เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 12

ความลับใต้เชฟสีขาว

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
คราบซอสมะเขือเทศแห้งกรังบนกระทะทองเหลืองใบเก่า ไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จของเชฟกระทะเหล็กชื่อดังรุ่นพ่อ แต่มันกำลังฟ้องถึงความอัปยศที่คินน์พยายามขัดล้างมาตลอดสามปีเต็ม รินยืนนิ่งอยู่เบื้องหลังเงาสลัวของห้องครัวปิดตาย ชั้นใต้ดินของร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์ที่ถูกทิ้งร้าง กลิ่นอับชื้นของความทรงจำและคราบน้ำมันเก่าคลุ้งอยู่ในอากาศจนแสบจมูก ทว่าสิ่งที่บาดลึกยิ่งกว่ากลิ่นอับ คือแผ่นหลังกว้างของเชฟหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยามนี้กำลังสั่นเทาเล็กน้อยยามที่นิ้วเรียวสากระคายสัมผัสเข้ากับกรอบรูปไม้สีเข้มที่คว่ำหน้าอยู่บนเคาน์เตอร์สแตนเลส "คุณเข้ามาทำไม" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ไม่มีความดุดันเย่อหยิ่งอย่างเคย มีเพียงความเปราะบางที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา คินน์ไม่ได้หันกลับมามอง แต่รินรู้—ด้วยสัญชาตญาณของคนที่จ้องมองผู้ชายคนนี้มานับร้อยชั่วโมงผ่านเลนส์กล้อง—ว่าดวงตาคู่นั้นกำลังแดงก่ำ "เพราะฉันรู้ว่าคุณไม่ได้หนีออกจากครัวข้างบนนั้น... แต่คุณกำลังหนีเงาของตัวเองต่างหากล่ะคะ, เชฟคินน์" รินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ชamatก้าวที่ไร้เสียงแต่หนักแน่นพอจะทำให้ร่างสูงชะงัก เธอไม่ได้มาในฐานะรีวิวเวอร์ปากร้ายที่จ้องจะเหยียบย่ำเรตติ้งร้านเขาอีกต่อไปแล้ว ภาพของเด็กชายตัวเล็กในชุดเชฟเปื้อนแป้งที่ปรากฏอยู่ในเศษกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ บนโต๊ะทำงานตัวนั้น มันตอบทุกคำถาม... ทุกความบ้าคลั่ง ความสมบูรณ์แบบที่ต้องแลกมาด้วยหยาดน้ำตา และอีโก้ที่ค้ำคอจนแทบหายใจไม่ออก คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหริบพร่าและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยตัวเอง "คิดจะเอาเรื่องนี้ไปเขียนลงคอลัมน์เรียกเรตติ้งอีกหรือไง ริน? บล็อกเกอร์สายฟาดอย่างคุณคงชอบอกชอบใจสินะ ที่ได้รู้ว่าไอ้เชฟปากร้ายคนนี้ แท้จริงแล้วก็แค่ลูกชายของฆาตกรทางอาหารที่ทำลายลิ้นคนทั้งเมือง!" เพล้ง! ไม่ใช่เสียงสิ่งของแตกหัก แต่เป็นเสียงกำแพงอารมณ์ของคินน์ที่พังทลายลงมา รินพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือหนาที่กำลังกำเศษแก้วกรอบรูปจนเลือดซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว แรงกระชากนั้นทำให้คินน์ต้องหันขวับมาเผชิญหน้า แววตาที่แข็งกร้าวมาตลอดเต็มไปด้วยหยดน้ำตาที่เอ่อคลอแต่ไม่ยอมร่วงหล่น มันคือความเจ็บปวดที่ถูกหมักบ่มมาครึ่งชีวิต "อย่าพูดจาดูถูกตัวเองแบบนั้นนะคะ!" รินตวาดเสียงกร้าว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองคือนรกโลกันต์ที่พ่อคุณสร้างขึ้นมาจริงๆ คุณจะทุ่มเททำอาหารแต่ละจานด้วยความใส่ใจบ้าคลั่งแบบนั้นทำไมล่ะคะ? อาหารของคุณมันฟ้องว่าคุณรักการกินและการสร้างความสุขให้คนอื่นมากแค่ไหน... อย่าเอาบาปของคนอื่นมาขังตัวเองไว้ในครัวมืดๆ นี่อีกเลย!" ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นสนามอารมณ์ที่ร้อนแรงจนแทบหลอมละลาย คินน์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย ผู้หญิงคนนี้... คนที่เข้ามาปأسป่วนชีวิตเขา คนที่รู้ทันทุกความรู้สึก และเป็นคนเดียวกล้าพอที่จะดึงเขาขึ้นมาจากหลุมศพที่เขาขุดฝังตัวเองไว้ มือหนาที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ เอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้ว Nนุ่มของรินอย่างไม่รู้ตัว นิ้วโป้งเกลี่ยร่องน้ำตาที่รินไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันไหลออกมาตั้งแต่ตอนไหน ความเงียบงันเข้าปกคลุมรอบกาย มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกับเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาด้านนอก "คุณมัน... ร้ายกาจชะมัด ยัยตัวแสบ" คินน์กระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นความทุ้มนุ่มที่สั่นไหว "รู้ทั้งรู้ว่าฉันปั้นหน้าหยิ่งใส่คุณแทบตาย... แต่ทำไมถึงยังขุดคุ้ยเข้ามาในใจฉันลึกขนาดนี้" "เพราะฉันเกลียดคนโกหกค่ะ" รินตอบเสียงสั่น พยายามควบคุมเสียงไม่ให้หลุดอาการสั่นไหวภายใต้สัมผัสอุ่นจัดที่ข้างแก้ม "และยิ่งเกลียด... เวลาที่เห็นคนเก่งๆ ต้องมาทำลายอนาคตตัวเองเพื่อจมอยู่กับอดีต" ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟและฝนจางๆ ทำเอาสติของรินกระเจิดกระเจิง หัวใจเต้นรัวรากับจะกระโดดออกมานอกอก คินน์จ้องมองเรียวปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุดด้วยสายตาดุดันที่แฝงความคลั่งรักแบบกู่ไม่กลับ "งั้นก็พิสูจน์ให้ดูหน่อยสิ..." คินน์กระซิบชิดริมฝีปากเธอ หัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนแทบคลั่ง "พิสูจน์ให้ฉันเห็นที ว่าอนาคตที่คุณว่า... มันมีที่ยืนสำหรับเชฟสารเลวคนนี้จริงๆ" รินยังไม่ทันได้เอ่ยคำตอบใดๆ เรียวปากหยักลึกก็ทาบทับกลีบปากนุ่มลงมาอย่างไร้ซึ่งการลังเล เป็นจูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันเรียกร้องราวกับต้องการแผดเผาความเจ็บปวดทั้งหมดในอดีต ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวานลึกล้ำที่สูบเอาวิญญาณของคนฟังให้ล่องลอย มือหนารวบเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปกับความมืด ทว่า ในวินาทีที่รินกำลังจะหลับตาพริ้มและปล่อยตัวปล่อยใจไปกับรสจูบที่แสนเร่าร้อนนี้เอง... แกร็ก! เสียงเปิดประตูเหล็กเสียงดังสนั่นจากบันไดวนชั้นบน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ และแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องตรงเข้ามาในมุมมืดของห้องใต้ดิน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงอย่างไม่ใยดี "เชฟคินน์ครับ! ตำรวจกับนักข่าวจากสำนักพิมพ์... บุกเข้ามาถึงหน้าร้านแล้วครับ!" หวังว่ารี้ดที่รักของกำมะหยี่จะยังคงลุ้นและจิกหมอนไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังพุ่งชนขีดสุดนี้ในตอนหน้านะคะ!
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%