอับชื้นของเรือนพักมุงจากในยุคเจ็ดศูนย์คละคลุ้งปะปนกับกลิ่นเหงื่อไคลของคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนล้อมรอบเตียงไม้ไผ่
หลินฟางเซียนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่ความพร่ามัว ปลายประสาทสัมผัสรับรู้ถึงความเจ็บแปลบที่บริเวณขมับซ้าย ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเธอ... หรือพูดให้ถูกคือ วิญญาณของเชฟสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดผู้ครอบครองเชฟเทเบิลชื่อดัง ได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของหญิงสาวชาวไร่ตระกูลหลิน ผู้เพิ่งกินยาพิษฆ่าตัวตายด้วยความคับแค้นใจเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้
ความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ทั้งเรื่องหนี้สินก้อนโตที่พี่ชายตัวดีแอบเอาโฉนดที่ดินแปลงเล็กไปจำนอง การถูกกดขี่ข่มเหงจากป้าสะใภ้จอมหน้าเลือด และสามีหนุ่มผู้เป็นนายทหารที่ถูกส่งตัวไปประจำการยังแนวหน้า เหลือทิ้งไว้เพียงสัญญาแต่งงานที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"อุ๊ยตาย หลินฟางเซียน นังเด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน ปีนี้แกผูกขาดความซวยมาให้ตระกูลเรายังไม่พออีกหรือไง? สามีทหารทิ้งๆ ขว้างๆ แถมยังไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาข้าวมากรอกหม้อ ปล่อยให้พวกฉันต้องมานั่งอดตายตามแกเนี่ยนะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของนางเผิง ป้าสะใภ้ผู้มีใบหน้าอวบอิ่มแต่แววตากลับโลภโมกเมสันดังทะลุโสตประสาท หล่อนกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยความดูถูกเหียดหยาม มือข้างหนึ่งชี้หน้าฟางเซียนราวกับอีกฝ่ายเป็นทาสในเรือนเบี้ย
ฟางเซียนค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นพิงหัวเตียงไม้ไผ่ แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่แววตาคู่คมกลับฉายประกายเยือกเย็นราวกับคมมีดที่เพิ่งผ่านการลับจนขึ้นเงา บรรยากาศรอบตัวเธอกดดันจนนางเผิงและลูกพี่ลูกน้องอีกสองคนที่ยืนสมรู้ร่วมคิดอยู่ด้านหลังถึงกับชะงักไปชั่วขณะโดยไม่รู้ตัว
นี่หรือคือญาติผู้พึ่งพาได้? รีดไถจนหยดสุดท้ายไม่พอ ยังจะมาฮุบเรือนพักหลังน้อยที่เหลืออยู่เป็นที่สุดท้ายอีก รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว
"สามวินาทีที่ฉันพูดถึง... หมดลงแล้วครับ" ฟางเซียนจงใจใช้น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ทว่าคำพูดที่หลุดออกมากลับทำให้คนฟังต้องขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป
"แกพูดเรื่องอะไรของแกวะ นังนี่ท่าจะสติหลุดเพราะพิษไข้จริงๆ!" พี่ชายลูกพี่ลูกน้องนามว่าหลินเฉียงทำท่าจะพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าคอเสื้อของเธอ
แต่เร็วกว่าแสง ฟางเซียนคว้าขันน้ำพลาสติกเก่าๆ ข้างเตียงที่ยังมีน้ำขุ่นขลังอยู่ครึ่งขัน สาดใส่หน้าอีกฝ่ายเต็มรัก!
ซ่า!
"เฮ้ย! ทำบ้าอะไรวะ!" หลินเฉียงสะดุ้งสุดตัว มือปัดป่ายเช็ดใบหน้าเปียกปอนด้วยความตกตะลึง
"เรียกสติของแกกลับมาไง หลินเฉียง" ฟางเซียนก้าวลงจากเตียง สัมผัสแรกจากพื้นไม้เย็นเฉียบไม่ได้ทำให้ความเร่าร้อนในการต่อสู้ลดลงเลยแม้แต่น้อย เธอยืนหยัดเต็มความสูง แม้ร่างกายจะผอมบางแต่กลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างประหลาด "จำใส่สมองอันน้อยนิดของพวกแกไว้ให้ดี ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าวสารสักเม็ด น้ำสะอาดสักหยด หรือแม้แต่เศษดินในไร่ชาแห่งนี้ ก็ไม่มีวันตกถึงท้องพวกปลิงอย่างพวกแกอีกแม้แต่เซนติเมตรเดียว ไสหัวออกไป!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ นางเผิงอ้าปากค้างด้วยความคาดไม่ถึง นังเด็กนี่ปกติหัวอ่อนยิ่งกว่าเต้าหู้เหตุใดวันนี้จึงกลายร่างเป็นพยัคฆ์ร้ายไปได้
"ดี! เก่งนักนะนังฟางเซียน แกจำคำพูดวันนี้ไว้ให้ดี ถ้าพวกฉันไปแล้ว อย่าคลานมาซบหน้าขอความช่วยเหลือจากบ้านใหญ่ก็แล้วกัน ไปโว้ย!" นางเผิงสะบัดหน้าพรืด ลากลูกชายและหลานสาวเดินกระแทកเท้าออกจากเรือนพักไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำด้วยความแค้นเคือง
เมื่อแผ่นลับสายตาของพวกคนน่ารำไส้หายลับไป ฟางเซียนจึงถอนหายใจยาวเหยียด ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไปจริงๆ แค่ขยับตัวไม่กี่กระบวนท่าก็ทำให้เหงื่อกาฬไหลซกแล้ว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงประหลาดก็ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ
[ติ๊ง! ระบบมิลเลนเนียลชาหอมหมื่นลี้ทำการเชื่อมต่อสำเร็จ...]
