นิ้วเรียวใต้เล็บเจลสีนู้ดสะกิดหน้าจอสมาร์ตโฟนด้วยจังหวะที่เฉียบขาดราวกับกำลังจรดปากกาพิพากษาคดีอุกฉกรรจ์
*‘ร้านมิชลินที่น่าผิดหวังที่สุดแห่งปี: จ่ายหลักหมื่นแต่วิญญาณเชفคงหล่นหายไปตั้งแต่หน้าประตู’*
พาดหัวข่าวในบล็อกและอินสตาแกรมส่วนตัวของ ‘ริน’ มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้หุ้นของบริษัทจดทะเบียนสั่นคลอนได้ นับประสาอะไรกับ ‘Kinn’ ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งเปิดใหม่ที่ทุ่มงบหลักล้านเพื่อสร้างชื่อเสียง เธอพิมพ์ข้อความสรุปปิดท้ายด้วยประโยคที่คมกริบชนิดที่คนอ่านต้องสูดปาก
*‘ถ้าความอีโก้สูงส่งของเชฟมันอร่อยเท่าวัตถุดิบ ร้านนี้คงได้สามดาวไปนานแล้วค่ะ แต่น่าเสียดาย... รสชาติวันนี้มันเหมือนความพยายามที่ล้มเหลวของเด็กฝึกงานมากกว่า’*
กดส่ง.
เสียงแจ้งเตือนการแชร์และคอมเมนต์ดังระรัวราวกับสนามรบขนาดย่อม รินมองยอดเอนเกจเมนต์ที่พุ่งทะยานขึ้นแบบเรียลไทม์ด้วยมุมปากที่ยกยดขึ้นเล็กน้อย ความตรงไปตรงมาคืออาวุธที่เธอใช้สร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมา และเธอไม่เคยใจอ่อนให้กับร้านอาหารแห่งไหน เพียงเพราะอีกฝ่ายจ่ายเงินค่าประชาสัมพันธ์หลักแสนหรอกนะคะ
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องครัวสีเงินวาววับของร้าน Kinn บรรยากาศอึมครึมจนแทบจะคว้ามีดมาเชือดคอกันได้
ไอความร้อนจากเตาอินดักชันสะท้อนบนใบหน้าคมคายของ ‘คินน์’ เชฟหนุ่มเจ้าของร้าน ดวงตาเรียวรีคมกริบจ้องเขม็งไปยังหน้าจอแท็บเล็ตในมือ ลูกน้องในครัวต่างยืนตัวลีบแทบไม่กล้าหายใจเมื่อเห็นเส้นเลือดที่ขมับของเชฟหนุ่มเต้นตุบ ๆ
"ยอดจองสัปดาห์หน้า..." คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันเย็นเยียบจนคนฟังขนลุกซู่ "หายไปเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์... เพราะอีตาบล็อกเกอร์ปากจัดคนนี้เนี่ยนะ?"
"เชฟครับ... ให้ทีม PR ติดต่อเคลียร์ไหมครับ" ผู้จัดการร้านกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเอ่ยปาก
"เคลียร์เหรอ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากไม่ได้ทำให้รู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเลยสักนิด มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่อท้าทาย "คนแบบนี้ไม่ต้องเคลียร์หรอกครับ... ต้องสั่งสอนให้รู้สำนึกต่างหากว่ากว่าจะสร้างจานนี้ขึ้นมาได้ เชฟเขาเอาเลือดตาแทบกระเด็น ไม่ใช่เอาคีย์บอร์ดมาเคาะพ่นพิษใส่คนอื่นไปวัน ๆ"
นิ้วแกร่งกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว โทรศัพท์มือถือบนเคาน์เตอร์สั่นเตือนสายเข้าจากเพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ของร้าน
[ไอ้คินน์ มึงเห็นรีวิวของยัยรินหรือยังวะ? ชิบหายแล้ว ร้านเราโดนแบนจากกรุ๊ปนักชิมวีไอพีเรียบร้อย!]
