“ถ้าท่านยังเอาแต่จ้องหน้าข้าเหมือนสุนัขพันธุ์ทางเฝ้ากระดูกหมูเช่นนี้ เกรงว่าบะหมี่ในชามคงจะอืดจนกลายเป็นแป้งเปียกไปเสียก่อนนะครับ ผู้กองเว่ย”
เสียงหวานใสที่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น พร้อมกับตะเกียบไม้ไผ่ที่คีบเส้นบะหมี่สีเหลืองนวลลวกสุกกำลังดี วางลงในชามเคลือบกระเบื้องลายครามตรงหน้าอย่างนุ่มนวล หลินฟางเซียนปรายตามองสามีในนามที่นั่งตัวตรงแหน่วราวกับกำลังรับฟังรายงานจากผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทั้งที่นี่คือโต๊ะอาหารไม้สนเก่าๆ ภายในบ้านพักริมไร่ชา
ร้อยเอกเว่ยอิงสะดุ้งเล็กน้อย ใบคมคายที่ผ่านการตากแดดตากลมจนผิวเป็นสีแทนมีร่องรอยความเก้อเขินฉาบขึ้นอย่างปิดไม่มิด ชายหนุ่มกะพริบตาปริบๆ ดวงตาคมกริบที่เคยใช้ประเมินระยะยิงของปืนไรเฟิลในแนวหน้า บัดนี้กลับกวาดมองไปทั่วโต๊ะอาหารอย่างทำตัวไม่ถูก ก่อนจะรีบเบนสายตามาสบตากับภรรยาแล้วรีบก้มมองชามบะหมี่
“ข้า... ข้าแค่คิดว่าเจ้าทำงานเหนี่ยวมาทั้งวันแล้ว การได้เห็นเจ้าพักผ่อนบ้างก็นับว่าเป็นเรื่องดี” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยความซื่อ ตรงไปตรงมาจนคนฟังถึงกับหลุดหัวเราะคริออกมาอย่างเอ็นดู
นี่คือบทที่หกของการเริ่มต้นใช้ชีวิตร่วมกัน ภายใต้กลิ่นอายจางๆ ของใบชาคั่วและไอน้ำร้อนกรุ่นจากห้องครัว ความสัมพันธ์ที่เคยเริ่มต้นด้วยความจำเป็นและสัญญาทางนามธรรม บัดนี้กลับค่อยๆ ถูกถักทอด้วยเส้นใยแห่งความใส่ใจที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่ทันรู้ตัว
ฟางเซียนถอนหายใจเบาๆ นางทรุดกายลงนั่งฝั่งตรงข้าม มือเรียววางถ้วยน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวตุ๋นยาจีนที่นางแอบดึงวัตถุดิบคุณภาพเยี่ยมมาจากมิติพิเศษลงข้างชามของเขา กลิ่นหอมกรุ่นของโสมและเก๋ากี้ลอยกรุ่นขึ้นแตะจมูก ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของเว่ยอิงกลับไม่ใช่ความโอชะของอาหาร หากแต่เป็นรอยเปื้อนเขม่าดินจางๆ ที่ข้างแก้มเนียนนุ่มของหญิงสาว
โดยไม่รอให้รักษามารยาทใดๆ มือหนาหยาบกร้านตามประสาคนจับอาวุธและจอบเสียมเอื้อมข้ามโต๊ะมาอย่างถือวิสาสะ นิ้วโป้งกว้างเกลี่ยรอยเขม่าสีดำนั้นออกเบาๆ ด้วยสัมผัสที่แผ่วเบาจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นมือของนายทหารผู้ขึ้นชื่อเรื่องความดุดันในกองพัน
ฟางเซียนชะงักไปเล็กน้อย ขนตางอนงามกะพริบถี่ หัวใจที่เคยด้านชาจากการต่อสู้กับญาติผู้พี่และป้าสะใภ้จอมหน้าเลือดในตระกูลเดิม กลับไหววูบแปลกๆ กับความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่งนี้
“ท่านทำอะไรของท่านกัน” นางเอ่ยถามเสียงเบา พยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อไว้ใต้แสงตะเกียงน้ำมันก๊าด
“หน้าเจ้าเลอะ” เว่ยอิงตอบหน้าตาย น้ำเสียงยังคงความซื่อตรงชนิดที่ต่อให้เอาเก้าอี้มาฟาดก็ยังไม่เปลี่ยนคำพูด ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับประกายระยิบระยับยิ่งกว่ายามต้องแสงจันทร์ “เจ้าเป็นถึงภรรยาของข้า หน้าตาก็ควรจะสะอาดสะอ้านให้สมเกียรติหน่อย”
“สมเกียรติอะไรกัน ข้าเป็นแค่แม่ค้าขายชาข้างทางเท่านั้นแหละ” ฟางเซียนค้อนใส่ค้อนหนึ่งอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะคีบชิ้นเนื้อหมูสามชั้นตุ๋นพะโล้สีเข้มที่ละลายในปากใส่ลงในชามของเขา “กินเสียสิ เจ้าเองก็ฝึกซ้อมทหารเกณฑ์มาทั้งวันไม่ใช่หรือไง อย่ามาทำเป็นปากดี”
เว่ยอิงยิ้มรับ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะปรากฏบนใบหน้านั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขาคีบชิ้นเนื้อเข้าปาก เคี้ยวช้าๆ อย่างสำรวมตามระเบียบวินัยทหาร แต่แววตากลับฟ้องชัดเจนว่ารสชาตินั้นถูกใจเขามากเพียงใด
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้นในบ้านหลังเล็กนี้อย่างเงียบเชียบ จากเดิมที่ต่างคนต่างอยู่ ต่างฝ่ายต่างมีขอบเขต เว่ยอิงมักจะใช้เวลาว่างในการซ่อมแซมรั้วบ้าน ผ่าฟืนกองโตจนล้นลานบ้าน และขุดร่องน้ำแปลงชาเพื่อเตรียมรับมือกับฤดูฝน ขณะที่ฟางเซียนใช้ประโยชน์จากมิติพิเศษในจิตสำนึก ปลูกสมุนไพรหายากและยอดชาพันธุ์ดีที่เติบโตเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า ผลผลิตล็อตแรกที่นางนำไปแอบขายในตลาดมืดของอำเภอทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ จนสามารถซื้อหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาเติมเต็มบ้านหลังนี้ให้สมบูรณ์ขึ้นได้
