กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมกับสารละลายฟอร์มาลินในห้องเก็บศพใต้ดินของโรงพยาบาลร้าง ช่างเป็นส่วนผสมที่ธัญญ์คุ้นเคยดีเสียจนมันเกือบจะกลายเป็นกลิ่นแห่งความปลอดภัย—หากไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่กำลังก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกฝ้า
"คุณประเมินความโลภของมนุษย์ต่ำเกินไป หมอธัญญ์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังทะลุกระจกเข้ามา ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไม่รีบร้อน รวินท์ก้าวเข้ามาในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านยาก ทว่าดวงตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบยาพิษ ในมือของหมอผีหนุ่มถือแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่มุมหนึ่งเปื้อนคราบคล้ายเขม่าควัน
ธัญญ์ซึ่งยืนอยู่หลังโต๊ะชันสูตรเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มประวัติคนไข้ แววตาของจิตแพทย์หนุ่มยังคงความสุขุมเยือกเย็น แม้ในใจจะประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เขารู้ดีว่าแผนการที่วางไว้ร่วมกับตำรวจปราบปรามอาชญากรรมเฉพาะกิจเมื่อสองชั่วโมงก่อน ควรจะเป็นการปิดล้อมรวินท์ในรัศมีสามกิโลเมตร ไม่ใช่การปล่อยให้เป้าหมายเดินเข้ามาประชิดตัวในจุดอับสายตาเช่นนี้
"ผมไม่ได้ประเมินความโลภครับ ผมแค่ประเมิน 'ความไร้เดียงสา' ของคนที่คิดว่าตัวเองฉลาดที่สุดในห้องนี้ต่างหาก" ธัญญ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเข้มมองเลยผ่านร่างของรวินท์ไปยังความมืดมิดของทางเดินด้านนอก "ตำรวจชุดนั้น... คงไม่ได้ไปไหนไกลจากที่คุณจัดฉากไว้ใช่ไหมครับ"
รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะชันสูตร วางแฟ้มเอกสารลงกระแทกพื้นผิวสเตนเลสเสียงดังสนั่น
"ความรู้ทางจิตวิทยาของคุณมันใช้ได้ผลดีกับคนไข้โรคประสาทนั่นแหละครับ หมอธัญญ์ แต่กับคนที่อยู่กับความตายและไสยเวทมาตั้งแต่เกิดอย่างผม... คุณคิดจริงๆ หรือว่าการส่งตำรวจนอกเครื่องแบบสามนายมาดักซุ่มจะรอดพ้นจากสัมผัสของด้ายอาคมที่ผมผูกไว้กับเสาเข็มตึกนี้?" รวินท์โน้มตัวลงมาเล็กน้อย ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกำยานจางๆ ลอยกรุ่นมาจากตัวของหมอผีหนุ่ม "พวกเขาหลับสบายดี... ในรถกระบะคันเก่าที่จอดอยู่หลังตึก พร้อมกับฝันร้ายที่ผมออกแบบให้เป็นพิเศษ"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะระบบปรับอากาศ หากแต่เป็นเพราะแรงกดดันทางจิตวิทยาที่ทั้งสองฝ่ายต่างงัดเอาไพ่ตายออกมาข่มขวัญกัน ธัญญ์ไม่ถอยหลังหนี เขายังคงยืนนิ่ง ประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะรับรู้ว่าสถานการณ์กำลังพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ
"คุณมั่นใจเกินไป รวินท์" ธัญญ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "คุณคิดว่าคุณกำลังคุมเกมทั้งหมด เพราะคุณเจอแฟ้มประวัติของพี่สาวผม คุณเจอห้องใต้ดินนี่ และคุณก็จัดการกับตำรวจพวกนั้นได้... แต่คุณลืมคิดไปอย่างหนึ่ง"
รวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมปากชะงักไปครู่หนึ่ง "อะไรคือสิ่งที่ผมลืม?"
