“ถ้าคิดว่าการส่งของพวกนี้มา เพื่อจะปิดปากฉันไม่ให้เขียนรีวิวตามตรงละก็... คุณคิดผิดถนัดค่ะ เชฟคินน์”
รินวางสมาร์ตโฟนลงบนเคาน์เตอร์ครัวด้วยแรงที่หนักหน่วงพอที่จะทำให้ขวดโหลบนชั้นวางสั่นไหว เธอจ้องมองกล่องโฟมบรรจุอุณหภูมิที่เพิ่งถูกส่งมาถึงหน้าประตูบ้านเมื่อครู่ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก มันไม่ใช่กล่องพัสดุธรรมดา แต่มันคือการประกาศสงครามผ่านวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่แม้แต่ในตลาดประมูลระดับไฮเอนด์ยังหาได้ยากยิ่ง
ภายในนั้นคือกุ้งมังกรสีน้ำเงินจากน่านน้ำลึกและคาเวียร์เกรดอัลมาสที่บรรจุในตลับทองคำหรูหรา มูลค่าของมันในสายตารินไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ 'การต้อนให้จนมุม'
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทดังขึ้นทันที ราวกับจงใจจับจังหวะหัวใจของเธอ
*‘วัตถุดิบชั้นดีแบบนี้ ถ้าอยู่ในมือคนที่ไม่เข้าใจมัน ก็ไม่ต่างจากขยะราคาแพง หวังว่าคุณจะมีความสามารถพอที่จะไม่ทำให้มันเสียของ... หรือจะเขียนรีวิวโง่ๆ อีก ก็แล้วแต่ความถนัดของคุณครับ’*
รินแค่นหัวเราะออกมาอย่างเหลืออด นิ้วเรียวพิมพ์โต้ตอบกลับไปด้วยความเร็วที่แทบจะเผาไหม้หน้าจอ
*‘ไอ้เชฟปากเสีย! คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร? จะมาบงการมาตรฐานลิ้นของฉันด้วยไอ้ของพวกนี้เหรอ? เก็บเงินไปซื้อความรู้เพิ่มดีกว่าไหมคะ’*
*‘ก็ลองพิสูจน์ดูสิครับ’* คินน์ตอบกลับมาสั้นๆ แต่ทิ้งความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยความเย็นชา ‘*ถ้าพรุ่งนี้เช้าผมไม่เห็นโพสต์รีวิวที่ทำให้ผมรู้สึกว่า “คุ้มค่า” ที่ส่งไปให้ อย่าหวังว่าครั้งหน้าจะมีอะไรถึงมือคุณอีก’*
รินโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาอย่างหงุดหงิด เธอเดินวนรอบกล่องวัตถุดิบนั้น ความโกรธที่คุกรุ่นในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความท้าทายตามสัญชาตญาณของนักรีวิวผู้ไม่เคยยอมสยบให้ใคร เธอหยิบมีดเชฟส่วนตัวขึ้นมา สัมผัสความคมของใบเหล็กที่สะท้อนแสงไฟในครัว แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ
ในอีกมุมหนึ่งของเมือง คินน์ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างห้องครัวของร้านที่ปิดทำการแล้ว เขากำลังหมุนแก้วไวน์ในมือ ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิด เขาไม่ได้ต้องการปิดปากรินด้วยวัตถุดิบพวกนั้น แต่ความรู้สึกหงุดหงิดที่เห็นเธอพยายามขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ด้วยคำว่า “งาน” ทำให้เขาอยากทำลายกำแพงนั้นด้วยวิธีที่รุนแรงและเอาแต่ใจที่สุด
เขาไม่เคยยอมเสียเงินให้ใครฟรีๆ และไม่เคยยอมให้ใครมามองว่าเขาเป็นแค่ “เชฟที่ชอบเอาชนะ”
คินน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดดูภาพจากกล้องวงจรปิดที่ส่งตรงมาจากหน้าบ้านของริน เขาเห็นเธอสวมผ้ากันเปื้อนสีครีม มัดผมรวบสูง และกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบด้วยท่าทางที่ดูจริงจังและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในเวลาที่เธอวิจารณ์ร้านของเขา
“ดื้อให้ได้อย่างนี้สิ... แล้วเราจะได้เห็นกันว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน” คินน์พึมพำ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน
