แก้วไวน์คริสตัลราคาแพงในมือของรินเกือบจะร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นหินอ่อนอยู่รอมร่อ หากเรียวเล็บที่เคลือบสีเจลมาอย่างประณีตจะไม่จิกเกร็งเข้าหากันเสียก่อน
รินเบิกตากว้างเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความฟินจากรสชาติอาหารเมื่อครู่กลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที!
ความเงียบงันชั่วขณะแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่เสียงเพลงแจ๊สคลอเบา ๆ ในมุมลับตาของภัตตาคารหรู คินน์ยืนอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีกรมท่าเข้มที่ถอดสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンบริเวณท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงความเป็นคนทำงานหนัก แววตาคมกริบราวกับสัตว์นักล่าคู่นั้นกำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ—บล็อกเกอร์สาวปากร้ายผู้เคยรีวิวสับร้านของเขาจนเละเป็นโจ๊กเมื่อเดือนก่อน
"บังเอิญจังนะคะ หรือว่า... สะกดรอยตามฉันมา?" รินเป็นฝ่ายทำลายความเงียบด้วยการเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสูงพยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ ๆ ก็แล่นพล่านขึ้นมาเกาะกุมลำ 목 ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกยิ้มเยาะเพื่อรักษาฟอร์มของนักรีวิวผู้ทรงอิทธิพล
คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายความเย่อหยิ่งของรินลงทีละนิด ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะอาหารส่วนตัวของเธอทีละก้าว ช้า ๆ ทว่าทรงพลังจนรินเผลอขยับตัวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"สะกดรอยตามคุณ? หลงตัวเองไปหน่อยไหมครับ... เอ้ย, เปล่าค่ะ หมายถึงว่า ร้านนี้ผมเป็นหุ้นส่วนใหญ่ คุณต่างหากที่บุกรุกอาณาเขตของผม" คินน์เกือบจะหลุดคำผู้ชายออกมาแล้วเชียว แต่เพราะสายตาจับผิดที่รินส่งมา ทำให้เขาต้องรีบปรับน้ำเสียงและสรรพนามในใจ—ให้ตายสิ ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อความรวนเรของเขาเกินไปแล้ว
"อ๋อเหรอคะ? ทราบค่ะว่าร้านนี้เชฟเทวดาอย่างคุณถือหุ้นอยู่ แต่บังเอิญว่าฉันจองโต๊ะในฐานะลูกค้า VIP ไม่ใช่โจรย่องเบา... เชิญทางอื่นเถอะค่ะ ขวางทางเจริญของฉันหมด" รินโบกมือไล่อยरीรำคาญ ทั้งที่ในอกข้างซ้ายผีเสื้อนับร้อยตัวกำลังบินชนกันจนปั่นป่วนไปหมด เมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายปะปนกับกลิ่นอายความร้อนระอุของเตาไฟลอยมาแตะจมูก
คินน์ไม่ยอมเดินหนี หนุ่มเจ้าของร้านปากร้ายกลับดึงเก้าอี้ตรงข้ามรินออก แล้วหย่อนตัวลงนั่งหน้าตาเฉย โดยไม่รอคำอนุญาตจากเจ้าของโต๊ะแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองจานอาหารว่างที่ถูกทานจนหมดเกลี้ยง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่ง ๆ
"อร่อยไหมล่ะครับ? เมนูนั้นผมเป็นคนคิดสูตรเองกับมือ" น้ำเสียงของเขาไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกครั้งที่เจอหน้ากัน แต่มันมีความนุ่มลึกเจือความภูมิใจบางเบาที่ทำเอารินถึงกับพูดไม่ออก
"ก็... พัฒนาขึ้นจากครั้งก่อนเยอะค่ะ นึกว่าลิ้นจะพังซะอีกที่ยอมมาร้านคุณวันนี้" รินลอยหน้าลอยตากล่าว พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ปากเก่งจังนะครับ..." คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนน่าใจหาย รินสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา "แล้วตกลงที่รีวิวบอกว่า 'รสชาติเหมือนคนมีความรัก' นี่หมายถึงจานไหนเหรอครับ? หรือหมายถึงใคร?"
