ความเงียบงันภายในห้องพักแขกวีไอพีเวลานี้ หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาที่กดทับลงบนทรวงอก
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังเล็ดลอดผ่านบานประตูไม้สักทองเข้ามาเมื่อครู่ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสองราวกับเสียงระฆังมรณะ ร่างของรินรดายืนแข็งทื่อดั่งถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อม เลือดในกายของเธอย็เย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา ความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนเร้นไว้ใต้เกราะกำบังอันเย็นชามาตลอดหลายปี พังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาในวินาทีนี้เอง
ส่วนคินน์ อัครเดโช ที่กำลังพันธนาการร่างนุ่มนิ่มของเธอไว้ในอ้อมแขน กลับชะงักกึกราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สมองอันปราดเปรื่องของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด กำลังประมวลผลคำว่า 'คุณแม่' และน้ำเสียงใสไร้เดียงสานั้นซ้ำไปซ้ำมา
ไม่ใช่แค่เสียง... แต่ทุกอณูความรู้สึกกำลังกรีดร้องบอกเขาว่า สิ่งที่เขาได้ยินเมื่อครู่คือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
"ริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งอย่างน่าสมเพช ปลายมือของเขาที่สัมผัสอยู่บนเอวบางสั่นเทิ้มราวกับคนเป็นไข้หัว
รินรดาสดุ้งเฮือกราวกับถูกไฟลวก สติที่หลุดลอยไปชั่วขณะกลับคืนมาพร้อมกับสัญชาตญาณของการปกป้อง เธออกแรงผลักแผงอกกว้างของเขาเต็มแรง ทว่าอ้อมแขนที่แกร่งดั่งคีมเหล็กนั้นกลับกระชับแน่นยิ่งกว่าเดิม ดวงตากลมโตที่เคยราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ บัดนี้ลุกโชนไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและความตื่นตระหนกที่ผสมปนเปกันจนน่ากลัว
"ปล่อยฉันค่ะ!" เธอตวาดเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธที่ไม่สามารถควบคุมได้ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องตัวฉัน!"
"เด็กคนนั้น..." คินน์เอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับคนกำลังละเมอ ดวงตาคมกวาดมองใบหน้าซีดเผือดของหญิงสาวสลับกับบานประตูห้องที่มีเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งวนอยู่ด้านนอก หัวใจของเขาเต้นรัวกระหน่ำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยน "เลือดยุคใหม่ของอัครเดโช... ทำไมฉันถึงดูไม่ออกตั้งแต่แรก"
"หยุดพูดเพ้อเจ้อเดี๋ยวนี้!" รินรดาแผดเสียงขัดขึ้นทันควัน หัวใจของเธอบีบตัวเข้าหากันจนเจ็บแปลบ เธอไม่อญาตให้เขาล่วงรู้ความลับนี้ ไม่อณุญาตให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้เข้ามาพัวพันกับดวงใจดวงเดียวที่เธอเหลืออยู่ "เด็กข้างนอกนั่นเป็นใคร ไม่เกี่ยวกับคุณ! เลิกยุ่งเกี่ยวกับชีวิตฉันเสียที คุณคินน์!"
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ทว่าดวงตากลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามกัก Nขังไว้ไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ เธอสูดลมหายใจเข้าลึก and พยายามดึงความเยือกเย็นทั้งหมดกลับคืนมาเพื่อตอกย้ำความจริงที่เจ็บปวด
"คิดว่าตัวเองเป็นใครกันคะ ถึงคิดจะเข้ามาในชีวิตฉันตามอำเภอใจ อยากได้ก็ผลักไส อยากเขี่ยทิ้งก็ทำตามอำเภอใจ พอลับตาไปแล้วกลับทำเป็นโหยหา... น่าสมเพชสิ้นดีค่ะ!"
