เสียงเคาะกระจกหน้าต่างดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง... แน่น หนักหน่วง และผิดวิสัยของสายฝนยามค่ำคืน
ธัญญ์ละสายตาจากรายงานประวัติการรักษาของอดีตคนไข้รายหนึ่งบนโต๊ะทำงาน แววตาสุขุมภายใต้กรอบแว่นโลหะไม่ได้ฉายแววหวาดผวา มีเพียงความระแวดระวังที่ถูกฝึกฝนมาจากการเผชิญหน้ากับจิตมนุษย์ที่ดำมืดที่สุด ในห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดของตึกสูง อาการสั่นไหวของกระจกบานใหญ่ไม่ได้มาจากแรงลม แต่มันมาจากแรงกระแทกเบาๆ จากภายนอก ทั้งที่ความสูงระดับนี้ไม่มีระเบียง และไม่มีทางที่มนุษย์คนใดจะปีนป่ายขึ้นมาได้โดยไร้ซึ่งอุปกรณ์ช่วยเหลือ
"คุณรวินท์... นี่คงไม่ใช่รสนิยมการมาเยือนของแขกผู้มีเกียรติหรอกนะครับ" ธัญญ์เอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือความเย้ยหยันจางๆ ขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ตัวยาวสัมผัสความเย็นเฉียบของด้ามโลหะ
ม่านสีทึบถูกกระชากเปิดออก เผยให้เห็นเงาร่างสลัวของชายหนุ่มในชุดโค้ทกันฝนสีเข้มยืนตระหง่านอยู่บนขอบหน้าต่างแคบๆ ที่มีความกว้างไม่ถึงคืบ รวินท์ก้าวข้ามผ่านกระจกเข้ามาในห้อง ราวกับแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ได้มีผลอันใดต่อร่างเพรียวบางแต้มรอยแผลเป็นจางๆ ที่มุมปากนั้น หมอผีสายมืดปัดหยาดน้ำฝนออกจากไหล่ด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องราวกับกำลังประเมินราคาชีวิตของเจ้าของสถานที่
"จิตแพทย์ผู้ยึดมั่นในหลักการอย่างคุณธัญญ์นี่น่าแปลกนะครับ... ปากบอกว่าไม่เชื่อเรื่องงมงาย แต่สัญชาตญาณการป้องกันตัวกลับไวกว่าพวกเล่นของเสียอีก" รวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา คู่นั้นฉายแววระ2ลอกคลื่นความเครียดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยաբยวน
"ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ และความจริงก็คือ คุณกำลังละเมิดเคหสถานส่วนบุคคล" ธัญญ์ก้าวเท้าเข้าไปประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองคนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายเฉพาะตัวของรวินท์—กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นอายอับชื้นของดินและควันธูป—ลอยอบอวลตัดกับกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องทำงานของจิตแพทย์อย่างสิ้นเชิง
"ถ้าผมไม่มาเตือนคุณคืนนี้ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้าคุณคงได้ไปนอนคุยกับคนไข้ในห้องดับจิตของโรงพยาบาลแทนที่จะได้นั่งตรวจเคสแล้วล่ะครับ" รวินท์หุบยิ้ม น้ำเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างฉับพลัน เขาโยนสมุดบันทึกเล่มเล็กเก่าคร่ำครึเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะทำงานของธัญญ์ สมุดเล่มนั้นมีรอยไหม้เกรียมที่ขอบ และคราบสีน้ำตาลคล้ายสนิมเหล็กที่มุมกระดาษ
ธัญญ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย สายตาสะดุดเข้ากับลายมือคุ้นตาบนปกหน้า—ลายมือของพี่สาวเขา... คนที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนพิธีกรรมวิปริตเมื่อหลายปีก่อน
"คุณไปเอาสมุดนี่มาจากไหน?" น้ำเสียงของธัญญ์ขาดความราบเรียบไปชั่วขณะ หัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความทรงจำที่พยายามฝังกลบด้วยตรรกะทางจิตวิทยาถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยวัตถุพยานชิ้นเดียว
"จากสถานที่ที่คุณพยายามหลีกหนีมาตลอดชีวิต... บ้านพักหลังริมหน้าผานั่นไงครับ" รวินท์เดินสำรวจไปหยุดอยู่ที่ชั้นหนังสือ กวาดปลายนิ้วไปตามสันหนังสือจิตวิทยาเล่มหนา "คุณคิดว่าการย้ายมาอยู่ในเมืองใหญ่ ปิดตายคดีนั้นด้วยคำว่า 'สูญหายสาบสูญ' แล้วใช้ชีวิตเป็นหมอรักษาอาการทางจิต จะช่วยล้างภาพที่พี่สาวคุณถูกควักวิญญาณออกต่อหน้าต่อตาได้จริงๆ หรือครับ ธัญญ์?"
