คราบเขม่าสีดำที่ยังหลงเหลือบนพื้นปูนเปลือยไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวของเพลิงไหม้ แต่มันกำลังตะโกนบอกถึงความตั้งใจ
ธัญญ์ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าวงสิญจน์ที่ถูกเผาทำลายด้วยกรดเข้มข้น ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มทอดสายตามองร่องรอยการกระทำที่จงใจลบหลู่ความเชื่อโบราณ กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปูนผสมกับกลิ่นฉุนของเคมีภัณฑ์ราคาถูกลอยอวลอยู่ในอากาศแคบๆ ของห้องใต้ดินแห่งนี้ มันเป็นกลิ่นอายความตายที่ถูกปรุงแต่งขึ้นโดยมนุษย์ ไม่ใช่ภูตผี
"คุณกำลังมองหาเหตุผลในสิ่งที่ถูกออกแบบมาให้ไร้เหตุผลนะครับ หมอธัญญ์"
เสียงทุ้มต่ำกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืด รวินท์ก้าวออกมาจากเงาเสาคอนกรีต มือเรียวยาวถือวิทยุสื่อสารเก่าๆ ที่ยังมีเสียงซ่าแทรกตลอดเวลา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพราวระยับด้วยความสนุกสนานแบบที่จิตแพทย์หนุ่มนึกหมั่นไส้ทุกครั้งที่เห็น
"ผมไม่ได้มองหาเหตุผล รวินท์" ธัญญ์ตอบโดยไม่หันไปมอง น้ำเสียงราบเรียบ เยือกเย็น และเจือไปด้วยความถือดีตามแบบฉบับผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา "ผมกำลังมองหาความกลัว... ความกลัวที่บริสุทธิ์ที่สุด ที่ทำให้คนคนหนึ่งยอมลงทุนทำลายหลักฐานด้วยวิธีที่สิ้นคิดขนาดนี้"
รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและชวนให้รู้สึกระคายหู "น่าสนใจนี่ครับ คุณคิดว่านี่คือความกลัวของฆาตกรเหรอ? ผิดถนัด... นี่คือความกลัวของคนที่กำลังพยายามลบเงาตัวเองต่างหาก คนที่เชื่อว่าถ้าลบสัญลักษณ์ทิ้งได้ บาปที่ทำไว้จะหายไปด้วย น่าสมเพชดีไหมล่ะครับ"
ธัญญ์หันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่นคมกริบมองสำรวจอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา รวินท์ในวันนี้ไม่ได้อยู่ในชุดหมอผีที่เต็มไปด้วยเครื่องรางอัปmongkolเหมือนวันแรกที่พบกัน หากแต่สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักหมึกสีดำจางๆ ที่ข้อแขน—ร่องรอยของตระกูลที่ถูกตราหน้าว่านอกรีต
"คุณกำลังใช้จิตวิทยาข้างถนนมาวิเคราะห์อาคมโบราณ หรือคุณแค่พยายามกลบเกลื่อนความจริงที่ว่า วิทยาศาสตร์ของคุณกำลังจนมุมกับคดีนี้กันแน่ครับ?" รวินท์ก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นบุหรี่จางๆ เจือกับกลิ่นอายไม้จันทน์หอมลอยปะทะจมูก
"จิตวิทยาไม่ใช่เรื่องงงงวยแบบที่คุณใช้หลอกชาวบ้าน" ธัญญ์ตอกกลับทันควัน น้ำเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ แต่แววตาไหววูบด้วยความถือดี "ลองดูรอยขูดขีดบนพื้นนั่นสิครับ... มันไม่ได้ทำด้วยความโกรธ แต่มันทำด้วยความรีบร้อน มือที่สั่นเทาขณะขูดอักขระออก บ่งบอกว่าเขากำลังกลัวสิ่งที่จะถูกเปิดเผย มากกว่ากลัวอาคมย้อนกลับ"
รวินท์ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะบนมุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยประกายความสนเท่ห์ เขาก้มมองรอยขูดขีดบนพื้นตามที่จิตแพทย์หนุ่มชี้ นัยน์ตาคมกวาดมองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนทั่วไปมักมองข้าม
"อืม... น่าสนใจ" รวินท์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาราวกับพลิกฝ่ามือ "รอยน้ำหนักกดทางด้านขวาหนักกว่าด้านซ้าย... แสดงว่าถนัดซ้าย หรือไม่ก็... กำลังบาดเจ็บที่แขนข้างซ้ายขณะลงมือ"
