เสียงกระแทกประตูห้องสตูดิโอรีวิวอาหาร ‘Taste & Tell’ ดังสนั่นจนกรอบรูปใบประกาศเกียรติคุณบนผนังสีเทาเข้มสั่นไหว รินที่กำลังยืนจดจ่ออยู่กับการจัดแสงไฟ LED รอบโต๊ะอาหารจำลองสะดุ้งสุดตัว เธอยังไม่ทันได้หันไปมองว่าใครคือผู้บุกรุกผู้ไร้มารยาท ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นกล้ามเนื้อท่อนแขนแข็งแรงก็ก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเสียแล้ว
กลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวและกลิ่นหอมจางๆ ของเบอร์กามốtผสมกลิ่นอายควันไฟในครัวลอยปะทะนาสิก รินเงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความคับแค้น คินน์... เชฟหนุ่มเจ้าของร้านอาหารหรูที่เธอเพิ่งเขียนรีวิววิจารณ์ความห่วยแตกไปเมื่อสามวันก่อน กำลังยืนจ้องเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"คุณมีปัญหาอะไรกับลิ้นของตัวเอง หรือว่าสมองส่วนที่ใช้ประมวลรสชาติมันฝังอยู่ใต้ส้นรองเท้ากันแน่ คุณริน"
น้ำเสียงต่ำทุบกระแทกทีละคำราวกับมีดที่บรรจงลับจนคมกริบ คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดเหลือแค่คืบเดียว แรงกดดันจากอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าของเชฟหนุ่มแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวร้อนระอุขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
รินเม้มริมฝีปากแน่น เธอยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างเกราะกำบังความหวั่นไหวที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายกลับไปทันที ไม่มีทางที่ผู้หญิงอย่างเธอจะยอมก้มหัวให้ผู้ชายปากจัดคนนี้เป็นครั้งที่สองหรอกนะคะ
"ถ้าคุณเชฟคินน์จะกรุณาถอยหลังไปสักสองก้าว ประสาทสัมผัสการรับรู้ของดิฉันคงจะทำงานได้ดีขึ้นค่ะ" รินเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองเขาด้วยรอยยิ้มเยาะที่เคลือบอยู่บนริมฝีปากสีพีช "แล้วก็ช่วยจำใส่สมองเอาไว้ด้วยว่า รีวิวของฉันมันตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า ถ้าอาหารของคุณมันห่วย ปากกาของฉันก็ไม่จำเป็นต้องเขียนอวยให้เสียหมึก"
"ห่วยงั้นเหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง เขากวาดสายตามองไปรอบสตูดิโอที่มีทั้งอุปกรณ์ถ่ายทำและจานชามพร็อพมากมาย ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนรินต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ "เนื้อวากิวที่ผมตุ๋นเคี่ยวด้วยไฟอ่อนนานสิบสองชั่วโมง คุณบอกว่ามันเหนียวเหมือนเคี้ยวหนังยาง? น้ำซุปทรัฟเฟิลที่คุณจิบเข้าไปแล้วกล้าวิจารณ์ว่ากลิ่นฉุนเหมือนน้ำหอมราคาถูก... คุณใช้ลิ้นรับรสหรือใช้ความอคติกลืนลงคอไปกันแน่!"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดเสียจนแทบจะจุดไฟติด รินรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านแก้ม เมื่อครู่นี้เธอคิดว่าเขาคงเป็นแค่พวกอีโก้จัดที่รับคำวิจารณ์ไม่ได้ แต่ตอนนี้ เธอกลับเริ่มสังเกตเห็นประกายไฟบางอย่างในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความหลงใหลในงานศิลปะบนจานอาหารที่ถูกเธอย่ำยีจนแหลกเหลวต่างหาก
"ถ้าคุณมั่นใจนักว่าอาหารของคุณมันเลอค่าจนแตะต้องไม่ได้ ทำไมถึงต้องเดือดร้อนวิ่งแจ้นมาถึงสตูดิโอของฉันในเวลาค่ำมืดแบบนี้ด้วยล่ะคะ หรือว่าความจริงแล้ว... คุณแค่ว้าวุ่นใจ เพราะคำวิจารณ์ของฉันมันดันไปจี้จุดดำมืดในความห่วยแตกที่คุณพยายามซ่อนไว้กันแน่"
รินสวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนไม่แพ้กัน เธอยืนหยัดเผชิญหน้าโดยไม่หลบสายตา แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวราวกองศึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เคมีที่พุ่งชนกันระหว่างความหัวรั้นของเธอและความเย่อหยิ่งของเขากำลังสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่รุนแรงเสียจนน่ากลัว
คินน์ชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย เขากวาดสายตามองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหยิกนั้นอย่างพิจารณา แทนที่จะโกรธจัดจนระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างที่ควรจะเป็น มุมปากหยักลึกของเชฟหนุ่มกลับยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ปากเก่งดีนี่..." คินน์กระซิบเสียงพร่า แววตาเปลี่ยนเป้าหมายจากการต่อล้อต่อเถียงมาเป็นการจดจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ "ปากดีขนาดนี้... ไม่รู้ว่าเวลาชิมอาหารจริงๆ จะยังปากดีอยู่หรือเปล่า"
"คุณหมายความว่า— อุ๊บ!"
คำพูดทวงความยุติธรรมถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อคินน์ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว ร่างสูงก้าวประชิดตัวรินอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้มือหนาจับล็อกเอวบางเอาไว้แน่น รั้งเข้าหาตัวจนแนบชิด ไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ก่อนที่ริมฝีปากร้อนจัดจะทาบทับลงมาปิดกั้นทุกถ้อยคำต่อล้อมันเสียดสี
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอพยายามจะผลักอกแกร่งออกไปแต่แรงของเธอกลับเทียบไม่ได้เลยกับอ้อมแขนที่โอบกอดรัดรึงไว้อย่างมั่นคง สัมผัสที่ดุดันแต่แฝงไปด้วยความเร่าร้อนทำให้ร่างกายของเธอนุ่มนวลลงอย่างน่าละอาย รสชาติของความถือดีถูกบดขยี้ด้วยความคลั่งไคล้ที่พรั่งพรูออกมาจากสัมผัสของเชฟหนุ่ม รินหลับตาลงอย่างจำยอมต่อความวาบหวามที่ซัดสาดเข้ามาในโสตประสาท มือเรียวที่เคยกำแน่นทุบเบาๆ ที่อกเขาเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ท่ามกลางความเงียบงันของห้องสตูดิโอที่มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดของคนทั้งคู่ คินน์ค่อยๆ ผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มเนียนที่แดงก่ำ รินหอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ
เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากด่าทอหรือต่อว่าการกระทำที่อุกอาจเมื่อครู่ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน พร้อมกับเสียงของโปรดิวเซอร์สาวคู่หูที่ดังทะลุเข้ามาจากด้านนอก
"ริน! อยู่ข้างในหรือเปล่า ประตูไม่ได้ล็อกนะ... ฉันเอาเอกสารสัญญาสпонเซอร์สัปดาห์หน้ามาให้เซ็น—"
มือเรียวของคนที่ยืนขวางประตูอยู่เอื้อมไปบิดกลอนล็อคที่ยังไม่ได้กดล็อกสนิททันที รินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก หันขวับไปมองประตูที่กำลังจะถูกผลักเปิดออกด้วยหัวใจที่เต้นรัวราวดรัมแมชชีน
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความร้อนแรงในค่ำคืนนี้นะคะ* — **กำมะหยี่สีแดง**
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 2
เชฟไม่ชอบคนวิจารณ์
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!