กลิ่นหอมเย็นของน้ำหอมแบรนด์หรูที่ลอยวนเวียนอยู่รอบกาย ทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาโดยฉับพลัน ไม่ใช่เพราะอาการแพ้ท้อง หากแต่เป็นเพราะความน่าสะอิดสะเอียนของผู้หญิงที่กำลังยืนเอามือเท้าสะเอว ส่งสายตาสมเพชเวทนามาให้เธอกลางล็อบบี้โรงแรมหรูแห่งนี้
"ไม่นึกเลยนะคะว่าคนอย่างรินรดจะกลายมาเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย คอยตามตื๊ออดีตสามีที่เขาเขี่ยทิ้งไปแล้ว... น่าสมเพชเสียจริง"
เสียงแหลมสูงที่เจือความเย่อหยิ่งนั้นดังมาจาก 'พิมพิلا' นางแบบสาวเซ็กซี่เบอร์ต้นๆ ของประเทศ อดีตผู้หญิงคั่นเวลาของคินน์ในวันที่เขายังเหยียบย่ำหัวใจภรรยาอย่างไม่ใยดี ผู้หญิงคนนี้คือเศษสวะจากอดีตที่รินรดาเคยน้ำตาตกในใส่ แต่ในวันนี้... ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วค่ะ
รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ แววตาคู่คมที่เคยฉาบด้วยความอ่อนแอ บัดนี้แข็งกร้าวราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอก้าวเข้าไปประชิดร่างระหงของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว ปลายเล็บที่เคลือบเจลสีเข้มสะท้อนกับแสงไฟระยิบระยับ ขณะที่สายตากวาดมองคู่กรณีตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามอย่างเปิดเผย
"คนที่น่าสมเพช น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะคุณพิมพิลา..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าเย็นชาจนอีกฝ่ายชะงัก "วิ่งตามเก็บเศษเนื้อที่ผู้ชายเขาโยนทิ้งลงถังขยะมาตั้งนาน จนป่านนี้ยังได้แค่ตำแหน่งของเล่นแก้เบื่อ... น่าสงสารนะคะที่เกิดมามีราคาแพงแค่ค่าตัว แต่ไร้ค่าในสายตาของเขา"
"นี่เธอ! นังสารเลว ปากดีนักนะ!" พิมพิลาหน้าถอดสี กรيدร้องออกมาด้วยความโกรธจัด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบหน้าคนที่กล้าหยามเกียรติเธอต่อหน้าธารกำนัล
หมับ!
ทว่า ข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาของใครบางคนคว้าเอาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนนางแบบสาวถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด เมื่อหันไปมองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนดีใจ
"คุณคินน์..."
คินน์ อัครเดโช ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดมองผู้หญิงทั้งสองคนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนรอบบริเวณเงียบกริบลงทันที เขาไม่ได้มองพิมพิลาด้วยความเสน่หาแม้แต่น้อย หากแต่สายตากลับจดจ้องอยู่บนใบหน้าของอดีตภรรยาที่นับวันยิ่งเปล่งประกายความเย้ายวนและน่าค้นหาจนหัวใจเขาปั่นป่วน
"คุณพิม... ใครอนุญาตให้คุณมาทำกิริยาต่ำต้อยแบบนี้ที่นี่" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างไร้เยื่อใย ทำให้พิมพิลาหน้าชาดิก
"คุณคินน์คะ ก็อีรินรดามมัน..."
