กล้องไลฟ์สดวงแหวนส่องสว่างกระทบกับนัยน์ตาคู่คมที่จดจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือราวกับมันเป็นสนามรบ รินสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นหอมกรุ่นของทรัฟเฟิลและเนยสดที่ยังอบอวลอยู่ในบรรยากาศของร้าน ‘Kinn’s Table’ ยามวิกาลยังคงติดปลายลิ้น ทว่าสิ่งที่รบกวนจิตใจเธอมากกว่ารสชาติอาหาร คือสัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของเชฟหนุ่มที่ยังวนเวียนอยู่บนข้อมือเธอราวกับคำสาป
“แน่ใจนะว่าจะไม่แก้ตัวใหม่ในจอ?” เสียงทุ้มต่ำของคินน์ดังแทรกขึ้นมาจากมุมมืดของเคาน์เตอร์ครัวเปิด ดวงตาสีเข้มคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย เขาไม่ได้สวมผ้ากันเปื้อนแล้ว เสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นจนเห็นท่อนแขนแข็งแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยยามที่เขากอดอกมองเธอ
รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอหันไปมองหน้าจอที่ตัวเลขยอดผู้ชมพุ่งทะยานขึ้นหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสามนาทีหลังจากที่เธอกดปุ่มเปิดไลฟ์ บล็อกเกอร์สาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา อีโก้ของเธอกับอีโก้ของเขา ช่างเป็นส่วนผสมที่อันตรายเสียยิ่งกว่าพริกโรมานอภิมหาเผ็ดในเมนูจานเมื่อครู่
“คุณคิดว่าฉันเป็นใครคะเชฟคินน์?” รินหันไปเผชิญหน้า น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคม “รินคนนี้ไม่เคยรีวิวอะไรด้วยความเกรงใจ และยิ่งไม่มีทางพูดโกหกเด็ดขาด... ถ้าอร่อยฉันก็จะบอกว่าอร่อย แต่ถ้ามันห่วยแตกจนเยียวยาก I will destroy your career แบบเรียลไทม์ให้ดูค่ะ”
คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำพร่าและเซ็กซี่จนน่าโมโห เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โต๊ะไม้ตัวยาวกั้นกลางระหว่างพวกเขาก็เหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อเขายื่นมือมาปรับมุมขาตั้งกล้องให้เข้าที่เข้าทาง ปลายนิ้วของเขาเฉียดผ่านหลังมือเธอโดยไม่ตั้งใจ—หรือตั้งใจ เธอก็ไม่อาจล่วงรู้ได้—แต่มันทำให้ผิวเนื้อของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ
“ปากเก่งจังนะ” คินน์กระซิบชิดริมฝีปากเธอเมื่อโน้มตัวลงมามองหน้าจอร่วมกัน “งั้นก็พิสูจน์ให้คนดูครึ่งแสนคนเห็นสิ ว่านักรีวิวสายฟาดอย่างคุณจะกล้ากลืนคำพูดตัวเองไหม... เริ่มไลฟ์เลยสิครับ คนดูรอดู ‘การกลับมาล้างตา’ ของคุณอยู่นะ”
รินสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้งเพื่อตั้งสติ นิ้วเรียวกดปุ่มทักทายผู้ชมในโลกออนไลน์ ใบหน้าที่ปรากฏผ่านเลนส์กล้องฉายแววเอาจริงเอาจังจนแฟนคลับในคอมเมนต์เริ่มส่งสติกเกอร์ตกใจกันระรัว
*“สวัสดีค่ะทุกคน... อย่างที่ทุกคนเห็นในสตอรี่เมื่อครู่ วันนี้รินกลับมาที่ร้าน Kinn’s Table อีกครั้งค่ะ”* รินเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงที่เป็นงานเป็นการ ทว่าแววตากลับเหลือบมองเชฟหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ส่งยิ้มกวนประสาทให้อยู่ไม่ไกล *“หลายคนถามว่า ทำไมฉันถึงกล้าให้โอกาสร้านนี้เป็นครั้งที่สอง ทั้งที่ตอนบ่ายเพิ่งจะสับแหลกไม่เหลือชิ้นดี... คำตอบคือ เพราะเชฟเจ้าของร้านเขา ‘ท้าทาย’ ด้วยการลงมือทำเมนูใหม่ต่อหน้าฉันด้วยตัวเองค่ะ”*
คอมเมนต์ไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ทุกคนต่างอยากรู้ว่าเมนูแก้ตัวนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร รินผายมือไปยังจานกระเบื้องสีดำสนิทที่วางอยู่เบื้องหน้า บนนั้นคือพาสต้าเส้นสดคลุกเคล้ากับซอสครีมเห็ดทรัฟเฟิลและไข่แดงดองเกลือ ควันบางเบายังคงลอยกรุ่น
