"คุณเอาสิทธิ์อะไรมาตัดสินว่าฉันแอบซ่อนลูกไว้จากคุณ... คุณคินน์!"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้สั่นเครือด้วยความหวาดกลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป หากแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกที่สะท้อนผ่านแววตาสนเท่ห์และเด็ดเดี่ยว ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามที่เธอมองร่างสูงใหญ่ของอดีสามีที่ก้าวล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างถือวิสาสะ กลิ่นอายความคุ้นเคยที่เคยทำให้หัวใจดวงนี้เคยสั่นไหว บัดนี้กลับเหลือเพียงความรังเกียจเดียดฉันท์และระแวดระวัง
คินน์ อัครเดโช ขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมา ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องพักรับรองที่เงียบสงบ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของหญิงสาวที่เคยอยู่ใต้รอนอาณัติของเขา ทว่าในยามนี้เธอกลับยืนหยัดตระหง่านราวกับดอกไม้เหล็กที่ไม่มีวันยอมก้มหัวให้ใครอีกแล้ว ความเข้าใจผิดอันโง่เง่าที่ได้รับรายงานมาจากสายสืบเมื่อครู่ บวกกับภาพบาดตาบาดใจที่เขาเห็นเธอกำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูด้วยความทะนุถนอม ทำให้ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวพุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่
"หึ... กล้าปฏิเสธหน้าตาเฉยเลยสินะ รินรดา" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าวด้วยท่าทางคุกคาม "เด็กคนนั้น... อายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่เราหย่าร้างกันพอดี แถมโครงหน้า ดวงตา จมูก... ถอดแบบมาจากฉันราวกับพิมพ์เดียวกัน เธอยังกล้าปฏิเสธอีกหรือว่านั่นไม่ใช่สายเลือดของตระกูลอัครเดโช!"
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกทำให้มือเรียว2ข้างกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอเจ็บปวดเหลือเกิน... เจ็บปวดที่ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรู้จักเธอเลย ไม่เคยแม้แต่จะพยายามเข้าใจความจริง มีเพียงอคติและความเย่อหยิ่งที่คอยตัดสินทุกอย่างตามใจตัวเอง
"คุณมันตาบอด... และโง่เง่าที่สุด!" รินรดาพ่นคำพูดนั้นออกมาด้วยความเหลืออด ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงสำส่อนที่พอหย่ากับคุณปุ๊บก็ไปท้องกับผู้ชายคนอื่นปั๊บอย่างนั้นสินะคะ? คุณคิดว่าเด็กคนนี้คือหลักฐานความมักมากของฉันใช่ไหม!"
"ถ้ารินไม่ได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ ปิดบังเรื่องนี้ แล้วทำไมตอนที่ฉันถามถึงเรื่องเด็กผู้หญิงคนนั้น เธอกถึงได้แสดงท่าทางมีพิรุธ!" คินน์ตวาดกลับเสียงกร้าว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางของเธอโดยสัญชาตญาณ บีบแน่นด้วยความลืมตัวราวกับต้องการระบายความอัดอั้นที่สุมอก "เธอจงใจพรากลูกไปจากฉันใช่ไหม! รินรดา เธอต้องการแก้แค้นฉันด้วยการซ่อนทายาทเพียฃคนเดียวของอัครเดโชเอาไว้ใช่หรือไม่!"
แรงบีบที่หัวไหล่ทำให้รินรดานิหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่เธอกลับเลือกที่จะไม่ร้องขอความเห็นใจ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ช่างเป็นรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปในใจของคนมองจนคินน์ต้องชะงัก
"ใช่! ฉันจงใจ... และต่อให้ใช่แล้วทำไมคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นท้าทาย หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นเอ่อคลอเบ้าแต่ไม่มีทางไหลลงมาให้เขาได้เห็น "คุณมีสิทธิ์อะไรมาทวงถามความเป็นพ่อจากเด็กคนนี้ ในเมื่อวันที่ฉันตั้งท้องและร้องขอความเห็นใจจากคุณ คุณเหยียบย่ำมันจนไม่เหลือชิ้นดี! วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย คุณเคยถามสักคำไหมว่าฉันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร!"
คำพูดราวน้ำกรดสาดซัดเข้าใส่หัวใจของคินน์จนชาหนึบ เขานิ่งงันไปชั่วขณะ แรงบีบที่ต้นแขนคลายลงโดยอัตโนมัติเมื่อความจริงอันโหดร้ายในอดีตย้อนกลับมาทุบตีซ้ำเติม ภาพของรินรดาในวันที่อุ้มท้องอ่อนๆ ร้องไห้ฟูมฟายแทบขาดใจที่หน้าคฤหาสน์ผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพสלੋว์โมชัน ความรู้สึกผิดบาปกัดกินขั้วหัวใจจนเขาแทบหายใจไม่ออก
"ริน... ฉัน..."
"อย่ามาเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงน่าขยะแขยงแบบนั้น!" รินรดาสบัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ถอยร่นไปตั้งหลักอยู่เบื้องหลังโต๊ะทำงาน ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธที่พุ่งถึงขีดสุด ความเข้าใจผิดของเขาในวันนี้มันเกินกว่าที่เธอจะให้อภัยได้ลงคอ "ออกไปจากห้องของฉันเดี๋ยวนี้! และจำเอาไว้... ลูกของฉัน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายใจร้ายอย่างคุณทั้งสิ้น!"
คินน์มองท่าทีที่แข็งกร้าวและสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังคู่นั้น หัวใจของเขาร้าวรานราวกับถูกค้อนยักษ์ทุบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเงียบงันเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัว ทั้งสองยืนประจันหน้ากันโดยมีห้วงเหวแห่งความบาดหมางกั้นกลาง รินรดายืนหายใจหอบสะท้านด้วยความโกรธขึง ขณะที่คินน์กำลังจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความสำนึกผิดที่สายเกินแก้
ทว่า... ในวินาทีที่ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างของพี่เลี้ยงสาวที่อุ้มเด็กหญิงตัวน้อยเดินเข้ามาด้วยสีหน้ากังวลใจ
"คุณรินคะ น้องลินินตื่นแล้วค่ะ แกงอแง..."
คำพูดของพี่เลี้ยงค้างคาอยู่แค่นั้น เมื่อดวงตากลมโตใสแป๋วของเด็กหญิงตัวน้อยในอ้อมแขน หันมาสบเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักลงจากตักพี่เลี้ยง ก่อนจะวิ่งเตาะแตะเข้าไปหาผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาพลางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วที่ทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบ
"ปะป๋าขา..."
รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สุดท้าย... ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต ก็ถูกพังทลายลงด้วยคำพูดประโยคเดียวของลูกสาวตัวเองในจุดที่ต่ำที่สุดของความเชื่อใจ
"หลินหลิงร้อยเล่ห์" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 35
จุดต่ำสุดของความเชื่อใจ
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!