ถ้อยคำเชือดเฉือนเหล่านั้นกรีดลึกลงบนหัวใจของคินน์ราวกับคมมีด ทว่าเขากลับไม่มีแก่ใจจะโต้แย้ง ความสำนึกผิดที่สะสมมาเนิ่นนานระเบิดออกเป็นความเจ็บปวดเจียนตาย เขาค่อยๆ คลายอ้อมแขนที่โอบกอดเธอไว้ออกช้าๆ ปล่อยให้ร่างบางถอยร่นไปจนชิดมุมห้องราวกับสัตว์บาดเจ็บที่ระแวดระวังภัย
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและหวาดระแวง คินน์รู้ดีว่าเขาสร้างตราบาปนี้ขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง และในตอนนี้... กรรมตามสนองเขากำลังทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างอย่างสาสม
"ริน... เธอเกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยสินะ" เสียงของเขาแหบพร่า ไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งทระนงตนเหลืออยู่
"เกลียดเหรอคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มของเธอเยียบเย็นเสียจนน่ากลัว "คำว่าเกลียดมันยังน้อยไปสำหรับผู้ชายอย่างคุณด้วยซ้ำค่ะ สิ่งที่คุณทำกับฉันในอดีต มันฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำ ต่อให้เอาชีวิตคุณมาแลกเป็นร้อยชีวิต ก็ไม่มีวันทดแทนความเจ็บปวดที่ฉันเคยได้รับหรอกนะคะ"
ทันใดนั้นเอง...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วที่ทำเอาทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง
"คุณแม่คะ! ลินินหิวน้ำจังเลยค่ะ เปิดประตูให้ลินินหน่อยน้า"
คำว่า 'ลินิน' พุ่งเข้ากระแทกโสตประสาทของคินน์อย่างจัง ชื่อนั้น... ชื่อที่คล้ายคลึงกับความหมายบางอย่างที่เขาไม่เคยเอะใจ ลมหายใจของชายหนุ่มติดขัด ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ความจริงที่กระจ่างชัดอยู่ตรงหน้าทำให้เขาแทบล้มทั้งยืน
รินรดาหน้าถอดสี เธอก้าวฉับๆ ไปที่ประตูอย่างลิบลับ ลืมความโกรธที่มีต่อชายหนุ่มด้านหลังไปชั่วขณะ เธอหมุนลูกบิดเปิดประตูออกเพียงนิดเดียวเพื่อก้มลงพูดคุยกับร่างเล็กป้อมที่ยืนอยู่หน้าห้อง
"ลินินคนเก่ง ไปรอคุณแม่ที่ห้องอาหารก่อนนะคะ เดี๋ยวคุณแม่ตามไปค่ะ" เสียงของเธออ่อนโยนลงในพริบตา แตกต่างจากเวลาที่พูดกับคินน์ราวฟ้ากับเหว
"แต่ว่า... ในห้องนี้มีคุณน้าใจดีคนนั้นอยู่ด้วยใช่ไหมคะ เสียงดังออกมาถึงข้างนอกแน่ะ" เด็กหญิงเอียงคอถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากคินน์อย่างไร้ที่ติ จมูกโด่งรั้นและริมฝีปากนั่น... ชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพถ่าย
คินน์ที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังรินรดา มองเห็นใบหน้านั้นเต็มสองตา หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ภาพอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัว นัยน์ตาคมแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกผิด ความรัก และความโหยหาพวยพุ่งขึ้นมาจนจุกอก
รินรด้ารีบดันบานประตูปิดลงทันทีด้วยความตกใจและหวาดระแลม เธอล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง แววตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นประกายตาที่เปลี่ยนไปของเขา
"อย่าแม้แต่จะคิดทำอะไรลูกนะคะ!" รินรดาคำรามลั่น ขู่ฟ่อราวกับแม่เสือสาวที่ปกป้องลูกน้อย "ถ้าคุณกล้าแตะต้องลินินแม้แต่ปลายนิ้ว ฉันนี่แหละที่จะลากคุณลงนรกไปด้วยกัน!"
