กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายความสำเร็จที่อบอวลอยู่ภายในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานคร รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทน ท่วงท่าและการเคลื่อนไหวของเธอบ่งบอกถึงความมั่นใจและอำนาจที่สั่งสมมาตลอดสามร้อยหวกสิบวันที่เธอปฏิเสธความอ่อนแอทิ้งไว้เบื้องหลัง ปากกาหมึกซึมราคาแพงจรดลงบนเอกสารสัญญาฉบับสุดท้ายมูลค่าหลายร้อยล้านบาทด้วยความมั่นคง ดวงตากลมโตคู่สวยที่เคยมีแต่คราบน้ำตา บัดนี้กลับฉายแววเยียบเย็น เด็ดเดี่ยว และทรงพลังดั่งราชสีห์ผู้ครองบัลลังก์
"คุณรินคะ เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ทางกลุ่มทุนฝรั่งเศสเซ็นอนุมัติเรียบร้อยแล้วค่ะ และพวกเขายังขอจองคิวจัดนิทรรศการอัญมณีลักชูรีของเราเป็นเจ้าแรกในปีหน้าด้วยค่ะ"
เลขาฯ สาวคนสนิทเอ่ยรายงานด้วยความเคารพแกมเกรงใจ รินรดาเพียงพยักหน้ารับเบาๆ อย่างไม่ตื่นเต้นนัก เพราะความสำเร็จเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลผลิตจากหยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และความมุ่งมั่นที่เธอทุ่มเทเดิมพันด้วยชีวิตในฐานะ "ซีอีโอหญิง" แห่งอาณาจักรเครื่องประดับที่กำลังเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัด
แต่เบื้องหลังความสำเร็จอันเจิดจรัสนี้ ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า หัวใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผาของเธอนั้น ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากรอยแผลที่ลึกเกินกว่าจะลบเลือน
หนึ่งปีเต็ม... นับตั้งแต่วันที่เธอหันหลังเดินออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโช ทิ้งทะเบียนสมหย่าที่เปื้อนหยดน้ำตาไว้ให้ชายผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้เยื่อใย ในวันนั้นรินรดาเป็นเพียงภรรยาไร้ค่าที่ถูกขับไล่ไสส่ง แต่วันนี้... เธอกลับยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่คินน์ อัครเดโช ไม่มีวันเอื้อมถึง
ทว่า ความเยียบเย็นทั้งหมดของเธอกลับละลายหายไปจนหมดสิ้นทันที เมื่อประตูห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านในเปิดออก พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักใสราวกระดิ่งเงินของเด็กหญิงวัยเกือบขวบเศษ
"หม่ามี๊ขา..."
ร่างเล็กป้อมในชุดกระโปรงฟูฟ่องวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาผู้เป็นแม่ ดวงตากลมโตเป็นประกายใสซื่อจิ้มลิ้ม แก้มป่องทั้งสองข้างขึ้นสีชมพูระเรื่อ และที่สำคัญที่สุด... โครงหน้า คิ้วเข้มได้รูป และริมฝีปากที่เชิดรั้นเล็กๆ นั้น ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับบิดาผู้ให้กำเนิดราวกับแกะ
รินรดาทิ้งปากกาในมือทันที เธอย่อกายลงอ้าแขนรับร่างนุ่มนิ่มของลูกสาวเข้ามาสู่อ้อมกอด กลิ่นแป้งเด็กหอมกรุ่นปะทะเข้ากับจมูก ปัดเป่าความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักมาทั้งวันให้มลายหายไปในพริบตา
"คนเก่งของหม่ามี๊ วันนี้ซนกับพี่เลี้ยงหรือเปล่าคะ หืม?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่เก็บไว้ให้เฉพาะแก้วตาดวงใจคนนี้เท่านั้น เธอพรมจูบลงบนหน้าผากมนของน้องลินินอย่างทะนุถนอม
"ลินินเป็นเด็กดีค่ะ ไม่ดื้อเลย น้าภาให้กินนมหมดถ้วยด้วยนะคะ" เด็กหญิงตัวน้อยตอบเจื้อยแจ้ว สำเนียงอ้อแอ้น่ารักน่าชัง มือเล็กๆ ยกขึ้นลูบแก้มมารดาอย่างเอาauใจ
รินรดายิ้มบางๆ ความรู้สึกอบอุ่นเอ่อล้นขึ้นมาในอก แต่ลึกๆ แล้ว กลับมีความหวาดกลัวระคนความเจ็บปวดแปลบปลาดยามที่มองเห็นเงาของใครบางคนสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น หน้าตาของลินินชัดเจนเกินไป ชัดเจนจนเธอภาวนาอยู่ทุกค่ำคืนขอให้กาลเวลาช่วยลบเลือนความทรงจำเกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นออกไปจากชีวิตของพวกเธอแม่ลูกให้หมดสิ้น
