ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 32

ในอ้อมกอดของอันตราย

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและคราบเขม่าควันจางๆ ในห้องเก็บของใต้ดินของโรงพยาบาลร้าง ช่างเป็นกลิ่นที่ซื่อตรงเสียยิ่งกว่าคำพูดของมนุษย์ ธัญญ์วางหลอดเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งลงบนถาดสเตนเลส เสียงกระทบกันเบาๆ ก้องสะท้อนในความเงียบสงบ เขาสวมถุงมือยางสีขาว ปรับโฟกัสสายตาไปที่คราบสีน้ำตาลเข้มบนพื้นคอนกรีต ซึ่งพิสูจน์ได้ไม่ยากด้วยตรรกะทางนิติวิทยาศาสตร์ว่ามันคือเลือดผสมน้ำมันพราย แต่ในมุมมองของจิตแพทย์อย่างเขา สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขผลลัพธ์ทางห้องปฏิบัติการ คือร่องรอยการขูดขีดเป็นทางยาวที่บ่งบอกถึงอาการสั่นเกร็งอย่างรุนแรงของผู้ป่วยก่อนสิ้นสติ "คุณกำลังใช้เหตุผลอธิบายความหวาดกลัวของผีสางอีกแล้วนะครับ หมอธัญญ์" เสียงทุ้มต่ำกังวานดังขึ้นจากความมืดตรงมุมเสา รวินท์ก้าวออกมาจากเงาสลัว มือเรียวยาวข้างหนึ่งคีบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไว้ในมือ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอบห้องด้วยความระแวกระวัง ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเย้ยหยันโลกใบนี้ตามวิสัยของหมอผีสายมืดผู้ไม่เคยเกรงกลัวกฎเกณฑ์ใด ธัญญ์ไม่แม้แต่จะหันไปมอง เขาใช้คีมคีบเส้นผมสีดำยาวที่ติดอยู่กับเศษไม้ขึ้นมาส่องดูใต้แสงไฟฉายคาดหัว "วิทยาศาสตร์ไม่ได้อธิบายความหวาดกลัวครับคุณรวินท์ แต่มันอธิบายกลไกของสมองที่หลั่งสารอะดรีนาลีนออกมาอย่างไร้เหตุผลเมื่อมนุษย์เผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เข้าใจ และสำหรับผม... ความไม่เข้าใจนี่แหละคืออันตรายที่สุด" รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและดึงดูดใจอย่างประหลาด เขาก้าวเข้าไปใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างเขากับธัญญ์จนกลิ่นหอมเฉพาะตัวของไม้กฤษณาและฝุ่นควันจางๆ ลอยมาแตะจมูก กลิ่นที่มักจะทำให้สติสัมปชัญญะของธัญญ์ไขว้เขวอยู่เสมอเวลาที่ต้องทำงานร่วมกันในพื้นที่ปิดตายเช่นนี้ "บางครั้ง... สิ่งที่คุณเรียกว่ากลไกทางสมอง อาจจะเป็นแค่เสียงกระซิบจากคนที่ตายไปแล้วโดยที่คุณไม่มีวันตรวจสอบเจอด้วยซ้ำ" รวินท์หยุดยืนเคียงข้าง ธัญญ์สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายที่แผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นเยียบของห้องใต้ดิน "เหมือนกับคดีของพี่สาวคุณไงครับ... คุณคิดว่าคุณใช้ตรรกะตามหาเธอเจอหรือยังล่ะ" มือของธัญญ์ที่ถือหลอดแก้วชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที กล้ามเนื้อสันกรามขบเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ รวินท์รู้จุดเปราะบางที่สุดในจิตใจของเขาเสมอ และมักจะเลือกใช้มันหยั่งเชิงในจังหวะที่คาดไม่ถึงที่สุด แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาก้าวข้ามเส้นแบ่งของคำว่า "พาร์ทเนอร์" ไปไกลโขแล้ว มันคือเกมทางจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยความไว้วางใจ และความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจนิยามความสัมพันธ์นี้ว่าเป็นมิตรหรือศัตรู ธัญญ์หันขวับกลับไปเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขานั้นใกล้จนเกือบจะแนบชิด ดวงตาสองคู่ประสานกันในความมืด แววตาของจิตแพทย์หนุ่มเต็มไปด้วยความดุดันที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความสุขุม ขณะที่รวินท์ยังคงจ้องมองกลับมาด้วยสายตานิ่งสงบ ทว่าแฝงประกายความท้าทายที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวเพลิง "คุณกำลังล้ำเส้นนะรวินท์" ธัญญ์เอ่ยเสียงต่ำ รอดไรฟัน "ผมไม่ได้ล้ำเส้นหรอกครับหมอ..." รวินท์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะเฉียดกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับผิวแก้มของธัญญ์ "...