ซองเอกสารสีน้ำตาลในมือของรินรดากำลังสั่นน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความหวาดกลัว หากแต่เป็นแรงกระเพื่อมจากความจริงที่ถูกผนึกไว้ด้วยวิทยาศาสตร์ ซึ่งบัดนี้กำลังจะทำลายล้างความเย่อหยิ่งทั้งหมดของผู้ชายที่ชื่อคินน์ อัครเดโช ให้ราบคาบเป็นหน้ากลอง
บนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องรับรองพิเศษ กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลับหนาแน่นจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ คินน์นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคมกริบ couched ด้วยความกระวนกระวายใจที่เขาพยายามปกปิดไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม สายตาของเขาเหลือบมองซองเอกสารนั้นสลับกับใบหน้าเรียเฉยของอดีตภรรยา
"เปิดสิ" เสียงทุ้มต่ำของคินน์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ ร่องรอยความเว้าวอนเจือปนอยู่ในน้ำเสียงนั้นอย่างน่าสมเพชในสายตาของเธอ "ริน... คุณกำลังพิสูจน์อะไรให้ผมเห็นกันแน่"
รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นเช่นเดียวกับที่เขาเคยปฏิบัติกับเธอในวันที่เธอร้องขอความเห็นใจ
"ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่ะคุณคินน์ ของบางอย่าง... เมื่อความจริงปรากฏ มันจะเจ็บปวดเสียจนคุณไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดอาบยาพิษ
นิ้วเรียวค่อยๆ แกะปากซองเอกสารออกอย่างใจเย็น แผ่นกระดาษ A4 แผ่นสุดท้ายที่ผ่านการรับรองจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชั้นนำถูกดึงออกมา ตัวหนังสือและกราฟผลตรวจทางพันธุศาสตร์ปรากฏแก่สายตา ข้อความสรุปผลบรรทัดสุดท้ายเด่นชัดเสียจนคินน์ต้องกะพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่ความพร่ามัว
*ความน่าจะเป็นของความสัมพันธ์ทางสายเลือดพ่อ-ลูก: 99.99%*
ลมหายใจของคินน์สะดุดกึก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาแรกไม่ใช่ความดีใจ แต่เป็นความตกตะลึงที่ระKøkซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในวันที่ไม่มีเค้าลางของพายุ
เด็กหญิงลินิน... แกแกะแบบพิมพ์มาจากเขา ทุกสัดส่วน ทุกรอยยิ้ม และความดื้อรั้นเงียบๆ นั้น คือเงาของเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน แต่การได้เห็น 'หลักฐานทางวิทยาศาสตร์' ยืนยันเป็นลายลักษณ์อักษร มันกลับหนักหน่วงราวนำเอาภูเขามา
"นี่มัน..." คินน์พึมพำ มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะแตะแผ่นกระดาษแผ่นนั้น แต่รินรดากลับดึงมันหลบอย่างรวดเร็ว พร้อมกับพับเก็บใส่ซองตามเดิมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
"ใช่ค่ะ ลินินคือลูกสาวของคุณ ลูกสาวที่คุณเคยตราหน้าว่าเป็นภาระ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขที่คุณไม่เคยแม้แต่จะชายตามองในวันที่เธอถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้"
คำพูดของเธอเสียดแทงเข้าไปถึงขั้วหัวใจ คินน์รู้สึกราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาทำร้ายเขาอย่างโหดร้าย วันที่รินรดาท้องป่องด้วยความยากลำบาก วันที่เธอร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาอยู่เคียงข้าง และวันที่เธอเซ็นใบหย่าให้เขาอย่างง่ายดายโดยไม่เรียกร้องสิ่งใด... เพราะเธอพาหัวใจและเลือดเนื้อของเขาหนีไปซ่อนไว้ในที่ที่เขาไม่มีวันเอื้อมถึง
