รอยแผลเป็นบนหลังมือของเว่ยอิงไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนในสมรภูมิ หากแต่เกิดจากกิ่งชาป่าที่ถูกปล่อยให้รกร้างมานานแรมปีจนกลายเป็นหนามแหลมคม
"ฟางเซียน ถอยไปข้างหลังก่อนครับ ตรงนี้รกทึบเกินไป เกรงว่าพิษงูหรือพวกแมลงมีพิษจะทำร้ายคุณเอาได้"
ร้อยเอกหนุ่มเอ่ยปากเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเรื่อย ขณะใช้มีดพร้าในมือฟันกิ่งไม้ระเกะระระกะที่ขึ้นปกคลุมแปลงชาขั้นบันไดออกไปทีละถาง สองถาง แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อทหารสีเขียวเข้มชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้อไวกระชับยามออกแรงแสดงถึงความแข็งแกร่งของชายชาติทหาร ทว่าแววตาที่หันกลับมามองภรรยาสาวกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยเจือความเกรงใจอย่างประหลาด
หลินฟางเซียนไม่ยอมถอย เธอกลับก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกสองก้าว มือเรียวถือกระบอกน้ำไม้ไผ่ที่บรรดาน้ำชาอุ่นๆ ผสมน้ำผึ้งป่าส่งยื่นให้เขา พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กซับเหงื่อตามกรอบหน้าคมคายนั้นอย่างเบามือ
"ถ้าฉันกลัวงูหรือกลัวความลำบาก ป่านนี้คงกราบญาติผู้พี่แล้วยอมจำนนให้พวกเขาฮุบเรือนหลังนั้นไปแล้วล่ะค่ะ... เอ๊ย... นะครับ" ฟางเซียนเผลอหลุดปากใช้สรรพนามเคยชิน ก่อนจะรีบแก้คำพูดพร้อมกับค้อนใส่สามีหนุ่มวงใหญ่เมื่อเห็นมุมปากหยักลึกนั้นยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ผมชอบเวลาที่คุณดื้อกับผมมากกว่าเวลาที่คุณยอมเงียบนะครับ" เว่ยอิงรับกระบอกน้ำมาดื่มอึกใหญ่ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณ "ไร่ชาแปลงนี้... สภาพย่ำแย่กว่าที่คิดไว้มาก ดินขาดการบำรุง รากแก้วของต้นชาบางส่วนเน่าเพราะน้ำขังในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา หากจะฟื้นฟูให้กลับมาเก็บใบชาที่มีคุณภาพดีพอนำไปคั่วชาชั้นเลิศตามที่คุณต้องการ เกรงว่าต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือน และต้องใช้แรงงานมหาศาล"
ฟางเซียนไม่ได้แสดงสีתอท้อถอย เธอหันไปมองทัศนียภาพเบื้องหน้า ไร่ชาบนเนินเขาสูงชันแห่งนี้ แม้ในยามนี้จะเต็มไปด้วยวัชพืช ร่องรอยความเสียหาย และกิ่งก้านที่แห้งเหี่ยว แต่ในมิติในหัวใจของเธอกลับมองเห็นภาพอนาคตอันรุ่งโรจน์ ใบชาเขียวขจีที่สะท้อนแสงแดดยามสาย กลิ่นหอมกรุ่นของชาอู่หลงชั้นดีที่อบอวลไปทั่วหุบเขา และตัวเลขเงินหยวนในบัญชีที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
"สามเดือนเหรอคะ... อะแฮ่ม... สำหรับคนอื่นอาจจะยากค่ะ... นะครับ! แต่สำหรับหลินฟางเซียนคนนี้ ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้"
