แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกกระแทกลงบนพื้นโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดังสนั่น สะท้อนความเกรี้ยวกราดที่ไร้การควบคุมของชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเหนืออาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
รินรดายืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจกับกิริยาป่าเถื่อนนั้นแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาเจือแววเยียบเย็น ไร้ซึ่งเงาของภรรยาผู้เคยยอมก้มหัวให้เขาในอดีต
"โปรเจกต์รีสอร์ตริมผานั่น... ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติงบประมาณและควบคุมดีไซน์ด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนเกือบจะวางศิลาฤกษ์อยู่แล้ว ทำไมจู่ๆ ทางธนาคารพันธมิตรถึงถอนทุน และบริษัทรับเหมาหลักถึงยกเลิกสัญญาพร้อมกันอย่างไร้เหตุผลคะ คุณคินน์" น้ำเสียงของรินรดาราราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งปลายมีดที่กรีดลงบนความเงียบงัน
คินน์ อัครเดโช เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจอดีตภรรยาตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ความเย่อหยิ่งและอำนาจที่เขามีถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือพันธนาการเธออย่างเลือดเย็น
"เหตุผลเหรอ... รินรดา" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงด้วยความกดดันมหาศาล "โลกธุรกิจไม่มีคำว่าบังเอิญหรอกนะ เธอก็รู้ดี ถ้าไม่มีคำสั่งจากผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด... ใครหน้าไหนจะกล้าปฏิเสธบริษัทสถาปนิกโนเนมของเธอ"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความโกรธแค้นที่ถูกจุดประกายขึ้นมาในอก เธอสูירהหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ
"คุณใช้อำนาจทุรำทุรายแบบนี้เพื่ออะไรคะ บีบให้ฉันจนมุมเหรอ คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะวิ่งไปร้องไห้คุกเข่าขอความช่วยเหลือจากคุณเหมือนเมื่อก่อนงั้นเหรอ" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาที่มองเขามีแต่ความสมเพชเวทนา "ฝันไปเถอะค่ะคุณคินน์ ผู้หญิงคนที่ยอมโง่งอมงายเพื่อผู้ชายใจร้ายอย่างคุณ... มันตายไปตั้งแต่ในวันที่เราหย่ากันแล้ว!"
คำพูดนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของคินน์ราวกับคมหอก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกหนา เขายังจำสายตาวิงวอนและคราบน้ำตาในวันหย่าได้ดี แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้ากลับแข็งแกร่งดั่งหินผา ยิ่งเธอผลักไสเขามากเท่าไหร่ ความกระหายที่จะดึงเธอกลับมาสู่อ้อมอกก็ยิ่งแผดเผาตัวเขามากขึ้นเท่านั้น
พรึบ!
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วจนเธอถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะทำงาน แผ่นอกกว้างแนบชิดกับร่างระหง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับความดุดันที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโอบล้อมเธอไว้จนแทบ
"ปล่อยนะคะ!" รินรดาพยายามผลักไสแผงอกนั้น แต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับคีมเหล็กที่โอบรัดเอวบางไว้
"ปากเก่งนักนะริน..." คินน์โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับกลิ่นอายความเย้ายวนทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ "คิดว่าฉันทำลายบริษัทเธอเพื่อความสะใจงั้นเหรอ? เปล่าเลย... ฉันแค่อยากให้เธอรู้ว่า ไม่ว่าเธอจะบินสูงแค่ไหน ปีกของเธอก็อยู่ในกำมือฉัน... และทางเดียวที่จะรอด คือต้องกลับมาซุกตัวอยู่ใต้ร่างของฉันเหมือนเดิม"
"คนสารเลว!"
รินรดาตวัดฝ่ามือเรียวใส่ใบหน้าคมคายทันที เสียงเนื้อกระทบผิวเนื้อดังสนั่นห้องทำงานส่วนตัว คินน์หน้าหันไปตามแรงอารมณ์ ทว่าเขากลับไม่ได้โกรธเคือง กลับกัน... มุมปากของเขากลับยกยิ้มร้ายกาจขึ้นมา ดวงตาคมปลาบมองเธอด้วยประกายไฟปรารถนาที่ลุกโชน
"ตบได้แรงดีนี่..." คินน์ใช้มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไขว้ไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ก่อนจะใช้มืออีกข้างเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตา "แต่อย่าลืมสิริน... ยิ่งเธอพยศมากเท่าไหร่ บทลงโทษบนเตียงที่จะตามมามันก็จะยิ่งเร่าร้อนและทรมานเธอจนลืมไม่ลงมากขึ้นเท่านั้น"
ริมฝีปากหยักประทับจูบลงมาอย่างไร้ความปรานี กลีบปากนุ่มถูกบดขยี้ด้วยความเร่าร้อนและดุดัน รินรดาพยายามเบือนหน้าหนีและเม้มปากแน่น แต่คินน์กลับใช้วิธีการบีบกรามของเธอให้เผยอออก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนรอนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสจูบที่ทั้งดุดันและวาบหวามทำให้สติปัญญาที่เธอพยายามสร้างกำแพงป้องกันไว้พังทลายลงในชั่วพริบตา
