เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 7

คืนที่ฝนตกกับเมนูปลอบใจ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงฟ้าร้องคำรามครั่นคร้ามก้องกังวานมาจากฟากฟ้าสีหม่น เม็ดฝนฤดูมรสุมกระหน่ำซัดสาดลงมากระจกหน้าต่างร้านอาหารกึ่งปิดทึบจนเกิดเสียงดังระรัวราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลาย รินกอดอกแน่นในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งที่ช่วยกันความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศและไอน้ำฝนข้างนอกได้เพียงน้อยนิด ดวงตากลมโตมองจานกระเบื้องสีขาวว่างเปล่าบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ของเชฟหนุ่มที่กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "มองหน้าฉันแบบนั้น หมายความว่าจะกินหัวฉันแทนข้าวหรือไงคะ คุณบล็อกเกอร์ปากแซ่บ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากของเขาช่างน่าหยิกให้เนื้อเขียวเสียจริง ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะไล่ตะردลูกค้าคนสุดท้ายออกจากร้านไปเพราะพายุเข้า แต่วันนี้เขากลับไม่อมพะอมยอมให้เธอกลับออกไปเผชิญฝนฟ้าคะนองตามลำพังด้วยเหตุผลกวนใจที่ว่า *'ไม่อยากเป็นข่าวว่าฆาตกรรมรีวิวเวอร์ตายหน้าร้านตัวเอง'* "ถ้าฉันมีแรงเหลือพอจะกินหัวคุณได้จริงๆ คุณคงไม่ยืนทำหน้ายโสอยู่ตรงนั้นหريكหรอกค่ะ" รินย้อนกลับเสียง huff ในลำคอ น้ำเสียงของเธอติดจะสั่นเล็กน้อยด้วยความหิวโหยและอุณหภูมิในห้องที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ท้องฟ้าด้านนอกมืดมิดราวกับเป็นเวลากลางคืน ทั้งที่เพิ่งจะสี่โมงเย็นเท่านั้น คินน์ไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะหันหลังกลับไปจัดการกับเขียงและวัตถุดิบตรงหน้า แผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อไหวระริกตามจังหวะการเคลื่อนไหว ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนากัด ikey มีเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดและเสียงคมมีดกระทบเขียงไม้ดัง *ฉับๆ* เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้อึดอัดอย่างที่ควรจะเป็น มันกลับเจือกลิ่นอายความอบอุ่นบางเบาที่ลอยปะปนมากับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศที่เริ่มโชยเตะจมูก รินแอบมองภาพนั้นเงียบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ ผู้ชายอะไร ปากจัด ปึงปัง และอีโก้สูงเสียดฟ้า แต่กลับมีมือคู่นั้นที่กำลังปรุงอาหารอย่างประณีตราวกับศิลปินกำลังสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก สายตาที่เขาใช้มองหม้อซุปตรงหน้ามันช่างจริงจังและอ่อนโยนเสียจนเธอเผลอจ้องมองนานเกินไป "เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นสักทีค่ะริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่หันกลับมามอง "รู้ว่าหล่อและเสน่ห์แรง แต่มองมากๆ อาหารในจานของคุณอาจจะไหม้ได้เพราะพิษความอิจฉา" "หลงตัวเองที่สุด!" รินค้อนขวับ เมินหน้าหนไปมองหยดน้ำฝนที่ไหลเป็นทางยาวบนกระจกใส "ฉันแค่มองดูว่าคุณจะวางยาพิษฉันเพื่อปิดปากบทความรีวิวรอบหน้าต่างหากล่ะคะ" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยในบรรยากาศเงียบงัน เขายกชามเซรามิกใบโตควันฉุยเดินตรงมาที่โต๊ะ ก่อนจะวางมันลงตรงหน้าเธออย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมกรุ่นของซุปหัวหอมฝรั่งเศสเคี่ยวจนงวด ผสมผสานกับชีสยืดๆ สีทองอร่ามที่โรยหน้ามาอย่างไม่หวงเครื่อง และขนมปังอบกรอบชิ้นโตที่ลอยอยู่ด้านบน กระตุ้นต่อมน้ำลายในปากของรินให้ทำงานทันทีจนเธอเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "ซุปหัวหอมร้อนๆ กับสตูว์เนื้อตุ๋นไวน์แดงสูตรพิเศษ..." คินน์ทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองเธอด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "ทานซะนะคะ ก่อนที่คุณจะหมดแรงมานั่งเถียงฉันจนเป็นลมล้มพับไปซะก่อน" รินชำเลืองมองชามอาหารตรงหน้า สัมผัสความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาปะทะใบหน้าหนาวเหน็บทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอยอมรับว่าเธอเป็นคนปากแข็งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ในวินาทีนี้ ท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจแต่กลับแอบใส่ใจทุกรายละเอียดของคนตรงหน้ากำลังทำให้กำแพงในใจของเธอพังทลายลงทีละน้อย "ทำไม... ถึงทำอันนี้ให้ฉันคะ?" รินเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองเขาอย่างไม่มั่นใจนัก "ฉันเพิ่งจะเขียนบทความวิจารณ์ร้านคุณเสียๆ หายๆ ไปเมื่อสัปดาห์ก่อนแท้ๆ" "เพราะฉันเกลียดการเห็นคนมาตายคาโต๊ะอาหารในร้านของฉันค่ะ..." คินน์ตอบหน้าตาย แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นนิดๆ "อีกอย่าง... เวลาที่คุณไม่ได้กินอะไร ปากของคุณมันจะว่างแล้วเอาแต่พูดจาหาเรื่องฉันไม่หยุด การทำให้คุณอิ่ม น่าจะเป็นวิธีปิดปากที่ดีที่สุดแล้วมั้งคะ" รินค้อนให้อีกวงใหญ่ แม้ปากจะบอกว่าหมั่นไส้ แต่เธอก็ยอมหยิบช้อนขึ้นมาตักซุปเข้าปากคำหนึ่ง ความร้อนละมุนของน้ำซุปที่เคี่ยวเคี่ยวจนหวานกลมกล่อมผสานกับความมันเค็มของชีสละลายในปาก รสชาติที่ล้ำลึกและกลมกล่อมจนเกินบรรยายทำให้หัวใจที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันอุ่นวาบขึ้นมาทันที น้ำตาคลอเบ้าอย่างไม่รู้ตัว รินรีบก้มหน้าซ่อนความอ่อนแอ แต่มีหรือที่คนช่างสังเกตอย่างคินน์จะมองไม่เห็น มือหนายื่นออกมาช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของเธอออกให้อย่างเบามือสัมผัสนั้นแผ่วเบาและอ่อนโยนจนรินสะท้านเฮือก เธอนิ่งค้างไป ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ฉายแววความคลั่งรักแบบไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป "อร่อยไหมคะ?" เขาถามเสียงกระซิบ แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของสายฝนด้านนอก "อื้ม..." รินพยักหน้ารับเบาๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "อร่อยมากค่ะ... ขอบคุณนะคะคินน์" คินน์ยิ้มละมุน รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากเชฟหนุ่มจอมอีโก้ เขยิบเก้าอี้เข้ามาใกล้เธออีกนิดจนแทบจะชิดกัน โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่พวงแก้มแดงระเรื่อของเธอ "ถ้าอร่อย... งั้นเปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นการสัญญาว่าจะไม่เขียนบทความใจร้ายใส่ฉันอีกได้ไหมคะ" เสียงกระซิบพร่าเลือนริมฝีปากของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว "หรือถ้ายังอยากจะเขียน... ก็มาเขียนใส่กระดาษแล้วบอกฉันต่อหน้าแบบนี้ดีกว่านะคะ" รินหัวใจเต้นรัวแรงยิ่งกว่าเสียงพายุฝนด้านนอก ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีไข้ เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์มตามประสาคนปากแข็ง ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะขยับเข้าหากันจนแทบจะแนบชิด *กริ๊งงงง!* เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังลั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางอย่างแรงด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน สายฝนสาดกระเซ็นเข้ามาพร้อมกับเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของร่างระหงในชุดเปียกโชกที่ยืนจังก้าอยู่ตรงทางเข้า "คินน์! ฉันมารับเธอกลับบ้าน... เอ๊ะ! นี่เธอกำลังทำอะไรกันอยู่?!" รินเบิกตากว้างเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ หัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยความฟินกลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที! *** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%