คำพูดนั้นบาดลึกราวกับคมมีด ธัญญ์ขบกรามแน่น สันจมูกกระตุกเล็กน้อยด้วยความโกรธที่ถูกสะט้อนขึ้นมาอย่างแม่นยำ เขาก้าวเข้าไปกระชากคอเสื้อโค้ทของรวินท์เข้าหาตัว แรงปะทะทำให้กลิ่นอายลึกลับยิ่งโชยเข้าจมูกชัดเจนขึ้น รวินท์ไม่ขัดขืน ปล่อยให้ธัญญ์ระบายความอึดอัดผ่านแรงกำที่แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
"คุณรู้อะไร... บอกผมมาให้หมด ไม่อย่างนั้นต่อให้คุณจะเป็นหมอผีที่มีคาถาอาคมวิเศษมาจากไหน ผมก็จะใช้กฎหมายและความสามารถทั้งหมดบดขยี้คุณให้ไม่เหลือซาก" ธัญญ์กระซิบลอดไรฟัน แววตาดุดันคู่นั้นเผชิญหน้ากับนัยน์ตาสสีดำสนิทของคู่สนทนาอย่างไร้ความเกรงกลัว
รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่แหบพร่าและชวนขนลุก เขายกมือขึ้นแตะข้อมือของธัญญ์ที่กำคอเสื้อตนเองอยู่ แรงสัมผัสจากปลายนิ้วของรวินท์เย็นเฉียบราวกับคนตาย แต่กลับแฝงกระแสความร้อนแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านเข้าสู่ผิวหนังของธัญญ์ราวกับกระแสไฟฟ้า
"ความโกรธของคุณหอมหวานดีนี่ครับ... มันดิบเถื่อน และไร้ซึ่งเหตุผลโดยสิ้นเชิง เหมาะกับการเป็นภาชนะรองรับอาคมที่สุด" รวินท์กระซิบตอบชิดใบหู "แต่ถ้าคุณอยากรู้ความจริงเกี่ยวกับพี่สาว คุณต้องไปพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง... คืนนี้ ที่บ้านพักหลังนั้น มีบางคนกำลังรอต้อนรับเราอยู่"
ก่อนที่ธัญญ์จะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือเค้นถามอะไรเพิ่มเติม ไฟฟ้าทั่วทั้งเพนต์เฮาส์ก็ดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดกลืนกินห้องทำงานทั้งห้องในเสี้ยววินาที มีเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านกระจกเข้ามาสาดส่องให้เห็นเงาร่างของใครอีกคน... เงาร่างที่ยืนนิ่งสนิทอยู่ตรงมุมมืดใกล้ประตูทางเข้า โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
รวินท์ชะوกยิ้มที่มุมปาก สายตาไม่ได้มองที่ธัญญ์อีกต่อไป แต่จดจ่อไปยังเงาร่างนั้นพร้อมกับกระซิบแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญตัวจริง จะมาเร็วกว่าที่เราคาดไว้นะครับ"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดและพิสูจน์ความจริงเบื้องหลังเงื่อนงำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 22
เสียงเรียกจากหลังม่านหมอก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!