คินน์ไม่ได้ตอบโต้ เขาก้าวช้าๆ เข้าหาเธอทีละก้าว แววตาคมกริบลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ร่องรอยของความเย่อหยิ่งทระนงตนมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความมุ่งมั่นบางอย่างที่ส่องประกายออกมาจากความเจ็บปวด
"ลูกสาวฉัน..." คินน์เอמהกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เธอ... ซ่อนแก้วตาดวงใจของฉันไว้จากฉันตั้งหลายปี รินรดา... เธอใจร้ายเกินไปแล้ว"
"ฉันใจร้ายเหรอคะ?" รินรดายิ้มหยัน หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ไหลรินลงมาอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น แต่เธอไม่ได้ยกมือขึ้นเช็ดมัน ปล่อยให้มันไหลประจานความร้าวราน "แล้วตอนที่คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉัน ขับไล่ไสส่งฉันราวกับไม่ใช่คน คุณเรียกว่าอะไรคะ? ความเมตตาอย่างนั้นเหรอ!"
เธอก้าวถอยหลังเมื่อเขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันอีกครั้งในพื้นที่จำกัด แม้จะเต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ ทว่ากลิ่นกายเฉพาะตัวของกันและกันกลับปลุกเร้าบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความโกรธเกรี้ยว
คินน์เอื้อมมือหนาขึ้นโอบรอบเอวบางของเธอไว้ด้วยความเร็วดึงเข้าหาตัว รินรดาทุบตีแผงอกเขาด้วยความโกรธเกรี้ยว ทว่าแรงอันน้อยนิดนั้นกลับไม่อาจสั่นคลอนอ้อมกอดที่เปี่ยมไปด้วยความสำนึกผิดและโหยหานี้ได้เลย
"ปล่อยนะ! คนสารเลว ปล่อยฉัน!" เธอหวีดร้อง
"ไม่ปล่อย..." คินน์ก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนร่างบางสะท้านเฮือก "ต่อให้เธอจะเกลียดฉันจนอยากฆ่าให้ตาย... ต่อให้เธอจะใช้ลูกเป็นเกราะป้องกันตัวจากฉัน... แต่จำไว้ รินรดา ว่าเลือดในตัวเด็กคนนั้นครึ่งหนึ่งเป็นของฉัน"
ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนต่ำลงประทับย้ำที่ซอกคอขาวเนียนอย่างอุกอาจ รินรดาสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกวับหวามที่เคยคุ้นเคยวิ่งพล่านไปตามกระแสเลือด ปลุกเร้าไฟสวาทที่เธอพยายามกดทับไว้ให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าความโกรธก็คอยแผดเผาให้เธอต้องดิ้นรนขัดขืน
"อย่า... อื้อ... ออกไปนะ!" เสียงหวานขาดห้วงเมื่อเรียวปากของเขาครอบครองกลีบปากของเธออย่างเอาแต่ใจ บดขยี้ด้วยความโหยหาและเร่าร้อนราวกับจะลงทัณฑ์ รสจูบที่ทั้งดุดันและอ่อนหวานในคราเดียวกัน ทำให้สติสัมปชัญญะของรินรดาพร่าเลือนลงในชั่วพริบตา
มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างอ้อนแอ้น ปลุกปั่นอารมณ์ปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้ใต้ความเย็นชาให้ตื่นขึ้นมาทีละน้อย ความสัมพันธ์อันเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจกำลังดึงพวกเขากลับลงสู่วังวนแห่งบาปที่ไม่มีวันหลุดพ้น
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาเกือบจะพ่ายแพ้ให้กับรสสัมผัสคุ้นเคยนั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงเคาะประตูก็ดังแทรกขึ้นมาอีกระลอก
"คุณแม่คะ! คุณน้าข้างนอกบอกว่า... มีเอกสารด่วนจากศาลส่งมาถึงคุณแม่ค่ะ!"
ร่างของคินน์และรินรดาแข็งทื่อขึ้นพร้อมกันในทันที!
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของ หลินหลิงร้อยเล่ห์ ค่ะ
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 21
เส้นแบ่งที่ขีดไว้
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!