"ถูกต้องครับ" ธัญญ์เสริมต่อทันทีอย่างไร้รอยต่อ เคมีระหว่างคนทั้งสองทำงานอย่างเงียบเชดในพื้นที่อับทึบนี้ อุดมการณ์ที่ขัดแย้งถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเฉียบแหลมทางปัญญา "และถ้าคุณสังเกตคราบเขม่าตรงมุมห้อง คุณจะเห็นว่าทิศทางการกระจายตัวของควันไม่ได้พุ่งออกด้านนอก แต่มันถูกกักไว้ข้างใน... คนร้ายไม่ได้อยากเผาเพื่อทำลายหลักฐาน แต่เขาจงใจรมควันเพื่อไล่บางอย่าง... หรือใครบางคน... ให้ออกไปจากห้องนี้"
บรรยากาศในห้องใต้ดินพลันเงียบงันลงทันที เสียงซ่าของวิทยุสื่อสารในมือรวินท์ดังชัดเจนขึ้นมาในโสตประสาท
รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตาธัญญ์ แววตาสاนตื้นของหมอผีหนุ่มหายไป เหลือเพียงความระแวดระการที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน "ถ้าเขาไม่ได้ไล่คน... เขากำลังไล่อะไรล่ะครับ หมอธัญญ์?"
ธัญญ์ไม่ทันได้ตอบคำถามนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังสะท้อนก้องมาจากบันไดเบื้องบนก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อบ... ก๊อบ... ก๊อบ...*
มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนปกติ เพราะจังหวะการเดินนั้นลากยาวราวกับมีขาข้างหนึ่งพิการ หรือ... กำลังลากบางสิ่งบางอย่างที่มีน้ำหนักมากลงมาตามขั้นบันไดปูน
รวินท์ขยับตัวเข้ามาขวางหน้าธัญญ์โดยสัญชาตญาณ มือขวาควักแผ่นยันต์สีเลือดหมูออกจากกระเป๋าเสื้ออย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกวาดมองไปยังความมืดมิดบริเวณปากทางขึ้นบันไดด้วยความระแวดระวังขั้นสุด ขณะที่ธัญญ์เองก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือล้วงหยิบไฟฉายแรงสูงพร้อมส่องกราดไปยังทิศทางของเสียงทันที
ลำแสงสีขาวพุ่งทะลวงความมืด เผยให้เห็นเงาร่างตะคุ่มของใครบางคนยืนขวางทางออกอยู่
ร่างนั้นสวมชุดคลุมกันฝนสีเหลืองเก่าคร่ำคร่า เปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งยิ่งกว่ากลิ่นเลือด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ในมือข้างขวาของเงาร่างนั้นกำลังกำวิทยุสื่อสารเครื่องเก่าที่ส่งสัญญาณเสียงซ่าแบบเดียวกับที่รวินท์ถืออยู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
รวินท์หรี่ตาลงทันที กระซิบลอดไรฟันด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง "นั่นไม่ใช่คนของผม... และผมมั่นใจว่าไม่ใช่คนไข้ของคุณแน่ๆ หมอธัญญ์"
ร่างในชุดกันฝนค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นรอยยิ้มฉีกกว้างจนถึงใบหูภายใต้ฮู้ดสีเหลืองเปียกชุ่ม ก่อนที่เสียงแหบพร่าจะดังลอดออกมาจากลำโพงวิทยุสื่อสารในมือ—ไม่ใช่เสียงจากตัวคนพูด แต่เป็นเสียงบันทึกเทปของธัญญ์เองที่เคยพูดไว้เมื่อสามปีก่อนในวันที่พี่สาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
*"...ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว และมันจะไม่มีวันถูกฝังกลบ..."*
ธัญญ์ตัวชาวาบ ลมหายใจสะดุดกкаึก สมองที่เคยยึดมั่นในตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิตเกิดรอยร้าวขึ้นในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 4
ทฤษฎีความกลัว
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!