คำถามนั้นพุ่งตรงเข้ากลางใจเป้า รินสำลักน้ำลายตัวเองเบา ๆ จนต้องรีบยกแก้วน้ำขึ้นดื่มกลบเกลื่อน ใบหน้างามร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อ ๆ เธอไม่คิดว่าเขาจะตามอ่านบทความรีวิวทุกบรรทัด ละเอียดลออยิ่งกว่าอาจารย์ตรวจวิทยานิพนธ์เสียอีก
"ก็... รีวิวไปตามเนื้อผ้าค่ะ ศิลปินเขาตีความกันไปเรื่อยเปื่อย คุณอย่ามาหลงตัวเองว่าฉันชมคุณเลยนะคะ"
"ผมไม่ได้หลงตัวเอง..." คินน์ทิ้งช่วงจังหวะการพูด ดวงตาคู่คมจดจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงของรินด้วยความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าคู่ปรับ "แต่ผมแค่อยากรู้ว่า... ระหว่างอาหารกับผม อะไรที่ทำให้คุณใจเต้นแรงกว่ากันแน่"
เพล้ง! เสียงในหัวของรินดังขึ้นราวกับแก้วแตกละเอียด อีโก้ที่สร้างกำแพงมานานนับปีพังทลายลงในพริบตาเดียวเมื่อเจอสายตาและคำถามคาดคั้นแบบไร้ความปรานีจากเชฟหนุ่มไฟแรงคนนี้ เคมีระหว่างพวกเขามันร้อนแรงเกินกว่าจะปฏิเสธ และความรู้สึกที่เคยเกลียดชังกันในวันแรก ตอนนี้มันกลับแปรเปลี่ยนเป็นแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้ทั้งคู่ถอนตัวไม่ขึ้น
รินเม้มปากแน่น หัวสมองขาวโพลนคิดคำเถียงไม่ออก มือไม้สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อมือหนาของคินน์ยื่นข้ามโต๊ะมาปัดเศษขนมปังที่ติดอยู่มุมปากให้อย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดบริเวณผิวแก้มทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
"ยะ... ยุ่งน่า!" เธอปัดมือเขาออกเบา ๆ ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ท่าทีพยศแบบแมวข่วนนั้นกลับทำให้คินน์หลุดยิ้มมุมปากออกมาอย่างเอ็นดู รอยยิ้มที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเชฟสายเถื่อน ทำเอารินใจกระตุกวูบไปไกลกว่าเดิม
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยความอึดอัดชวนจิ้น จู่ ๆ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเรียกชื่อของคินน์ก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังประตูโซนส่วนตัว
"ไอ้คินน์! อยู่นี่เอง มึงรู้ไหมว่าแขกวีไอพีจากต่างประเทศรอเชฟใหญ่อยู่... เฮ้ย! ขอโทษ กูมาขัดจังหวะอะไรมึงกับคุณนักรีวิวหรือเปล่าเนี่ย?"
เพื่อนสนิทที่เป็นผู้จัดการร้านโผล่พรวดเข้ามาพร้อมทำหน้าตาตื่นตะลึงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า รินสะดุ้งสุดตัวรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่เพื่อรักษามาดบล็อกเกอร์สาวผู้เย่อหยิ่ง ขณะที่คินน์หันไปถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญในเวลาคับขัน
รินกวาดสายตามองหน้าคินน์ที่ฉายแววเสียดายอย่างปิดไม่มิด หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ เธอหันหลังเตรียมจะก้าวเดินหนีออกไปจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวพ้นขอบประตู คินน์กลับลุกขึ้นพรวดตามมา คว้าข้อแขนเรียวไว้แผ่วเบาแต่แน่นหนาพอที่จะทำให้เธอต้องหยุดชะงัก
"อย่าเพิ่งกลับ..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่รั้งข้อมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย "รีวิวให้จบก่อน... ว่าตกลงรสชาติของผม มันผ่านเกณฑ์ของคุณหรือยัง"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความฟินครั้งนี้นะคะ
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 8
ระยะห่างที่เริ่มสั่นคลอน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!