เสียงฝีเท้าที่บดขยี้พื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังมาจากทางเดินมืดทึบด้านนอก ราวกับจังหวะเคาะโลงศพที่ถูกเร่งเร้าด้วยความเร่งรีบ รวินท์ไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสีชาด ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ผิดกับธัญญ์ที่สัญชาตญาณแพทย์เตือนให้เขาขยับกายไปยืนบังร่างของรวินท์ไว้โดยไม่รู้ตัว—แม้ว่าสติสัมปชัญญะจะคอยแย้งอยู่ตลอดเวลาว่าไอ้หมอผีตนนี้นี่แหละ คืออันตรายระดับสูงสุดที่เขากำลังเผชิญอยู่
"คุณกำลังเล่นเกมอะไรอยู่กันแน่ รวินท์" ธัญญ์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องสี่เหลี่ยมทึบอับชื้นซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่กักตัวและซ่อนเร้นหลักฐานคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ปลายกระบอกปืนสั้นในมือของเขาถูกกระชับแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว
"เกมหรือครับ หมอธัญญ์..." รวินท์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยียบเย็นราวกับสายลมหนาวที่พัดผ่านหลุมศพ "ผมไม่ได้เล่นสนุก ผมกำลังพาคุณเดินออกจากเขาวงกตที่พี่สาวของคุณถูกขังไว้ต่างหากล่ะครับ... เพียงแต่ประตูทางออกบานนั้น มันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐ ปูน หรือตรรกะทางจิตวิทยาที่คุณคุ้นเคย"
แอด...
เสียงบานประตูไม้สักโบราณถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า กลิ่นอายความอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นธูปโบราณและกำยานราคาถูกพัดโชยเข้ามาก่อนที่เงาร่างของใครคนหนึ่งจะปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว
ธัญญ์กลั้นหายใจ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงเพื่อวิเคราะห์บุคคลที่ก้าวเข้ามา ทว่าภาพที่ปรากฏต่อสายตากลับทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด ชายวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐาน ท่าทางสุขุมเยือกเย็น และแววตาที่เต็มไปด้วยอำนาจ... ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้เป็นดั่งเสาหลักของกระบวนการยุติธรรม และยังเป็น “แขกพิเศษ” ที่ธัญญ์ไม่เคยคิดว่าจะได้พบในสถานที่อัปมงคลเช่นนี้
"ท่าน...?" ธัญญ์หลุดปากอุทาน ชื่อของนายตำรวจระดับสูงจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกเหมือนถูกค้อนมหึมาทุบลงกลางศีรษะ
"ไม่เจอ Канун กันนานเลยนะ หมอธัญญ์" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากของผู้บัญชาการไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมกริบนั้นเลย "ดูท่าทางคุณจะสืบสาวราวเรื่องมาไกลเกินกว่าที่ตกลงกันไว้นะครับ"
ธัญญ์หันขวับกลับไปมองรวินท์ที่ยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยสีหน้าเรียบเฉย ราวกับล่วงรู้เหตุการณ์ทั้งหมดล่วงหน้าอยู่แล้ว ความตระหนักรู้สายหนึ่งวาบขึ้นในสมอง—นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และรวินท์ไม่ได้เป็นแค่หมอผีพเนจรนอกรีตตามที่เขาเคยคาดคิด
"คุณรู้อยู่แล้ว..." ธัญญ์หันกลับมาเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจสูงสุดในกรมตำรวจ แววตาของจิตแพทย์หนุ่มวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ "ทุกคดี ทุกเบาะแส รวมถึงการหายตัวไปของพี่สาวผม... ท่านคือคนที่อยู่เบื้องหลังพิธีกรรมบ้าคลั่งนั่นทั้งหมด"
ผู้บัญชาการหัวנסเบาๆ ในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาในห้องช้าๆ มือทั้งสองข้างประสานกันไว้ด้านหลัง "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย หมอธัญญ์... แต่คนที่จะพูดความจริงได้ มักจะไม่ค่อยมีชีวิตรอดต่างหากล่ะครับ โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและความศรัทธา... และศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ย่อมต้องแลกมาด้วยเลือดและดวงวิญญาณบริสุทธิ์ พี่สาวของคุณเธอฉลาดเกินไป เธอรู้มากเกินกว่าที่กระดานอำนาจจะอนุญาตให้มีชีวิตอยู่"
บรรยากาศในห้องดิ่งลึกลงสู่ความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กระบอกปืนในมือธัญญ์สั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนทะลักขีดจำกัดของความเป็นมืออาชีพ ปลายกระบอกปืนเล็งตรงไปที่หน้าอกของผู้บัญชาการ
"ถ้าอย่างนั้น... วันนี้ท่านคงไม่ได้มาเพื่อทักทายเฉยๆ สินะครับ" ธัญญ์กัดฟันกรอด นิ้วชี้เริ่มออกแรงกดที่ไกปืน
"ถูกเผงเลยครับ" ผู้บัญชาการยิ้มเหี้ยม พยักเพยิดหน้าไปทางด้านหลัง ทันใดนั้น เงาร่างสีดำทะมึนอีกสามร่างก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาจากความมืด พร้อมกับอาวุธปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่ธัญญัติและรวินท์
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง รวินท์ก็ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาขวางหน้าธัญญ์ไว้ครึ่งหนึ่ง มือเรียวยาวควักแผ่นยันต์สีเลือดที่เขียนด้วยอักขระโบราณออกจากกระเป๋าเสื้อโค้ท ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ผู้บัญชาการด้วยแววตาสمเพชเวทนา
"อำนาจทางโลกเหรอครับ... น่าสมเพชเป็นบ้า" รวินท์แค่นหัวเราะ น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก "คิดว่าถือครองกฎหมายแล้วจะเหนתเหนี่ยวเงาหัวตัวเองพ้นจากเจ้ากรรมนายเวรที่พี่สาวของหมอธัญญ์เขาสั่งสมไว้หรือไงครับท่าน...?"