รินใช้ส้อมม้วนเส้นพาสต้าขึ้นมาอย่างระมัดระวัง สายตากวาดมองความสมบูรณ์แบบของจานอาหารที่ผ่านการคิดค้นมาอย่างประณีต ความร้อนของเส้นกำลังพอดี กลิ่นหอมของเนยและทรัฟเฟิลเตะจมูกทันทีที่เข้าใกล้ เธอส่งมันเข้าปาก ชั่ววินาทีนั้น เปลือกตาของเธอก็เผลอหลับลงโดยอัตโนมัติ
ความนุ่มหนึบของเส้นสดที่ทำเองแบบจานต่อจาน ความมันกลมกล่อมของครีมที่ตัดกับความเค็มละมุนของไข่แดงดองอย่างไร้ที่ติ รสชาติมันระเบิดอยู่ในโพรงปาก ลึกซึ้ง ละมุนละไม และทิ้งความอบอุ่นไว้ในอกจนน่าประหลาดใจ มันไม่ใช่แค่ ‘อร่อย’ แต่มมันคือรสนิยม ความตั้งใจ และความคลั่งไคล้ในอาหารที่ถูกถ่ายทอดผ่านปลายลิ้นอย่างชัดเจน
รินลืมตาขึ้น เธอมองตรงไปที่กล้องด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการยอมจำนนต่อรสชาติ
*“สิบเต็มสิบค่ะ”* เธอกล่าวออกไปอย่างชัดถ้อยชัดคำ *“ไม่มีหักแม้แต่คะแนนเดียว... ฝีมือของเชฟคินน์ในจานนี้ ทำให้ฉันเข้าใจคำว่า ‘ความสมบูรณ์แบบที่เจือด้วยความบ้าคลั่ง’ อย่างแท้จริงค่ะ ร้านนี้ผ่านเกณฑ์ของริน และใครที่พลาด ถือว่าคุณพลาดสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไปแล้วค่ะ”*
เสียงเฮลั่นในคอมเมนต์และยอดโดเนทที่พุ่งกระฉูดไม่ได้ทำให้รินสนใจเท่ากับเงาสوงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาประชิดตัวในวินาทีที่เธอกด ‘สิ้นสุดการไลฟ์สด’
“พูดซะผมลอยเลยนะ” คินน์โน้มใบลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟและไวน์จางๆ รินผถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะ แต่หนทางหนีถูกปิดตายด้วยแขนแกร่งทั้งสองข้างที่เขายกขึ้นมาค้ำยันโต๊ะไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยสมบูรณ์
“ฉันก็พูดตามความจริง...” รินพยายามทำเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพล “ในเมื่อทำอร่อย ฉันก็ชม... ถอยไปได้แล้วค่ะ ไลฟ์จบแล้ว”
“แต่เรื่องของเรายังไม่จบ” คินน์กระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ยังเปื้อนคราบซอสเล็กน้อยของเธออย่างจงใจ ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะเอื้อมมาเกลี่ยรอยเปื้อนนั้นออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความทะนุถนอมนั้นทำเอารินนิ่งค้างไปทันที
“คุณ...”
“ผมไม่ได้ลงทุนทำเมนูนั้นเพราะอยากได้คำชมจากคนครึ่งแสนหรอกนะริน...” คินน์โน้มใบหน้าลงมาอีกนิด จนริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ “แต่ผมทำ... เพื่อให้ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ ยอมรับซะทีว่าผมชนะใจเธอได้แล้ว”
รินอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปเมื่อประตูกระจกหน้าร้านถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมที่เดินดุ่มเข้ามาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“คินน์! ทำไมฉันโทรหาคุณถึงไม่รับสาย รู้ไหมว่าฉันรอ...”
คินน์ชะงัก เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อยอย่างขัดใจ ขณะที่รินหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาสะดุดกึกลงทันทีเมื่อจำได้ว่าหล่อนคือใคร—ดาราสาวชื่อดังและอดีตคู่หมั้นของเชฟหนุ่มที่เคยประกาศกร้าวว่าเกลียดร้านนี้เข้าไส้
และก่อนที่ใครจะได้พูดอะไรต่อ ประตูร้านฝั่งด้านหลังก็เปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนในสูทราคาแพงที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบ
“สวัสดีครับเชฟคินน์... หวังว่าผมคงไม่ได้มารบกวน ‘ช่วงเวลาสวีท’ ของพวกคุณสองคนหรอกนะ”
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความปากร้ายแต่สายเปย์ของพ่อหนุ่มเชฟของเรานะคะ ไว้พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 9
ไลฟ์สดที่น่าจดจำ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!