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชอันโอ่อ่า บรรยากาศกลับเงียบงันและเย็นยะเยือกราวกับสุสาน
คินน์ อัครเดโช ในวัยที่ดูสุขุมและคมคายขึ้น แต่แววตากลับลึกล้ำไปด้วยร่องรอยของความโทมนัสและความผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดสามร้อยหวกสิบวันเต็ม เขาไม่ได้เป็นนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจองหองคนเดิมอีกต่อไปแล้ว รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าคมเข้ม เหลือเพียงความเงียบงันและขวดเหล้าราคาแพงที่วางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะทำงาน
ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา คินน์พยายามตามหาหญิงสาวพลิกแผ่นดิน เขาส่งคนสืบเสาะทุกช่องทางเพื่อหวังจะไถ่บาป ขอโทษ และกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอีกครั้ง แต่รินรดากลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับอากาศธาตุ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและภาพจำของหยาดน้ำตาในคืนวันหย่าที่คอยตามหลอนเขาในยามค่ำคืน
"คุณคินน์ครับ..." เลขาคนสนิทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าลังเล ถือแฟ้มเอกสารบางอย่างยื่นให้ด้วยความระมัดระวัง "นี่คือรายงานการสืบสวนล่าสุดเกี่ยวกับบริษัทอัญมณีเปิดใหม่ที่กำลังตีตลาดลักชูรีในตอนนี้ครับ... และนี่คือภาพถ่ายของผู้บริหารสูงสุดของที่นั่นครับ"
คินน์เงยหน้าขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก เขารับแฟ้มเอกสารมาเปิดผ่านๆ ด้วยสายตาเรียบเฉย แต่ทว่า... ทันทีที่ดวงตาคมกริบกวาดมองภาพถ่ายสตรีทรงอานุภาพในชุดสูทสีเข้มบนหน้ากระดาษ หัวใจของเขากลับกระตุกวูบ เลือดในกายเย็นเฉียบ ลมหายใจสะดุดกึกราวกับถูกกระชากวิญญาณ
นั่น... คือรินรดา!
ภรรยาผู้เคยอ่อนแอและร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา บัดนี้เธอกลับสง่างามราวกับพญาหงส์ แววตาคมปลาบเด็ดเดี่ยว เย็นชา และทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม ภาพลักษณ์ใหม่ของเธอช่างกระแทกตาและบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของเขาอย่างจัง
แต่สิ่งที่ทำให้คินน์แทบคลั่งและหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ภาพความสำเร็จของเธอ...
ในหน้าถัดมา เป็นภาพถ่ายปาปารัสซี่ขณะที่รินรดากำลังอุ้มเด็กหญิงตัวน้อยวัยขวบเศษลงจากรถยนต์หรู ท่าทางที่เธอทะนุถนอมเด็กคนนั้น ช่างเปี่ยมล้นไปด้วยความรัก และใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่หันมามองกล้องพอดิบพอดี... หน้าผากนั้น ดวงตานั้น และโครงหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับพิมพ์นิยม!
แฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น คินน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความตกตะลึงระคนความหวังอันบ้าคลั่ง
เด็กคนนั้น... คือสายเลือดของเขาอย่างนั้นหรือ? รินรดากล้าซ่อนลูกสาวจากเขาได้อย่างไร!
"เตรียมรถ... ฉันจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้" คินน์คำรามลอดไรฟัน แววตาลุกโชนด้วยไฟแห่งโทสะและความโหยหาที่ไม่อาจสะกดกลั้นไว้อได้อีกต่อไป
เกมการทวงคืนภรรยาและลูกสาวได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... และคินน์ไม่มีวันยอมปล่อยพวกเธอไปเป็นครั้งที่สองอย่างเด็ดขาด!
**************************************
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครนะคะ... หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 5
หนึ่งปีผ่านไป
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!