พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 22

ความรักที่ซ่อนเร้น

ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
กลิ่นแอลกอฮอล์ราคาแพงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายบุรุษ ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่าความมึนเมา คือหยาดน้ำตาที่รินรดายังคงจดจำได้ดีว่ามันไม่เคยมีค่าพอที่จะร่วงหล่นต่อหน้าผู้ชายคนนี้ในยามที่เธอยังใช้สถานะภรรยา คินน์ อัครเดโช ในยามนี้ไร้ซึ่งภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งและเยือกเย็น ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองเธอด้วยความว่างเปล่าและรังเกียจ บัดนี้กลับแดงก่ำ ร่างสูงใหญ่ทิ้งน้ำหนักพิงกับผนังห้องรับแขกของโรงแรมหรู ลมหายใจร้อนผ่าวหอบกระชั้นขณะที่มือหนากระชากเนกไทออกอย่างไร้ความปรานี "ทำไม..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา "ทำไม... เธอบอกว่าเกลียดฉันนักหนา ริน..." รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสารเวทนา ดั่งเช่นหินผาที่ถูกกัดเซาะจนด้านชา เธอผ่านจุดที่ต้องร้องไห้คร่ำครวญหาความรักจอมปลอมนั่นมาหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่มีเพียงความว่างเปล่าและความเย็นชาที่เธอตั้งใจหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจตัวเอง "ถ้าคุณเรียกฉันมาเพื่อเพ้อเจ้อเรื่องไร้สาระ ฉันคิดว่าเราหมดธุระกันแล้วค่ะคุณคินน์" รินรดาหมุนตัวเตรียมก้าวเท้าเดินหนีจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ ทว่าเรียวแขนกลับถูกคว้าไว้ด้วยแรงมหาศาล ร่างของเธอถูกกระชากกลับเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างอย่างแรง กลิ่นกายผสมแอลกอฮอล์โชยเข้าจมูกจนเธอต้องนิ่วหน้า คินน์ก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่เจ็บปวดร้าวลึก ราวกับคนใกล้ตายที่ไขว่คว้าหาอากาศหายใจ "ปล่อยฉันนะคะ!" เธอตวาดเสียงกร้าว พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่คินน์กลับยิ่งกระชับวงแขนแน่นขึ้น ฝ่ามือใหญ่สั่นเทาขณะเอื้อมมาสัมผัสแก้มเนียนที่เคยเป็นของเขา แต่รินรดาเบือนหน้าหนีอย่างรังเกียจ สัมผัสนั้นจึงหยุดค้างกลางอากาศ "อย่ารังเกียจฉัน... ได้โปรด ริน" คินน์ครางชื่อเธอซ้ำๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่สายเกินแก้ "ฉันเพิ่งรู้... เพิ่งรู้ว่าบ้านที่ไม่มีเธอรอมันหนาวเหน็บแค่ไหน ทุกค่ำคืนที่ฉันกลับมาแล้วเจอแต่ความว่างเปล่า มันคือบทลงโทษที่ฉันสมควรได้รับ... แต่ได้โปรด ให้โอกาสฉันได้ไถ่บาป ได้ไหมริน?" รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา เธอดันอกกว้างออกแล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยฉายแววเยียบเย็นจนคินน์รู้สึกหนับหนาวไปถึงขั้วหัวใจ "ไถ่บาปงั้นหรือคะ?" รินรดาย้อนถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "คุณกำลังพูดถึงบาปอะไร บาปที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน บาปที่คุณไม่เคยชายตาแลลูกในท้อง หรือบาปที่คุณผลักไสฉันออกไปจากชีวิตอย่างไม่ไยดีกันแน่คะคุณคินน์?" คำพูดของเธอรา与มีดกรีดลงบนแผลฉกรรจ์ คินน์สะท้านเฮือก ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดระคนสำนึกผิด เขาก้าวเข้าประชิดเธออีกก้าว จนรินรดาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้อง ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยกลับสร้างความตื่นตระหนกในหัวใจ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมา ลมหายใจร้อนผ่าวปะปนกลิ่นไวน์รดรินอยู่ข้างแก้มนวล สัญชาตญาณดิบเถื่อนและความโหยหาที่อัดอั้นมาแรมปีปะทุขึ้นในแววตาของชายหนุ่ม "ฉันยอมรับทุกความผิด... ฉันยอมรับมันทั้งหมด" คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหูขาวสะอาดจนเธอสะท้าน "ลงโทษฉันสิริน... อยากให้ฉันชดใช้ด้วยอะไร ร่างกายนี้... วิญญาณนี้ หรือทุกอย่างที่ฉันมี... เอาไปให้หมด แต่อย่าทำเหมือนฉันเป็นคนแปลกหน้าอีกเลย" "คุณมันบ้าไปแล้ว!" รินรดาตріกเสียงสั่นเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวเรียวขาภายใต้กระโปรงทำงานตัวสวย สัมผัสที่คุ้นเคยจุดประกายไฟปรารถนาที่เธอพยายามกด 1 กดทับไว้ให้มิดชิด แต่มันกลับตื่นขึ้นมาต่อต้านจิตสำนึกของตนเอง "ใช่... ฉันบ้า บ้าเพราะคิดถึงเธอจนแทบคลั่ง" คินน์ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ปฏิเสธอีกต่อไป ริมฝีปากร้อนผ่าวทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดตัดรอนทั้งมวล จุมพิตแรกที่เต็มไปด้วยความโหยหา ดุดัน และเว้าวอน รินรดาพยายามทุบตีแผงอกกว้าง ขัดขืนด้วยแรงที่มีทั้งหมด แต่น้ำหนักตัวที่เหนือกว่าและกลิ่นอายบุรุษที่เธอเคยคุ้นเคยกลับทำให้เรี่ยวแรงของเธอลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย รสจูบที่เปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้งอ่อนหวาน คินน์ชักนำเธอเข้าสู่ห้วงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้นด้วยความเร่าร้อน สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลากผ่านผิวเนียนนุ่มเรียกเสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดจากลำคอของหญิงสาวอย่างไม่ยินยอม "อื้อ... คินน์... พอ..." เสียงประท้วงขาดหายไปเมื่อเขากดริมฝีปากลงซับหยาดน้ำตาที่รินรดาไม่รู้ตัวว่ามันไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ความเปียกชื้นที่ข้างแก้มยิ่งทำให้คินน์คลั่งไคล้ เขาประคองใบหน้าเธอไว้มั่น รุกเร้าสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปในวังวนแห่งเสน่หา ค่ำคืนนี้ไม่มีความปรานี มีเพียงไฟปรารถนาที่แผดเผาทั้งสองร่างให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว บนเตียงนอนกว้างที่ไร้ซึ่งคำสัญญาใดๆ นอกจากเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและสัมผัสวาบหวามที่ตอกย้ำว่า... ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ร่างกายของทั้งคู่ยังคงจดจำรสชาติของกันและกันได้อย่างแม่นยำ แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบเรือนร่างเปลือยเปล่าที่แนบชิด คินน์กอดกระชับร่างบางที่นอนหอบหายใจอยู่ใต้ร่างของเขา ใบหน้าคมคายฝังลงกับซอกคอหอมกรุ่น ขณะที่มือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปในอากาศ รินรดานอนลืมตาโพรงท่ามกลางความมืด ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในอก เธอพ่ายแพ้ให้กับความอ่อนแอของตัวเองอีกแล้วหรือ? หญิงสาวขบกรามแน่น สูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะผลักร่างหนาออก เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก "คุณแม่คะ! คุณแม่ขา อยู่ในนี้หรือเปล่าคะ ลินินตื่นมาไม่เจอคุณแม่เลยค่ะ!" ร่างของคินน์ชะงักกึกทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงนั้น เสียงที่ก้องกังวานอยู่ในหัวของเขามาตลอดหลายวัน รินรดาหน้าถอดสี หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อรู้ว่าลูกสาวตัวน้อยกำลังยืนอยู่หน้าประตูห้องนี้! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%