เวลาล่วงเลยไปจนดึกดื่น แสงไฟจากห้องครัวของรินยังคงสว่างไสว เธอกำลังอยู่ท่ามกลางสมรภูมิแห่งรสชาติ กลิ่นหอมฟุ้งของกุ้งมังกรที่ปรุงด้วยเทคนิคที่ซับซ้อนอบอวลไปทั่วบ้าน รินวางจานสุดท้ายลงบนโต๊ะด้วยความเหนื่อยอ่อน เธอไม่ได้ทำเพราะอยากเอาชนะเชฟคินน์เพียงอย่างเดียว แต่เพราะในจังหวะที่เธอสัมผัสวัตถุดิบเหล่านั้น เธอสัมผัสได้ถึง “ตัวตน” ของเขาที่แฝงอยู่—ความทะเยอทะยาน ความเนี้ยบ และความหลงใหลที่บริสุทธิ์
เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปผลงานของตัวเอง แต่จู่ๆ เสียงเคาะประตูหน้าบ้านในเวลาเที่ยงคืนกว่าก็ทำให้เธอชะงัก
รินเดินไปที่ประตูด้วยความระมัดระวัง เธอส่องตาแมวดูแล้วต้องเบิกตากว้าง
ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นรอยสักจางๆ ที่ข้อมือ คินน์ยืนอยู่ตรงนั้น มือข้างหนึ่งถือขวดไวน์วินเทจ อีกข้างถือผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก เขาไม่ได้ดูเหมือนคนที่มาหาเรื่อง แต่ดูเหมือนคนที่กำลังมาทวงคืนสิ่งที่เขา “ลืมทิ้งไว้”
เมื่อรินเปิดประตูออกเพียงครึ่งหนึ่ง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายที่คุ้นเคยของเชฟหนุ่มก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส เธอตั้งท่าจะโวยวาย แต่เขากลับแทรกตัวเข้ามาในบ้านด้วยความนิ่งเฉย กลิ่นไวน์ในมือเขาส่งกลิ่นหอมกรุ่นไปทั่วบริเวณ
“ทำไมถึงมาที่นี่?” รินถาม เสียงของเธอสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะระยะห่างที่เขาลดลงจนแทบจะเหลือศูนย์
คินน์ไม่ตอบ เขาเดินตรงไปยังโต๊ะอาหาร มองจานกุ้งมังกรที่เธอทำไว้ ก่อนจะหันกลับมาสบตารินด้วยแววตาที่ลุ่มลึกจนเธอแทบจะหยุดหายใจ
“ผมลืมบอกไปอย่างหนึ่ง... วัตถุดิบพวกนั้น ถ้าจะปรุงให้ได้รสชาติจริงๆ มันต้องใช้ไวน์ขวดนี้คู่กัน” เขาวางขวดไวน์ลงบนโต๊ะ พร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวรินจนหลังของเธอชนเข้ากับกำแพงครัว “และดูเหมือนว่าคุณจะปรุงมันออกมาได้... ดีจนน่าโมโหเลยทีเดียว”
ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดข้างแก้ม ในขณะที่มือหนาข้างหนึ่งยันกำแพงกักตัวเธอไว้ รินพยายามจะเบี่ยงหน้าหนี แต่คินน์กลับใช้นิ้วมือเชยคางเธอขึ้นให้สบตากันตรงๆ
“จะทำอะไรคะ...” รินถามเสียงแผ่ว
คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนจมูกเกือบชิดกัน ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ก็แค่จะมาดูว่า... ระหว่างรสชาติของอาหาร กับคนทำน่ะ อย่างไหนมันจะ ‘อร่อย’ กว่ากัน”
ยังไม่ทันที่รินจะได้ตอบโต้ จู่ๆ เสียงกริ่งประตูหน้าบ้านที่เธอยังไม่ได้ปิดสนิทก็ดังรัวขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนของ ‘นักข่าวสายกอสซิป’ ที่เธอเคยมีคดีด้วย ซึ่งดูเหมือนจะได้รับแจ้งเบาะแสว่าเชฟชื่อดังกำลังมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในยามวิกาล
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันไปมองคินน์ที่ยังคงนิ่งเฉยราวกับจงใจสร้างสถานการณ์นี้ขึ้นมา
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน “กำมะหยี่สีแดง” นะคะ หวังว่าบทนี้จะทำให้หัวใจเต้นแรงกันบ้างนะคะ!
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 10
สายเปย์แบบไม่รู้ตัว
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!