ความเงียบงันภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ยามวิกาลไม่ใช่ความสงบสุข หากแต่เป็นความเวิ้งว้างที่กัดกินวิญญาณทีละน้อย คินน์ อัครเดโช ทรยศต่อความคุ้นชินของตนเองด้วยการนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพงในห้องรับแขก ขวดไวน์ราคาแพงถูกเปิดทิ้งไว้บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้า น้ำสีทับทิมเข้มข้นถูกรินใส่แก้วแล้วปล่อยให้มันเย็นชืดอย่างไร้การแตะต้อง ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองกราฟธุรกิจมูลค่ามหาศาลด้วยความเฉียบขาด บัดนี้กลับทอดมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมาย
ไม่มีเสียงฝีเท้าเบาๆ ที่มักจะย่างกรายเข้ามาพร้อมกับชานมอุ่นๆ หรือถาดผลไม้สดในยามดึก ไม่มีเงาร่างบอบบางที่คอยยืนรอคอยเขาอย่างอดทนจนเผลอหลับไปบนโซฟาตัวเดิมนี้อีกแล้ว รินรดา… ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นภรรยาที่ได้มาอย่างไร้ค่าและสามารถเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าขนาดใหญ่ที่กัดเซาะหัวใจของเขาจนพรุน
คินน์หลับตาลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายเดือนก่อนย้อนกลับเข้ามาในห้วงความคิดราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่เธอยื่นใบหย่าให้เขาพร้อมกับแววตาที่ตายด้านอย่างไร้เยื่อใย วันนั้นเขาหัวเราะเยาะความอวดดีของเธอ เขากล้าเซ็นชื่อลงไปอย่างไร้ความลังเล เพราะมั่นใจว่าผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างรินรดา ไม่มีทางที่จะก้าวออกไปจากชีวิตของตระกูลอัครเดโชได้จริง
แต่เขามันโง่เขลา… โง่เขลาเสียจนไม่รู้ว่าความอดทนของคนเรามีขีดจำกัด เมื่อความรักถูกแทนที่ด้วยความเจ็บปวดซ้ำๆ จนหมดสิ้น หัวใจที่เคยอบอุ่นก็แปรเปลี่ยนเป็นหินผาที่ไม่มีวันหลอมละลายกลับมาได้อีก
มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าของตนเองอย่างอ่อนล้า ความหนาวเหน็บไม่ได้มาจากเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่ หากแต่มันแผ่ซอกซอนมาจากความอ้างว้างในอก คฤหาสน์หลังนี้กว้างใหญ่เกินไป ใหญ่จนกระทั่งเสียงลมหายใจของเขาสะท้อนก้องกังวาน และมันตอกย้ำซ้ำๆ ว่าเขาได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือของตัวเองไปเสียแล้ว
ร่างสูงลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า ขายาวก้าวเดินไปตามทางเดินมืดสลัวที่ทอดยาวไปยังห้องนอนใหญ่ ห้องที่ครั้งหนึ่งเคยมีเธอนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน ทว่าทันทีที่ผลักบานประตูไม้เนื้อดีเปิดออก กลิ่นอายจางๆ ของดอกไม้ป่าที่เคยติดอยู่ตามหมอนและเส้นผมของเธอก็เลือนหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความว่างเปล่าและเตียงนอนที่ว่างเปล่าราวกับไม่เคยมีใครนอนมาก่อน
ความทรงจำเก่าๆ วิ่งวนเข้ามาในโสตประสาท เสียงสะอื้นไห้ที่เขาเคยรำคาญใจ เสียงอ้อนวอนขอความเห็นอกเห็นใจที่เขาเคยเหยียบย่ำให้จมดิน ทุกสิ่งทุกอย่างย้อนกลับมาทวงถามความยุติธรรมในยามที่เขาไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะเอ่ยคำว่าขอโทษ
คินน์เดินไปหยุดอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง ลิ้นชักที่เคยถูกปิดตายถูกดึงออกด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ภายในนั้นไม่มีเครื่องประดับราคาแพงที่เขาเคยซื้อให้เพื่อปัดเศษความผิดในใจ มีเพียงกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่ถูกพับไว้อย่างเรียบร้อย และภาพถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกึก
มันคือภาพถ่ายของรินรดาในวันที่เธอยังยิ้มหวานให้กับกล้อง รอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเต็มไปด้วยความหวังในยามที่เธอยังมีเขาเป็นโลกทั้งใบ แต่วันนี้… โลกใบนั้นพังทลายลงด้วยน้ำมือของเขาเอง
"ริน…" เสียงทุ้มต่ำครางแผ่วเบาออกมาจากลำคอแห้งผาก ราวกับคนใกล้ตายที่กำลังร้องหาหยดน้ำทิพย์กลางทะเลทราย ความเย็นชาที่เคยเป็นเกราะกำบังตัวตนของคินน์พังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ และความโหยหาที่แผดเผาจนทรมาน
เขาทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงกับพื้นห้องนอนที่ว่างเปล่า มือหนากำภาพถ่ายใบนั้นแน่นจนยับยู่ยี่ หยดน้ำตาแห่งความเสียใจลูกผู้ชายร่วงหล่นลงกระทบพื้นไม้ทีละหยด สองหยด ความหยิ่งผยองที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อเขารู้ซึ้งแล้วว่า การสูญเสียผู้หญิงที่รักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข มันเจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการสูญเสียอาณาจักรธุรกิจนับแสนล้านเสียอีก
แต่ทว่า ในความมืดมิดและเงียบงันที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความเสียใจนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานข้างเตียงก็แผדเสียงกังวานขึ้น ทำลายความเงียบงันในยามวิกาลให้แตกกระจาย
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาหน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของเลขานุการส่วนตัวที่รับหน้าที่ให้ตามสืบเรื่องของรินรดาโดยเฉพาะ
นิ้วแกร่งกดรับสายด้วยความรวดเร็ว หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่าอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น หรืออาจจะมีเบาะแสว่าเธออยู่ที่ไหน
"ว่ายังไง นายเจอตัวเธอแล้วใช่ไหม?" น้ำเสียงของคินน์แหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดหวัง
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงสั่นเครือและลังเลของเลขานุการหนุ่มจะดังลอดเข้ามาในโสตประสาท "นายครับ… ผมเจอคุณรินรดาแล้วครับ แต่… สิ่งที่ผมพบมันมีเรื่องสำคัญกว่านั้นมาก นายต้องดูเอกสารชุดนี้ด้วยตาตัวเองครับ"
"มันเรื่องอะไร รีบพูดมา!" คินน์ตวาดกร้าวด้วยความร้อนรน
"คุณรินรดาไม่ได้ไปคนเดียวครับ… เธอย้ายไปพร้อมกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กคนนั้น… หน้าตาถอดแบบมาจากนายทุกกระเบียดนิ้วครับนาย!"
สมองของคินน์ขาวโพลนในพริบตาเดียว ภาพถ่ายในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกองศึก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ... หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 6
โลกที่ไร้เธอ
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!