"ริน... ผม..." คินน์ละล่ำละลัก เสียงของเขาแหบพร่า ความเย่อหยิ่งทั้งหมดถูกทลายลงไม่เป็นท่า ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลในโลกธุรกิจกำลังนั่งตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ "ทำไม... ทำไมคุณถึงไม่บอกผมตั้งแต่แรก"
"บอกคุณเหรอคะ?" รินรดาหัวנסในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขื่นขมและเย้ยหยัน "บอกผู้ชายที่ไล่ให้ฉันไปตายพ้นๆ บอกสามีที่บอกว่าเด็กคนนี้เป็นแค่เครื่องมือผูกมัดงั้นเหรอคะคุณคินน์? คุณคิดว่าคนอย่างคุณสมควรได้รับโอกาสที่จะได้อุ้มลูกสาวตัวเองตั้งแต่แรกเกิดหรือไง"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยรอยร้าวของความผิดบาปที่คินน์ไม่มีวันปัดเป่าให้หายไปได้ ภาพใบจิ้มลิ้มของน้องลินินที่วิ่งเข้ามาสวมกอดและเรียกเขาว่า 'คุณอาใจดี' ย้อนกลับมาหลอนซ้ำๆ ในหัวใจ เขาเคยเกือบจะผลักไสสายเลือดแท้ๆ ของตัวเองด้วยซ้ำ หากย้อนเวลากลับไปได้ เขาอยากจะตบหน้าตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ใบหน้างดงามเชิดขึ้นด้วยความถือดี สายตาที่มองลงมายังชายหนุ่มเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
"ผลตรวจนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อให้คุณดีใจว่ามีทายาทสืบสกุลหรอกนะคะคุณคินน์ แต่มันมีไว้เพื่อเตือนความจำคุณต่างหาก... ว่าคุณได้ทำลายครอบครัวที่สมบูรณ์แบบด้วยมือของคุณเองอย่างไร"
เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากห้องรับรอง ทว่าปลายนิ้วมือหนากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่มันสั่นเทาจนน่าใจหาย รินรดาก้มมองมือนั้นก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
"ปล่อยค่ะ" เธอสั่งเสียงเยียบ
"ไม่... ริน ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ชดใช้" คินน์เงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาคมกูณฑ์แดงก่ำ ร่อรอยหยาดน้ำใสคลอหน่วยอยู่ในเบ้าตาอย่างน่าตกใจ ผู้ชายที่แข็งกร้าวที่สุดในยุทธจักรธุรกิจกำลังหลั่งน้ำตาให้กับการสูญเสียที่ไม่อาจเรียกคืน "ผมขอร้อง... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ให้ผมได้กอดลูกสาวของเรา"
รินรดากระตุกยิ้มมุมปาก มืออีกข้างแกะมือเขาออกอย่างไม่ไยดี
"สายไปแล้วค่ะคุณคินน์ เด็กคนนั้นเติบโตมาได้โดยไม่มีคุณ และเธอก็ไม่ได้ต้องการพ่อที่เพิ่งจะจำความรู้สึกผิดได้ในวันที่สายเกินแก้" เธอสะบัดข้อมือออกอย่างเด็ดขาด "จำเอาไว้ว่า ต่อให้คุณจะมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน แต่สิ่งที่ลูกของฉันสูญเสียไป... คุณไม่มีวันซื้อคืนมาได้ด้วยเงินทองทั้งหมดที่คุณมี"
เธอเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้คินน์ทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ ปิดหน้าด้วยมือหนาทั้งสองข้างอย่างหมดแรง ความมืดมนเข้ากัดกินจิตใจของเขาจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ในขณะที่ความสิ้นหวังกำลังแผดเผาหัวใจของคินน์จนมอดไหม้ เสียงฝีเท้าเบาหวิวพร้อมกับเสียงเคาะประตูก็กระทบโสตประสาท ประตูห้องรับรองถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างเล็กป้อมของเด็กหญิงในชุดกระโปรงลายดอกไม้ เธอยืนกระพริบตาปริบๆ มองคุณอาใจดีที่กำลังนั่งร้องไห้ด้วยความฉงน
"คุณอาคินน์คะ..." เสียงใสแจ๋วเอ่ยเรียกอย่างไร้เดียงสา "คุณแม่บอกว่าให้ลินินมารอตรงนี้... เอ๊ะ ทำไมคุณอาร้องไห้ล่ะคะ ใครทำร้ายคุณอาเหรอ เดี๋ยวลินินจะช่วยเป่าเพี้ยงๆ ให้หายเจ็บเองนะคะ!"
หลินหลิงร้อยเล่ห์ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 24
ผลตรวจที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!