เธอแกล้งทำเป็นเดินเลี่ยงไปสำรวจกอชาโบราณที่ถูกทอดทิ้งไว้ริมหน้าผา ลับสายตาของชายหนุ่มเพียงเสี้ยววินาที ร่างบางก็แอบเชื่อมจิตเข้าสู่ 'มิติวิเศษ' ในห้วงความคิด เลเยอร์ของพืชพรรณระดับสองที่เพิ่งปลดล็อกจากการขายไข่ไก่ป่าและผักป่าในตลาดมืดเมื่อวานนี้ ส่งแสงเรืองรองสีเขียวมรกตออกมาจางๆ
ปลายนิ้วเรียวแตะลงที่ดินร่วนซุยในมิติ ก่อนจะแอบตัก 'หัวเชื้อดินจุลินทรีย์ทิพย์' และ 'น้ำค้างสวรรค์เร่งราก' ใส่ลงในขวดกระบอกไม้ไผ่พกพาที่ถืออยู่ ความลับนี้เธอยังไม่สามารถบอกเว่ยอิงได้ทั้งหมด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้ ในขณะที่สามีเธอยังคงซื่อตรงต่อระเบียบกองทัพจนบางครั้งก็น่ารักน่าขัน การมีเรื่องเหนือธรรมชาติอาจทำให้เขาต้องหนักใจ
"เว่ยอิง คุณมาดูตรงนี้สิคะ" ฟางเซียนร้องเรียก
ชายหนุ่มรีบสาวเท้าเข้ามาใกล้ทันที "มีอะไรครับ อันตรายหรือเปล่า"
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่อยากให้คุณช่วยขุดหลุมตรงนี้ให้หน่อย ลึกประมาณหนึ่งช่วงศอก แล้วก็กว้างพอที่จะฝังท่อไม้ไผ่ระบายน้ำนี่ลงไป" เธอยื่นท่อไม้ไผ่เจาะรูพรุนที่แอบหยิบออกมาจากมิติให้เขา
เว่ยอิงรับมาโดยไม่ซักไซ้ไล่ความแม้แต่น้อย หน้าที่ของเขาคือปกป้องและสนับสนุนภรรยา ส่วนเรื่องอื่น... หากภรรยาบอกว่าทำได้ เขาก็เชื่อมั่นอย่างไร้เงื่อนไข ชายหนุ่มลงมือขุดดินด้วยจอบอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว พลังวังชาของนายทหารหนุ่มทำให้งานหนักกลายเป็นเรื่องง่ายในพริบตา
ระหว่างที่เว่ยอิงกำลังง่วนอยู่กับการปรับปรุงระบบระบายน้ำใต้ดิน ฟางเซียนก็แอบเทน้ำค้างสวรรค์ผสมลงในบัวรดน้ำเก่าๆ ที่เจอในเพิงร้าง แล้วเดินพรมไปทั่วรากของต้นชาโบราณที่เหี่ยวเฉาเหล่านั้น ปาฏิหาริย์แห่งมิติวิเศษทำงานอย่างเงียบเชียบแต่รวดเร็ว เพียงแค่หยดน้ำสัมผัสกับผิวดิน กิ่งก้านที่เคยแห้งกรอบราวกับไร้ชีวิตชีวา กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวสด ใบอ่อนชุดใหม่ผลิยอดชูช่อแข่งกันราวกับรับรู้ถึงพลังชีวิตที่ถูกเติมเต็ม
กลิ่นหอมจางๆ ของใบชาป่าเริ่มลอยละล่องผสมผสานกับกลิ่นดินหลังฝน กลายเป็นบรรยากาศที่แสนสงบและรื่นรมย์ ชวนให้จิตใจที่เหนื่อยล้าผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด
เว่ยอิงหยุดมือจากการขุดดิน เขานิ่งอึ้งไปเมื่อหันกลับมามองแปลงชาที่เขาเพิ่งถางไปเมื่อครู่ ต้นชาที่ควรจะตายซากไปแล้ว กลับฟื้นคืนชีพแตกยอดอ่อนสีเขียวมรกตสะท้อนแสงแดดอย่างน่าอัศจรรย์ ชายหนุ่มขยี้ตาตัวเองครั้งหนึ่งด้วยความไม่เชื่อสายตา ก่อนจะหันมามองภรรยาสาวที่ยืนอมยิ้มแก้มตุ่ยอยู่ข้างกาย
"ฟางเซียน... นี่มัน..."