[ตรวจพบเจ้าของร่าง: หลินฟางเซียน]
[ปลดล็อกเลเยอร์ที่ 1: แปลงปลูกชาหมื่นลี้และมิติห้องครัววิเศษ พร้อมคลังวัตถุดิบเริ่มต้น]
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อภาพในจินตนาการปรากฏเป็นพื้นที่โล่งกว้างสีขาวสะอาดตา ตรงกลางมีแปลงชาเขียวขจีที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนผ่อนคลายลอยอบอวลไปทั่ว พร้อมทั้งอุปกรณ์ครัวสเตนเลสสตีลเงาวับและวัตถุดิบชั้นเลิศที่ไม่น่าจะหาได้ในยุคสมัยนี้วางเรียงรายอยู่ครบครัน
นี่มัน... ของขวัญจากฟ้าประทานสำหรับเชฟมือหนึ่งอย่างเธอชัดๆ!
ฟางเซียนยกย่องมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ ความยากจนข้นแค้นและหนี้สินก้อนโตในโลกนี้หรือ จะสู้ฝีมือปลายจวักและไหวพริบของอดีตเชฟระดับแถวหน้าได้
เธอตัดสินใจเดินไปที่ห้องครัวเล็กๆ ท้ายเรือนเพื่อสำรวจเสบียงที่มีอยู่ สิ่งที่พบมีเพียงแป้งข้าวโพดเก่าๆ ขึ้นราและเกลือป่นหยาบๆ ไม่กี่หยิบมือ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ในเมื่อมีมิติวิเศษอยู่ในมือแล้ว การจะพลิกฟื้นสถานะและตบหน้าพวกญาติจอมปลอมคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
ฟางเซียนดึงวัตถุดิบชั้นดีจากในมิติออกมาอย่างเงียบเชียบ เธอเลือกใช้ใบชาเขียวสดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวจากแปลงวิเศษ นำมาผสมผสานกับแป้งสาลีเนื้อละเอียดและเนื้อหมูสามชั้นติดมันที่แล่มาอย่างประณีต ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเครื่องเทศลอยฟุ้งกระจายผ่านรอยแตกของผนังไม้เก่าๆ ออกไปสู่ภายนอก
กลิ่นหอมเย้ายวนใจของอาหารสูตรลับเฉพาะตัว ค่อยๆ ลอยตามสายลมยามสายแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหมู่บ้านภูเขาอันเงียบสงบ จนทำให้ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาถึงกับต้องหยุดฝีเท้าสูดดมความหอมนั้นด้วยความฉงนสนเท่ห์
ในขณะที่ฟางเซียนกำลังบรรจงทอดแป้งทอดไส้ชาหมูสามชั้นในกระทะเหล็กจนส่งเสียงซู่ซ่าชวนน้ำลายสออยู่นั้นเอง...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและมั่นคงของใครบางคนก็หยุดลงที่หน้าประตูรั้วไม้ไผ่ที่ผุกร่อน
ฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว เธอนิ่งฟังเสียงฝีเท้านั้น พร้อมกับที่บานประตูเรือนถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินและหยาดเหงื่อ
ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม นัยน์ตาดุคมราวกับเหยี่ยวจ้องมองมาที่เธอ นิ่งสนิท ทว่ากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายซึ่งยากจะคาดเดา
นั่นคือ... ร้อยเอกเว่ยอิง สามีตามกฎหมายที่เธอไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าตาชัดๆ ตั้งแต่แต่งงานกันมา!
และเขากลับมาในจังหวะเวลาที่นรกส่งมาโปรด... หรือส่งมาให้ปวดหัวกันแน่?
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกลิ่นชาหอมกรุ่นในบทนี้ครับ
แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมเก่า
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!