กลิ่นอายความเย็นเยียบของค่ำคืนนี้ไม่น่ากลัวเท่าช่องว่างในอกของรินรดา เปลวเพลิงแห่งการแก้แค้นที่เธอเคยจุดไว้เพื่อเผาผลาญหัวใจของคินน์ อัครเดโช บัดนี้กลับถูกรดด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซับซ้อนทางอารมณ์ที่เธอเองก็ไม่อาจปฏิเสธ
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของน้องลินินที่นอนซุกอยู่บนเตียงกว้างดังแผ่วเบา ดวงหน้างดงามจิ้มลิ้มที่ถอดแบบมาจากบิดาผู้เย่อหยิ่งทุกกระเบียดนิ้ว กำลังหลuไหลอยู่ในห้วงนิทราอันเป็นสุข มือป้อมๆ ข้างหนึ่งเอื้อมไปควชายเสื้อของคินน์ที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงไว้แน่น ราวกับกลัวว่าความอบอุ่นนี้จะเลือนหายไปในอากาศ
รินรดายืนพิงกรอบประตู สายตาทอดมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ ภาพของคินน์—อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้กลับยอมนั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนพื้นเย็นเฉียบเป็นเวลาหลายชั่วโมง เพียงเพราะไม่ต้องการขยับตัวไปรบกวนการนอนหลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาเพิ่งตระหนักว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง
"คุณควรไปพักผ่อนได้แล้วค่ะ... ทางนี้ฉันดูแลต่อเอง" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความอ่อนล้าไว้ในที
คินน์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทระงตน บัดนี้กลับมีร่องรอยของความสำนึกผิดและความเจ็บปวดฉายชัด เขาไม่ตอบคำถามในทันที แต่กลับค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากของน้องลินินให้อย่างเบามือที่สุด ท่าทางนั้นทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเด็กน้อยจะแตกสลายคามือ
"ฉันอยากอยู่ตรงนี้... ริน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา ราวกับคนหมดแรง "ปล่อยให้ฉันได้ทำหน้าที่นี้เถอะนะ... แม้ว่ามันจะสายเกินไปก็ตามที"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความโกรธแค้นที่เคยเป็นเกราะกำบังหัวใจกลับสั่นคลอนอย่างน่าประหลาด ยามที่เธอมองเห็นรอยยิ้มจางๆ และแววตาที่เต็มไปด้วยความอาลัยอาวรณ์จากผู้ชายคนนี้ มันไม่ใช่คินน์คนเดิมที่เย็นชาและไร้หัวใจอีกต่อไป แต่เป็นคินน์ผู้ยอมสยบแทบเท้าเธอด้วยความสำนึกผิด
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองตึงเครียดเสียจนแทบมีประกายไฟแลបเลีย ความใกล้ชิดที่ถูกบังคับด้วยสถานการณ์ทำให้กำแพงที่รินรดาสร้างขึ้นพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบงัน คินน์ไม่ได้ใช้กำลังบังคับขืนใจเธอเหมือนในอดีต หากแต่ใช้ความเว้าวอนและสัมผัสที่เต็มไปด้วยความโหยหา รุกรานหัวใจและร่างกายของเธอจนยอมจำนน
สัมผัสจากเรียวปากร้อนผ่าวที่ไล้พรมจูบไปตามลำคอระหง รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเว้าวอนราวกับจะไถ่บาปทุกอย่างที่เคยทำผิดพลาด รินรดาจำได้แม่นถึงความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายยามที่วงแขนแข็งแกร่งโอบกอดเธอไว้แนบแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อ และจังหวะจะโคนของการร่วมรักที่เต็มไปด้วยความเข้าใจและโหยหากันและกัน มันคือค่ำคืนที่หลอมรวมความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นบทเพลงรักอันเร่าร้อนและลึกซึ้งเกินกว่าจะต้านทาน
แต่ทว่า... ความสุขสมทางอารมณ์นั้นไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด ความจริงยังคงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
"คุณกำลังทำลายกำแพงที่ฉันสร้างขึ้นมาปกป้องลูก..." รินรดากล่าวเสียงสั่น เธอก้าวเข้าไปใกล้ ชายกระโปรงยาวลากพื้นขยับเข้าใกล้ร่างสูงที่ยังคงนั่งคุกเข่า "คุณรู้ดีว่าลินินไม่ควรเข้ามาเกี่ยวข้องกับความเกลียดชังของเรา"
คินน์ค่อยๆ พยุงกายลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้ามอง แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายบุหรี่จางๆ ของเขาก็ยังคงทรงพลังในการสั่นคลอนความมั่นคงในใจของเธอเสมอ
"ฉันไม่ได้ดึงลูกเข้ามา... แต่ลูกดึงฉันเข้าไปในหัวใจต่างหาก" คินน์ก้าวเข้ามาประชิด ร่างสูงใหญ่ทาบทับเงาลงมาปกคลุมร่างบาง ดวงตาคมเข้มมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่ไหวระริก "ตอนที่แกจับมือฉันไว้ตอนไข้ขึ้นสูง... แกบอกว่า 'คุณอาใจดีจัง อยู่กับลินินนะ' ริน... เธอรู้ไหมว่าคำพูดนั้นมันเหมือนคมมีดกรีดลงบนอกฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันเพิ่งรู้ซึ้งว่าการถูกเกลียดชังจากคนที่เรารัก... มันทรมานแค่ไหน"
รินรดานิ่งงัด เธอเบือนหน้าหนีความเว้าวอนในแววตานั้น ไม่อาจทนมองความเปราะบางที่ผู้ชายเย่อหยิ่งคนนี้แสดงออกมาให้เห็นได้ "แล้วคุณคิดว่าความเจ็บปวดที่คุณมอบให้ฉันมันน้อยกว่านั้นหรือไงคะ?"
