กลิ่นคาวสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนไปกับหยาดฝนที่สาดซัดกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี ยามนี้คินน์ อัครเดโช ไม่หลงเหลือมาดนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาผู้เคยเหยียบย่ำหัวใจใครต่อใครอีกต่อไป นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นแดงก่ำ ร่างสูงสง่าในสูทสีเข้มเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำฝนและโลหิตหยาดหยด แต่เขากลับยืนหยัดตระหง่านอยู่เบื้องหน้าห้องพักรับรอง โดยมีร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งนอนระเนระนาดไร้สติอยู่แทบเท้า
ภายในห้องนั้น... รินรดากำลังกอดร่างเล็กๆ ของน้องลินินเอาไว้แนบอก เนื้อตัวของสองแม่ลูกสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งผ่านพ้นไป ความตายเฉียดผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที หากคินน์ไม่พังประตูเข้ามาด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มีและสติที่ขาดผึ่งด้วยความคลุ้มคลั่งจากการปกป้องคนที่เขารัก ป่านนี้ดวงใจทั้งสองดวงของเขาคงแหลกสลายคามือของพวกมันเดนนรกเหล่านั้นไปแล้ว
"ออกไปให้พ้น... อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉันนะ!" เสียงหวานที่เคยสั่นเครือด้วยความเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับแฝงไว้ด้วยความแข็งกร้าวและเยชา รินรดากวาดสายตามองคินน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยบาดแผล เธอใช้สองแขนโอบกอดบุตรสาวตัวน้อยไว้แน่น ราวกับเกราะคุ้มภัยชิ้นสุดท้ายในชีวิต
คินน์ชะงักฝีเท้า หัวใจของเขาเจ็บแปล๊บราวกับถูกคมมีดนับพันกรีดซ้ำ เขารู้ดีว่าอดีตภรรยาไม่มีวันไว้ใจเขาอีกแล้ว และนั่นคือบทลงโทษที่สาสมที่สุดสำหรับความโง่เขลาในอดีตของตนเอง แต่กระนั้น ดวงตาคมที่ทอดมองเธอกลับฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นคงอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเอื้อนออกมาอย่างยากลำบาก ลมหายใจของเขาหอบกระชั้นจากแรงปะทะเมื่อครู่ "ผมรู้ว่าคำขอโทษของผมมันไร้ค่า... รู้ว่าสิ่งที่ผมเคยทำมันเลวร้ายเกินกว่าจะให้อภัย แต่ให้ตายเถอะริน... ต่อให้ผมต้องแลกด้วยลมหายใจทั้งชีวิต หรือนรกโลกันตร์ขุมไหน ผมก็ไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะต้องเธอและลูกเด็ดขาด"
คำพูดนั้นไม่ได้กลั่นมาจากความเย่อหยิ่ง หรือการแสดงละครตบตา แต่มันมาจากสัญชาตญาณดิบและการตระหนักรู้ถึงคุณค่าของหยาดหยดแห่งความรักที่เขาเพิ่งได้รับโอกาสให้เรียนรู้ รินรดานิ่งงังไปชั่วขณะ หยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยไหลรินผ่านแก้มเนียนปะปนกับหยาดน้ำฝนที่เกาะพราว เธอเห็นบาดแผลลึกที่หัวไหล่ของเขา เลือดสีเข้มไหลซึมผ่านเนื้อผ้าสีขาวที่ขาดวิ่นจนน่ากลัว แต่ชายผู้เย่อหยิ่งคนนั้นกลับไม่ปริปากบ่นสักคำ เขายังคงยืนตระหง่านเป็นกำแพงมนุษย์คอยบังลมฝนและอันตรายทั้งปวงให้เธอและลูก
บรรยากาศรอบกายเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจและเสียงสายฝนที่ยังคงคำรามก้อง คินน์ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิดอย่างระมัดระวัง ไม่รุกล้ำจนเธอกลัว แต่ก็มั่นคงพอที่จะทำให้เธอมั่นใจว่าเขาจะไม่ยอมถอยไปไหนอีกแล้ว
ความตึงเครียดที่ขมوดปมอยู่ในอกค่อยๆ คลายลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากไอร้อนของร่างกายที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา เข้ามาแทนที่ความหนาวยะเยือก รินรดารู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดอันทรงพลังที่ทั้งสองต่างมีให้กันและกัน แม้กำแพงทิฐิจะยังสูงตระหง่าน แต่รอยร้าวก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละนิด
คินน์คุกเข่าลงข้างกายเธอ สายตาอ่อนโยนคู่รัญจวนทอดมองลงไปยังร่างเล็กในอ้อมแขนของภรรยาเก่า ก่อนจะเงยขึ้นประสานสายตากับเธอ มือหนาที่เปื้อนคราบเขม่าและหยาดเลือดเอื้อมออกไปอย่างช้าๆ ปลายนิ้วที่สั่นเทาเกลี่ยปอยผมที่เปียกชุ่มออกจากใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ
"ริน... ให้โอกาสผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งเถอะนะครับ..." เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปากสะกดใจ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนจนรินรดาสัมผัสได้ถึงความเร่าร้อนที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ความเย็นชาของเขา
ความเงียบที่ปกคลุมถูกแทนที่ด้วยแรงอารมณ์อันลึกซึ้งที่ปะทุขึ้นในความมืดมิดของค่ำคืนนี้ คินน์ดึงรั้งร่างบางเข้าสู่อ้อมอกอย่างนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพละกำลังที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ ริมฝีปากหยักประทับจูบลงบนหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเคลื่อนลงมาสัมผัสเรียวปากอิ่มที่สั่นระริก รินรดาสูดหายใจเข้าลึก รสสัมผัสที่คุ้นเคยแต่โหยหาปลุกเร้าสัญชาตญาณความต้องการที่ถูกกดทับมานานแรมปีให้ตื่นขึ้น
จูบที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อน คินน์ประคองท้ายทอยเธอให้รับสัมผัสที่แนบแน่นยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนรุกรานเข้าไปกวาดความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ ขณะที่มืออีกข้างโอบกระชับเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวจนแทบไม่มีช่องว่าง รินรดาส่งเสียงครางอือในลำคออย่างยอมจำนน เรียวแขนเนียนยกขึ้นคล้องคอแกร่งของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วจิกเกร็งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นร้อนของชายหนุ่มลูบไล้ไปตามสรีระโค้งเว้าภายใต้ชุดที่เปียกชื้น ปลุกเร้าอารมณ์เสน่หาให้โหมกระหน่ำยิ่งกว่าพายุฝนด้านนอก ความเจ็บปวดในอดีต ความโกรธแค้น และความน้อยเนื้อต่ำใจ ถูกหลอมละลายหายไปกับรสจูบอันดุดันแต่เปี่ยมด้วยความเวทนาและโหยหา คินน์ถอนริมฝีปากออกช้าๆ เพื่อให้เธอบันทึกหยาดลมหายใจระริน ก่อนที่เขาจะซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวกายเนียนนุ่มจนเกิดรอยรักสีจางเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน
รินรดากัดริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางหวานที่เล็ดลอดออกมา ดวงตาสีเข้มฉ่ำน้ำมองสบตาชายหนุ่มผู้กำลังมอบความสุขสมและบทลงโทษทางใจให้เธอในคราวเดียวกัน ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดจนรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งรักและการไถ่บาปอันเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน
ทว่า... ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะก้าวล่วงเลยไปสู่ห้วงอารมณ์ที่ลึกซึ้งไร้ขีดจำกัด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นกะทันหันจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องผ่านรอยแตกของประตูเข้ามา
ประตูกระจกห้องพักถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้ความปรานี ร่างของชายชราในชุดสูทภูมิฐานผู้มีแววตาเหี้ยมเกรียมและทรงอำนาจก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับบอดี้์การ์ดนับสิบคนที่ยกอาวุธขึ้นเล็งตรงมาที่คินน์และรินรดา
"แกคิดว่าจะซ่อนตัวพ้นจากสายตาฉันได้นานแค่ไหน... คินน์ ลูกชายตัวดี!" เสียงทุ้มทรงอำนาจของผู้เป็นพ่อดังขึ้นก้องห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว "และดูเหมือนแกจะพา ‘ของเล่น’ ชิ้นเก่ากลับมาด้วยสินะ... แต่หนทางรอดของแกในตระกูลอัครเดโช มันจบลงตั้งแต่คืนนี้แล้ว!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งนี้ด้วยกันนะคะ
- หลินหลิงร้อยเล่ห์ -
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 34
การปกป้องที่สมศักดิ์ศรี
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!