"วิชาลับประจำตระกูลค่ะ... นะครับ!" ฟางเซียนรีบชิงพูดตัดบทด้วยรอยเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ "อย่าถามมากเลยน่าคุณสามี รีบทำงานของเราต่อเถอะค่ะ อีกไม่กี่วัน เราจะมีใบชาล็อตแรกที่ดีที่สุดในมณฑลนี้ไปส่งให้พ่อค้าคนกลางที่ตลาดมืด รับรองว่าเงินทองจะไหลมาเทมาจนคุณต้องเหนื่อยช่วยฉันนับเงินจนมือหงิกแน่ๆ"
เว่ยอิงมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูและความรักที่ล้นปรี่จนแทบจะทะลักออกมาจากอก เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกที่ฟางเซียนได้ยินเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและจริงใจเช่นนี้จากนายทหารผู้เคร่งขรึม
"ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขยันมากกว่านี้แล้วล่ะครับ จะได้ไม่น้อยหน้าภรรยาเศรษฐีในอนาคต"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองกำลังดำเนินไปอย่างหวานชื่น ท่ามกลางลมหนาวบนยอดเขาและกลิ่นอายชาหอมกรุ่นที่เริ่มแผ่ขยาย ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังวางแผนงานขั้นต่อไป เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินแคบๆ ที่เชื่อมระหว่างตีนเขากับไร่ชาแห่งนี้
เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นดินพร้อมกับเสียงพูดคุยโวยวายที่คุ้นหูอย่างยิ่งดังแว่วมา
"เฮ้ย! แกแน่ใจนะว่าพวกมันอยู่บนนี้? นังสารเลวฟางเซียนกับไอ้ทหารหน้าโง่นั่น กล้าดียังไงมาฮุบไร่ชาหลวงนี่ไว้คนเดียว!"
เสียงแหลมปรี๊ดของ "หลินซื่อ" ผู้เป็นป้าสะใภ้จอมโลภมากดังแผดขึ้นทำลายความเงียบสงบ ตามมาด้วยเสียงของญาติผู้พี่ชายตัวดีที่ถือท่อนไม้เดินนำหน้ากลุ่มชายฉกรรจ์อีกสี่คนเข้ามาล้อมรอบแปลงชาเอาไว้
เว่ยอิงหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของนายทหารหนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน มือหนากระชับด้ามมีดพร้าในมือแน่น
ทว่า ฟางเซียนกลับยกมือขึ้นแตะแขนสามีเบื้องหน้า รอยยิ้มแสบสันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายแห่งความสนุกสนาน
"ไม่ต้องลำบากลงมือหรอกค่ะคุณสามี..." ฟางเซียนกระซิบเสียงหวานข้างหูเขา "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้ ในการต้อนรับ 'แขกไม่ได้รับเชิญ' ชุดนี้เองค่ะ"
ก่อนที่พวกป้าสะใภ้จะก้าวเข้ามาถึงตัว ทันใดนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ทหารลำใหญ่ก็บินแหวกเมฆหมอกบนยอดเขาสูงลงมาจอดสนิทที่ลานโล่งใกล้ไร่ชา แรงลมมหาศาลพัดเอาฝุ่นตลบจนกลุ่มคนของป้าสะใภ้เซถลาล้มไม่เป็นท่า
และคนที่ก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์คือนายทหารระดับสูงผู้มีศักดิ์เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของเว่ยอิง พร้อมกับเอกสารตราประทับสีแดงฉานที่ถืออยู่ในมือ—
"ร้อยเอกเว่ยอิง! คำสั่งด่วนจากส่วนกลาง เรื่องการอนุมัติสิทธิ์การครอบครองพื้นที่ไร่ชาโบราณ... มีการร้องเรียนจากบุคคลภายนอกว่าพวกคุณบุกรุกพื้นที่ราชการ!"
(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดื่มด่ำไปกับกลิ่นอายชาหอมกรุ่นและความแสบสันของฟางเซียนด้วยกันนะครับ — ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น•ตอนที่ 5
ไร่ชาที่ถูกทิ้งร้าง
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!