ผมแค่กำลังเดินเข้ามาในพื้นที่ที่คุณจงใจเปิดประตูต้อนรับต่างหาก" คำพูดนั้นทรงพลังราวกับคาถาอาคมที่ดึงสติของธัญญ์ให้หลุดลอย เขาไม่ใช่คนอ่อนไหวต่อคำเย้าแหย่ แต่กับรวินท์... ทุกถ้อยคำ ทุกการกระทำ และทุกรอยยิ้มเยาะนั้น กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในความรู้สึกได้อย่างน่าประหลาด ความโกรธ ความใคร่รู้ และความโหยหาในตัวตนที่ซ่อนเร้นของอีกฝ่าย ผสมปนเปกันจนกลายเป็นความอึดอัดที่หวานล้ำ ธัญญ์วางเครื่องมือลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ก่อนจะตัดสินใจรุกกลับด้วยการใช้ความสูงกดดัน เขาก้าวเข้าไปประชิดจนแผ่นหลังของรวินท์ชนเข้ากับเสาปูนเปลือย มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับพื้นเสากั้นทางหนี ปิดกั้นพื้นที่ของอีกฝ่ายไว้อย่างสมบูรณ์ "คุณมั่นใจมากเหรอว่าคุณเป็นฝ่ายคุมเกมอยู่คนเดียว" ธัญญ์กระซิบชิดริมหูของอีกฝ่าย น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เต็มไปด้วยความอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์สุภาพบุรุษ รวินท์ไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบมองริมฝีปากของธัญญ์แวบหนึ่งก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างถูกอกถูกใจ "ถ้าผมไม่ได้คุมเกม... มือของคุณคงไม่สั่นตอนที่อยู่ใกล้ผมแบบนี้หรอกครับ หมอธัญญ์" คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ธัญญ์ชะงัก เขาพยายามจะเถียง แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียงใดๆ ออกมา ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของหมอผีหนุ่มก็ทำงานเสียก่อน รวินท์ใช้มือข้างหนึ่งดันอกเสื้อของธัญญ์ไว้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่น สีหน้าเปลี่ยนจากความเจ้าเล่ห์เป็นความระแวดระวังในเสี้ยววินาที "เงียบก่อน..." รวินท์กระซิบเตือน ในความเงียบสงัดของห้องใต้ดินร้าง มีเสียงบางอย่างดังแทรกเข้ามา เสียงฝีเท้าที่ลากยาวกับพื้นคอนกรีตดังมาจากทางบันไดทางเข้า มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนปกติทั่วไป แต่มันเป็นเสียงลากขาที่หนักหน่วง และตามมาด้วยเสียงพึมพำบทสวดโบราณที่ฟังไม่ได้ศัพท์ ทว่ากลับสร้างความเย็นยะเยือกแล่นพล่านไปตามสันหลัง ธัญญ์ถอยหลังกลับมาตั้งหลักทันที สัญชาตญาณความเป็นนักวิทยาศาสตร์ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด เขาดึงไฟฉายแรงสูงออกจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ พร้อมกับที่รวินท์ดึงด้ายสายสิญจน์อาคมสีแดงเข้มออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ด ดวงตาทั้งคู่จับจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้าตรงทางเดิน แสงไฟฉายสาดส่องทะลุผ่านความมืดออกไป และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงโค้งบันได ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกักค้างในลำคอ ร่างของหญิงสาวในชุดผู้ป่วยเปื้อนคราบดินโคลนและรอยเลือด ยืนขวางทางออกอยู่ ดวงตาของเธอบลูเรืองแสงสีขาวโพลนไร้แววตา และที่น่าตกใจยิ่งกว่า... บนข้อมือข้างซ้ายของเธอนั้น สวมนาฬิกาข้อมือเรือนเก่งที่สลักชื่อย่อตัวอักษร "ธ." ซึ่งเป็นนาฬิกาของพี่สาวธัญญ์ที่หายสาบสูญไปเมื่อสามปีก่อน! --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมิดและห้วงอารมณ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%