ความไว้วางใจไม่ได้สร้างขึ้นด้วยคำหวานหยดย้อย ทว่ามันถูกก่อร่างผ่านการกระทำอันเรียบง่าย—การที่เขายืนรอรับนางกลับจากตลาดมืดในยามค่ำคืนโดยไม่เคยถามเซ้าซี้เรื่องที่มาของสินค้า และการที่นางมักจะแบ่งอาหารจานอร่อยที่สุดไว้ให้เขาก่อนเสมอ
“ฟางเซียน” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบยามดึก
“หืม?” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีรายรับรายจ่าย
“พรุ่งนี้... ทางกองพันจะมีคำสั่งให้ข้าคุมกำลังพลไปตรวจตราแนวชายแดนป่าลึกทางเหนือ อาจจะต้องค้างแรมที่นั่นสักสามวัน” เว่ยอิงมองหน้านางนิ่ง ราวกับกำลังประเมินปฏิกิริยา “ข้าสั่งให้รองผู้หมวดจัดกำลังคนมาผลัดเวรย้อมดูแลความปลอดภัยรอบไร่ชาของเจ้าแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่อง...”
“ข้าไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยเสียหน่อย” ฟางเซียนขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยที่เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจตัวเอง “ข้าดูแลตัวเองได้ ท่านก็รู้ว่าคนที่กล้าหักหน้าตระกูลหลินอย่างข้าไม่ใช่คนที่จะรังแกได้ง่ายๆ”
เว่ยอิงพยักหน้ารับช้าๆ มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา “นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากลัวที่สุด”
“ท่านว่าอะไรนะ?!”
“เปล่า ข้าหมายถึง... ข้าเป็นห่วง” ชายหนุ่มเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว แต่แววตากลับพราวระยับ “กลัวว่าพอกลับมาแล้ว ไร่ชาของเจ้าจะขยายใหญ่จนกลายเป็นโรงงานอุตสาหกรรมไปเสียก่อน”
ฟางเซียนหัวเราะพรืดออกมา บรรยากาศความตึงเครียดจางหายไปในพริบตา นางเอื้อมมือไปหยิบถุงผ้าใบลายปักประณีตที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะ ยื่นส่งให้ชายหนุ่ม
เว่ยอิงรับมาด้วยความงุนงง เมื่อเปิดออกดูก็พบว่าเป็นห่อชาชั้นดีที่ผ่านการคั่วด้วยมือของนางเอง พร้อมกับยาหม่องสมุนไพรสูตรลับที่ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากการฝึกหนัก
“พกติดตัวไว้ด้วย ป่าทางเหนือมีความชื้นสูง ยุงชุมและอากาศเปลี่ยนฉับพลัน อย่าทำตัวเป็นทหารผู้แข็งแกร่งจนลืมดูแลสังขารของตัวเองล่ะ ข้าไม่อยากต้องมาคอยเช็ดตัวให้คนป่วยตอนกลับมาหรอกนะ” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเข้มงวด แต่ใบหูกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด
เว่ยอิงกุมถุงผ้าในมือแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านจากฝ่ามือลามไปจนถึงขั้วหัวใจ นายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยพรรณนาความรู้สึกเป็น บัดนี้กลับรู้สึกว่ามีคำพูดนับพันคำอัดแน่นอยู่เต็มอก ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากเอื้อMเอ่นความในใจใดๆ ออกมา เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของพลทหารสื่อสาร
“ผู้กองเว่ย! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! สายข่าวรายงานว่ามีกลุ่มคนแปลกปลอมพร้อมอาวุธหนักกำลังมุ่งหน้าเข้ามาทางเขตแนวป่าด้านหลังไร่ชาของท่าน เป้าหมายน่าจะเป็น... โกดังเก็บสินค้าลัก1ลอบ หรือไม่ก็... บ้านพักหลังนี้ครับ!”
เว่ยอิงขมวดคิ้วมุ่นในทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างหนาในเสี้ยววินาที ทว่าก่อนที่เขาจะลุกขึ้นหยิบปืนพกประจำกาย ฟางเซียนกลับเป็นฝ่ายวางปากกาในมือลง ช้าๆ นางลุกขึ้นยืน รอยยิ้มเยือกเย็นผุดขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความแสบสันที่ถูกเก็บกดไว้
“กลุ่มคนแปลกปลอมงั้นหรือ?” นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ดูท่า... สะใภ้ใหญ่ตระกูลหลินคงจะยังไม่เข็ดสินะ ถึงได้กล้าส่งโจรป่ามาลองดีกับแปลงชาของข้าในยามวิกาลเช่นนี้!”
— ใบชาหอมหมื่นลี้
แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น•ตอนที่ 6
ทหารหนุ่มกับความซื่อที่น่าหยิก
ผลงานโดย ใบชาหอมหมื่นลี้
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ใบชาหอมหมื่นลี้)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าไร่ชาผู้แสบสันกับนายทหารที่พรรณนาไม่เป็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!