"ไม่... มันมากกว่า นานนับร้อยเท่าพันทวี" คินน์คว้ามือเล็กของเธอขึ้นมาแนบไว้ที่อกซ้ายของตนเอง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวและหนักหน่วง "เพราะฉะนั้น ได้โปรด... ให้โอกาสฉันได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง ให้ฉันได้ทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีของลูก... และของเธอ"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังบีบคั้นหัวใจและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายระหว่างคนทั้งสอง เสียงกุกกักเบาๆ จากเตียงนอนก็ดึงสติของพวกเขากลับมา
"คุณพ่อ...?"
เสียงงיתเงียของเด็กหญิงตัวน้อยดังขึ้น น้องลินินขยี้ตาเบาๆ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างมารดา ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ ด้วยความงงงวย ก่อนที่ริมฝีปากเล็กจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจเมื่อเห็นหน้าผู้เป็นบิดาชัดเจน "คุณพ่อจริงๆ ด้วย! คุณพ่อไม่ได้ไปไหนใช่ไหมคะ?"
คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดในชีวิตของเขาจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาคุกเข่าลงข้างเตียงอีกครั้ง สวมกอดร่างเล็กๆ ของลูกสาวเข้าสู่อ้อมอกอย่างระมัดระวังและทะนุถนอมที่สุด
"พ่ออยู่นี่แล้วครับคนเก่ง... พ่อจะไม่ไปไหนอีกแล้ว"
รินรดายืนมองภาพนั้น เงาสะท้อนในกระจกเงาเผยให้เห็นน้ำใสๆ ที่คลอหน่วยอยู่ริมฝีปากและดวงตา เธอยกมือขึ้นปาดมันออกอย่างลวกๆ แต่หัวใจที่เคยแข็งดั่งหินผา บัดนี้กลับถูกความอบอุ่นตรงหน้าละลายลงทีละน้อย... ทีละน้อย
ทว่า... ในวินาทีที่ความอบอุ่นกำลังแผ่ซ่านปกคลุมหัวใจทั้งสามดวง เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกก็ทำลายความเงียบงันลงอย่างไม่ใยดี
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของบอดี้การ์ดคนสนิทที่หน้าห้อง ซึ่งทำให้เลือดในกายของคินน์เย็นเฉียบลงในพริบตา
"นายครับ! แย่แล้วครับ! เอกสารลับทางธุรกิจและ... และผลตรวจ DNA ชุดที่สองที่คุณสั่งตรวจเป็นความลับ ถูกส่งไปถึงมือของ 'ประธานกิตติ' คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจของคุณแล้วครับตอนนี้!"
คินน์หน้าถอดสีทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนสัญชาตญาณดิบพุ่งพล่าน รินรดารีบหันขวับมามองเขาด้วยแววตาสงสัยปนหวาดระแวงในทันที ขณะที่ความลับที่พวกเขาพยายามปกปิดกำลังจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา!
---
หวังว่ารีดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางมือถือลงนะคะ เพราะความเข้มข้นในตอนหน้าจะบีบคั้นหัวใจทุกคนจนลืมหายใจเลยค่ะ
หลินหลิงร้อยเล่ห์
พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ•ตอนที่ 29
ความอบอุ่นที่รอคอย
ผลงานโดย หลินหลิงร้อยเล่ห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินหลิงร้อยเล่ห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการรักทวงคืนยอดดวงใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!