"หุบปาก!" คินน์ตวาดกร้าวด้วยความหงุดหงิด เขาไม่ได้สนใจคำฟ้องร้องของนางแบบสาวแม้แต่น้อย สายตาคมกรามขบเข้าหากันแน่นเมื่อเห็นรินรดาทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี "ริน... หยุดเดี๋ยวนี้ เรามีเรื่องต้องคุยกัน"
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสวยคมตวัดกลับมามองอดีตสามีด้วยความสมเพชไม่แพ้กัน "เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะคุณคินน์ ทางใครทางมัน สามีภรรยาหย่าขาดกันแล้ว กรุณาให้เกียรติสถานะของฉันด้วย หรือว่าสันดานเจ้าชู้มันแก้ไม่หาย ถึงได้ปล่อยให้เศษขยะพวกนี้วิ่งมาเห่าหอนสร้างความรำคาญให้คนอื่น"
คำพูดเจ็บแสบนั้นทำให้คินน์กรามกระตุกวูบ ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่ง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉุดกระชากข้อมือเล็กให้เดินตามเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวขึ้นสู่เพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดทันทีท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คน
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับแรงผลักร่างบางให้แนบชิดไปกับผนังกระจกใสที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน คินน์ตามเข้ามาประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับซอกคอขาวผ่องที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนใจ ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกมลายหายไปสิ้นเมื่อสัญชาตญาณดิบเถื่อนถูกปลุกเร้าด้วยความปรารถนาอันรุนแรง
"ปล่อยนะ! คุณคินน์ คนบ้า!" รินรดาดิ้นรนขัดขืน มือเล็กทุบตีแผงอกกว้าง แต่มันกลับไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแรงมหาศาลของชายหนุ่ม
"ริน... เธอใจร้ายกับฉันเกินไปแล้วนะ" คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม ความเจ็บปวดจากการถูกเมินเฉยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้เขาขาดความยับยั้งชั่งใจ มือหนาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือหัวด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดเดรสรัดรูปอย่างถือวิสาสะ
"อื้อ... ปล่อยฉันนะ! คนสารเลว คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" รินรดาหวีดร้อง ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นและอัดอั้น
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นอย่างไร้ความปรานี ริมฝีปากร้อนผ่าวขบเม้นผิวเนื้อเนียนนุ่มจนเกิดรอยสีแดงกุหลาบ สัมผัสวาบหวามที่คุ้นเคยปลุกเร้ากระแสความเสียวซ่านให้แล่นพล่านไปทั่วร่าง แม้เธอจะพยายามปฏิเสธสักแค่ไหน แต่ร่างกายกลับทรยศด้วยการสั่นสะท้านและอ่อนระทวยลงอย่างน่าไม่อาย
"อย่า... อื้อ... คินน์..." เสียงหวานหลุดครางออกมาอย่างน่าสมเพช เมื่อมือใหญ่สอดล่วงล้ำเข้ามาใต้ร่มผ้า ลูบไล้สะโพกกลมกลึงและบีบเคล้นอย่างหนักหน่วงตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
บรรยากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นจนแทบแผดเผา คินน์บดจุมพิตลงบนริมฝีปากอิ่มอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ ลิ้นร้อนเกี่ยวพันตักตวงความหวานล้ำอย่างไร้ความปรานี ความคิดถึงและความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกมาผ่านสัมผัสที่ทั้งดุดันและวาบหวาม รินรดาพยายามกัดริมฝีปากเขาเพื่อขัดขืน แต่กลับยิ่งทำให้เขาได้ใจ สอดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาลึกซึ้งยิ่งขึ้นจนเธอแทบขาดใจ
ท่ามกลางเพลิงปรารถนาที่โหมกระหน่ำจนยากจะต้านทาน เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคินน์ก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มคำรามอย่างขัดใจในลำคอ แต่ยังไม่ยอมผละริมฝีปากออกจากซอกคอหอมกรุ่น จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนรูปถ่ายใบหนึ่ง
คินน์ชะงัก เลื่อนสายตาไปมองหน้าจอด้วยความรำคาญ แต่ทว่า... วินาทีต่อมา ร่างสูงกลับแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ภาพบนหน้าจอคือภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าห้องพักแห่งหนึ่ง ปรากฏภาพของแม่บ้านกำลังจูงมือเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ซึ่งมีดวงตา จมูก และโครงหน้าถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับแกะ กำลังถือตุ๊กตาหมีเดินเข้าห้องไป... และเด็กคนนั้นถูกเรียกว่า 'น้องลินิน'
ดวงตาคมกริบของคินน์เบิกกว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ เขารีบหันกลับมามองรินรดาที่กำลังหอบหายใจจนอกกระเพื่อมด้วยแววตาสั่นระริก
"เด็กคนนั้น... เป็นใคร ริน..." คินน์เฟ้นหาเสียงพูดเกือบไม่ออก หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกำลังจะระเบิดออกมานอกอก
รินรดายิ้มเยาะหยันออกมาทั้งน้ำตา เธอปาดน้ำตาบนแก้มออกลวกๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำลายโลกทั้งใบของอดีตสามีลงในพริบตาเดียว
"เด็กคนนั้นเหรอคะ... ก็ลูกสาวที่คุณเคยบอกว่า 'ไม่อยากมี' เมื่อสองปีก่อนไงล่ะคะคุณคินน์!"
ขอบคุณสำหรับทุกการติดตามและกำลังใจที่มีให้กันเสมอนะคะ
หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 33
ศัตรูหัวใจกลับมา
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!