"ไอ้หมอผีสวะ!" ผู้บัญชาการคำรามลั่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "จัดการมันซะ! เก็บให้หมดทั้งคู่!"
ปัง! ปัง!
เสียงเก็บเสียงดังขึ้นสองนัดซ้อน กระสุนเจาะทะลุกำแพงไม้เฉียดร่างของรวินท์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ทว่าในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้น รวินท์กลับคว้าข้อมือของธัญญ์ที่ถือปืนอยู่กระชากเข้ามาใกล้จนร่างทั้งสองแนบชิด
"ถ้าไม่อยากตายหะแรก... เลิกใช้สมองตรรกะบ้าๆ ของคุณ แล้วเชื่อผมสักครั้ง หมอธัญญ์!" รวินท์ตะโกนก้อง เสียงนั้นทรงพลังและเด็ดขาดจนธัญญ์ชะงัก
รวินท์คว้ามือของธัญญ์ที่กำปืนอยู่ พลิกฝ่ามือของจิตแพทย์หนุ่มเข้าหากัน ก่อนที่เขาจะใช้เล็บของตัวเองกรีดลงบนปลายนิ้วของธัญญ์จนเลือดสีแดงสดไหลซึมออกมา จากนั้นรวินท์ก็ใช้นิ้วเปื้อนเลือดของตนแตะลงบนรอยแผลนั้นแล้วละเลงลงบนแผ่นยันต์สีเลือดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับท่องคาถาภาษาโบราณที่ดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่ภาษาคน แต่เป็นเสียงคำรามต่ำๆ ของสัตว์ป่าดุร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นจากขุมนรก
ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ ธัญญ์รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานความร้อนระอุที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายราวกับสายน้ำเดือดพล่าน ความคิดเชิงวิทยาศาสตร์ที่เขาเคยยึดมั่นพังทลายลงในพริบตา เมื่ออากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว อุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวจากลมหายใจ และเงาดำนับสิบสายที่เคยซ่อนอยู่ตามมุมห้องก็เริ่มขยับไหว ราวกับมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ
"คุณ... กำลังทำบ้าอะไร..." ธัญญ์หอบหายใจถี่กระชั้น มองรวินท์ด้วยแววตาสั่นระริก
รวินท์หันมาสบตาเขา แววตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีความขี้เล่นเหลืออยู่เลย มีเพียงความดุดันและจริงจังขั้นสุด "ผมกำลังเปิดประตูให้คุณทวงความยุติธรรมไงครับ หมอธัญญ์... ยินดีต้อนรับสู่อีกด้านของความจริง"
รวินท์สะบัดแผ่นยันต์ในมือเข้าใส่กลุ่มมือปืนที่กำลังพุ่งเข้ามา ทันใดนั้น เปลวเพลิงสีฟ้าเข้มก็ลุกท่วมแผ่นยันต์ เกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนของดวงวิญญาณนับร้อยดังระงมไปทั่วห้อง จนผู้บัญชาการและลูกน้องต้องยกมือขึ้นปิดหูด้วยความหวาดผวา
ทว่า... ในจังหวะที่หมอกควันสีดำหนาทึบกำลังแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วบริเวณ และร่างของผู้บัญชาการกำลังถอยร่นด้วยความตื่นกลัวนั้นเอง ประตูห้องด้านหลังที่ควรจะปิดตาย กลับค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงลมประหลาด
เงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเดินออกมาจากความมืด เส้นผมยาวสลวยปิดบังใบหน้าครึ่งซีก ทว่ากลิ่นอายความคุ้นเคยที่โชยมากับสายลมเย็นเยียบนั้น ทำให้ธัญญ์ถึงกับตัวแข็งทื่อ หัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ
มือเรียวบางที่ยื่นออกมาจากความมืดนั้น... เอื้อมไปแตะที่ไหล่ของผู้บัญชาการจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนในห้อง
*"...เจอตัวสักทีนะ คนที่ฆ่าฉัน"*
ธัญญ์เบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อแสงไฟจากคบเพลิงวิญญาณส่องกระทบใบหน้าของร่างนั้น... มันคือใบหน้าของพี่สาวเขาเอง คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงเบื้องหลังเงื่อนงำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 21
ข้ามเส้นแบ่งกฎหมาย
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!