"คุณลืมไปว่า... ตั้งแต่แรก ผมไม่ได้ต้องการให้ตำรวจจับกุมคุณ"
ธัญญ์ยกยิ้มขึ้นบ้าง เป็นรอยยิ้มที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นรอยยิ้มเดียวกับที่รวินท์มักจะใช้เวลาเยาะเย้ยผู้อื่น "เป้าหมายของผมตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การลากตัวคุณเข้าคุก แต่เป็นการทำให้คุณ 'ก้าวเข้ามาในพื้นที่ปิด' ที่ผมจัดเตรียมไว้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดของจิตแพทย์หนุ่ม เสียงล็อกกลไกโลหะขนาดใหญ่ก็ดัง "คลิก!" ขึ้นพร้อมกันจากประตูทุกบานรอบห้อง ไฟนีออนบนเพดานที่เคยติดๆ ดับๆ กลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานสว่างวาบ เผยให้เห็นลวดลายอักขระโบราณที่ถูกวาดด้วยสารเคมีเรืองแสง ปรากฏขึ้นบนผนังห้องทุกด้าน ล้อมรอบตัวรวินท์เอาไว้ตรงกลางราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น
รวินท์ชะงัก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที เขารemoved มือออกจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว พยายามจะหยิบวัตถุบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อด้านใน ทว่ากลับพบว่าแขนขวาของตนเองหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว
"นี่มัน... อะไรกัน?" รวินท์กัดฟันกรอด พยายามฝืนยกมือขึ้น ทว่ากล้ามเนื้อกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง ความชาแล่นริ้วจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงหัวไหล่
"สารระงับประสาทชนิดพิเศษ ออกฤทธิ์ผ่านการสูดดมไอระเหยของฟอร์มาลินที่ผสมตัวยาเฉพาะทาง ซึ่งคุณเป็นคนเดินเข้ามาสูดมันเข้าไปเต็มปอดตั้งแต่ก้าวแรกที่เปิดประตูนั่นแหละครับ" ธัญญ์เดินอ้อมโต๊ะชันสูตรมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหมอผีหนุ่มผู้กำลังเสียท่า เขามองร่างที่เริ่มทรุดลงทีละน้อยด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานี "คุณเก่งเรื่องไสยเวท คุณอ่านจิตใจคนออกทะลุปรุโปร่ง แต่คุณประเมิน 'วิทยาศาสตร์' ต่ำเกินไป... เหมือนที่ผมบอกคุณเมื่อกี้ไม่มีผิด"
รวินท์ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น ดวงตาที่เคยคมกราบฉายแววเคียดแค้นผสมความประหลาดใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองหน้าธัญญ์ พยายามเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา
"แก... แกหลอกล่อให้ฉันมาที่นี่... เพื่อเอาตัวรอดจากคดีงั้นเหรอ?"
"เปล่าเลยครับ" ธัญญ์ย่อตัวลง1ข้างให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับรวินท์ แววตาคู่นั้นลึกล้ำจนน่ากลัว "ผมไม่ได้ทำเพื่อความอยู่รอด... ผมทำเพื่อแลกเปลี่ยน"
"แลกเปลี่ยน... อะไร?"
ธัญญ์หยิบวัตถุด้านในกระเป๋าเสื้อของตนเองออกมา มันคือจดหมายเก่าฉบับหนึ่งที่เปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง—ลายมือของพี่สาวเขาที่หายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน และที่มุมซองจดหมายนั้น มีตราประสัญญลักษณ์ประจำตระกูลของรวินท์ประทับอยู่เด่นชัด
"แลกกับความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตระกูลของคุณ และพิธีกรรมที่พรากพี่สาวผมไป... หรือไม่อย่างนั้น คุณก็เตรียมตัวเป็นศพรายต่อไปในห้องชันสูตรนี้ได้เลยครับ"
รวินท์เบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับนั้น ความเย่อหยิ่งทระงายในฐานะหมอผีผู้เก่งกาจพังทลายลงในพริบตา ทว่าก่อนที่รวินท์จะทันได้เปล่งวาจาใดออกมาตอบโต้ เสียงกระแทกจากประตูกระจกฝ้าด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับร่างของใครบางคนที่พังประตูเข้ามาในห้อง ท่ามกลางความตกตะกอลของธัญญ์เอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดและห้วงอารมณ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 33
จุดเปลี่ยนของแผนการณ์
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!