สัมผัสคุ้นเคยที่ทั้งรักทั้งเกลียดปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในกายสาว ร่างกายของรินรดาร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างน่าประณาม ความโกรธแปรเปลี่ยนเป็นความสั่นสะท้านเมื่อมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามส่วนโค้งเว้าภายใต้เสื้อสูททำงาน ปัดป่ายผ่านแผ่นหลังเนียนนุ่มจนเธอต้องหอบหายใจสะท้าน
คินน์ผริมฝีปากออกชั่วครู่เพื่อมองใบหน้าที่แดงก่ำและดวงตาที่ฉ่ำว้ำไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้น เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยไล้ริมฝีปากบวมเจ่ออย่างเบามือ น้ำเสียงของเขาพร่าสั่นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน
"ยอมฉันเถอะนะริน... แล้วฉันจะคืนทุกอย่างให้เธอ ทั้งบริษัท ทั้งโปรเจกต์... หรือแม้แต่หัวใจของฉัน เธอก็เอาไปได้เลย"
"คุณมันเห็นแก่ตัว..." รินรดากัดฟันกรอด น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาข้างแก้ม แม้ร่างกายจะพ่ายแพ้ให้กับสัมผัสวาบหวามของเขา แต่ศักดิ์ศรีในใจยังคงกรีดร้องห้ามปราม
คินน์ไม่รอให้เธอปฏิเสธ เขาอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกโดยไม่สนว่าเอกสารบนโต๊ะจะกระจัดกระจาย ก้าวฉับๆ ไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านหลังห้องทำงาน ก่อนจะโยนเธอลงบนเตียงนอนนุ่มขนาดใหญ่ ร่างสูงตามทาบทับลงมาทันทีดั่งเสือร้ายที่ตะครุบเหยื่อ
ผ้าแพรเนื้อดีถูกกระชากด้วยมือเดียวจนกระดุมหลุดลุ่ย ผิวเนื้อเนียนนุ่มสีน้ำผึ้งเปลือยเปล่าต่อหน้าสายตาดุดันที่ลุกเป็นไฟ คินน์ก้มลงซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มสร้างรอยรักสีกุหลาบไปทั่วลาดไหล่เนียน เสียงครางหวานหูหลุดรอดจากริมฝีปากของรินรดาอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีเลือนหายไปในความมืดมิดของความปรารถนา
บทเพลงรักอันร้อนแรงและดุดันดำเนินไปท่ามกลางเสียงหอบหายใจและเสียงครางกระซิบตัดพ้อ คินน์มอบทั้งความเร่าร้อนและความร(ายกาจเพื่อตอกย้ำให้เธอยอมจำนนต่อเขาแต่เพียงผู้เดียว ร่างกายที่ประสานเป็นหนึ่งเดียวขับเคลื่อนไปตามจังหวะอารมณ์ที่โหมกระหน่ำ รินรดาจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงแค้นที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก
ผ่านไปเนิ่นนานพายุอารมณ์จึงสงบลง คินน์นอนตะแคงกอดร่างเปลือยเปล่าของอดีตภรรยาไว้แนบอก ลมหายใจของทั้งคู่ยังคงหอบถี่ รินรดานอนเหม่อมองเพดานด้วยความรู้สึกว่างเปล่า เธอพ่ายแพ้ให้กับเล่ห์เหลี่ยมของเขาอีกครั้ง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบ ตามด้วยเสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่พูดเจื้อยแจ้วผ่านบานประตูเข้ามา
"คุณแม่ขา! หนูทำตามสัญญาแล้วนะ กินข้าวหมดจานเลย... เอ๊ะ ทำไมห้องทำงานล็อกล่ะคะ หรือคุณแม่มีแขก?"
ร่างของรินรดาสะفดเฮือก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เธอรีบผลักอกคินน์ออกแล้วลุกขึ้นคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่ลวกๆ ด้วยความลนลาน
คินน์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจกับปฏิกิริยาของเธอ เขายันกายลุกขึ้นสวมกางเกงสลิดอย่างใจเย็น "เสียงเด็กที่ไหน... ริน เธอซ่อนใครไว้ในเพนท์เฮาส์ของฉัน?"
รินรดาหน้าซีดเผือด เธอยืนขวางประตูห้องนอนไว้ มือเรียวสั่นเทาขณะพยายามกลัดกระดุมเสื้อ "นั่นมันเรื่องของฉัน! คุณออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้เลยนะ!"
แต่ยังไม่ทันที่คินน์จะเอ่ยปากถามซ้ำ ประตูห้องนอนด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของเลขาหน้าห้องที่พาเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามา พร้อมกับรายงานเสียงใส
"คุณรินคะ พอดีน้องลินินบอกว่าลืมตุ๊กตาไว้บนโต๊ะทำงาน... เอ๊ะ บอสคะ?"
คินน์ชะงักฝีเท้า หันขวับกลับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อร่างป้อมของเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงลายดอกไม้เดินเข้ามา
ดวงตากลมโต จมูกโด่งรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มที่มุมปาก... ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจกเงา!
หัวใจของคินน์หยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจติดขัดเมื่อเด็กน้อยเอียงคอสงสัยแล้วเอ่ยทักเขาด้วยน้ำเสียงใสแจ๋ว
"คุณลุงหน้าดุคนนี้... ทำไมหน้าตาเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของหนูจังเลยล่ะคะ?"
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับเล่ห์กลอันเร่าร้อนนี้นะคะ – หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 15
กลยุทธ์คนใจร้าย
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!