"กูเห็นแล้ว" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท แต่ดวงตากลับลุกโชนไปด้วยประกายเพลิงแห่งความกรุ่นโกรธ "และกูไม่ได้จะปล่อยให้มันจบแค่นี้แน่... เตรียมจองโต๊ะวีไอพีให้ผู้หญิงคนนั้นในชื่ออื่นซะ แล้วล็อกวัตถุดิบที่ดีที่สุดในครัววันนี้ไว้... กูจะทำให้ยัยบล็อกเกอร์สมองกลวงนั่นกลืนน้ำลายตัวเองคายรีวิวห่วย ๆ ออกมาให้หมด"
ทางด้านริน เธอกำลังนั่งจิบไวน์ขาวเคล้าเสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ ในคาเฟ่สุดชิคเพื่อฉลองให้กับยอดวิวถล่มทลายของโพสต์ล่าสุด ความรู้สึกสะใจลอยวนอยู่ในอก เธอเกลียดความเย่อหยิ่งของเชฟยุคใหม่ที่คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่เหนือลูกค้า และคินน์ก็คือภาพตัวแทนของความน่าหมั่นไส้นั้นแบบพอดิบพอดี
โทรศัพท์มือถือสั่นขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือนจากระบบจองโต๊ะของร้าน Kinn
*‘คุณได้รับการยืนยันการจองโต๊ะพิเศษ Chef’s Table คืนนี้ เวลา 19.30 น.’*
รินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เธอยกเลิกการจองและขึ้นบัญชีดำร้านนี้ไปแล้วไม่ใช่หรือไง ทำไมระบบถึงยังอนุมัติคำขอของเธอได้แถมยังเป็นที่นั่งแบบ Chef’s Table ที่ต่อให้มีเงินหลักแสนก็จองไม่ได้ภายในวันเดียวแบบนี้อีก
แต่ความสงสัยมักพ่ายแพ้ให้กับความอยากรู้อยากเห็นเสมอ รินไม่ใช่พวกกลัวหัวหด เธอยักไหล่เบา ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับยืนยันการเดินทาง
"อยากรู้นักว่าวันนี้เชฟปากดีคนนั้นจะเอาอะไรมาเสิร์ฟให้ฉันกิน... จะอร่อยจนต้องยอมสยบ หรือจะห่วยแตกจนเธอต้องตอกกลับให้หน้าชาไปข้างหนึ่งกันแน่นะคะ"
เข็มนาฬิกาเดินหน้าเข้าใกล้เวลาทุ่มครึ่ง บรรยากาศภายในร้าน Kinn คืนนี้เงียบสงบกว่าปกติเพราะคินน์สั่งเคลียร์แขกโต๊ะอื่นออกจนหมด เพื่อเตรียมรับรอง ‘แขกพิเศษ’ เพียงคนเดียวของค่ำคืนนี้
รินผลักบานประตูไม้สักทองเข้ามาในร้าน กลิ่นหอมจาง ๆ ของทรัฟเฟิลและเนยคั่วผสมผสานกันอย่างลงตัว ทว่าบรรยากาศภายในกลับวังเวงราวกับฉากในภาพยนตร์ระทึกขวัญ ไฟในร้านถูกหรี่ให้มืดสลัว มีเพียงแสงไฟสปอตไลท์ดวงเดียวที่ส่องตรงไปยังเคาน์เตอร์ครัวเปิด
ร่างสูงของเชฟหนุ่มในชุดสูทเชฟสีขาวสะอาดตา ยืนกอดอกรออยู่หลังเคาน์เตอร์ ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยไร้รอยยิ้ม ดวงตาสีนิลคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เธอนิ่งสนิท ราวกับเหยี่ยวที่รอคอยตะครุบเหยื่อให้เดินเข้ากรงด้วยความสมัครใจ
รินชะงักฝีเท้าไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุเมื่อสบเข้ากับแววตาดุดันคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"ยินดีต้อนรับสู่ความพ่ายแพ้ของคุณครับ... คุณบล็อกเกอร์คนดัง" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ก้องกังวานไปทั่วความเงียบ รอยยิ้มมุมปากของเขามันช่างน่าหมั่นไส้และอันตรายต่อหัวใจในเวลาเดียวกัน
________________________________________
*ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความร้อนแรงในค่ำคืนนี้นะคะ* — **กำมะหยี่สีแดง**
เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด•ตอนที่ 1
หนึ่งดาวที่ทำลายชีวิต
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เชฟสายเถื่อนปะทะรีวิวเวอร์สายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!