กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินร้างในย่านธนบุรีไม่ได้รบกวนสมาธิของนายแพทย์ธัญญ์เท่ากับรอยยิ้มที่มุมปากของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนพิงเสาปูนเปลือยอยู่เบื้องหน้า รวินท์กำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยกระสุนปืนขนาด .38 ที่เพิ่งถูกผ่าออกจากร่างไร้วิญญาณของชายฉกรรจ์บนเตียงชันสูตรชั่วคราว เสียงโลหะกระทบถาดสเตนเลส ‘กริ๊ง’ ดังสะท้อนในความเงียบงัดเอาความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด
"คุณมั่นใจแค่ไหนว่าศพนี้คือ 'เป้าหมาย' จริงๆ หมอธัญญ์" รวินท์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยเจือความเย้ยหยันจางๆ ตามวิสัยของหมอผีสายมืดผู้มองโลกผ่านความเน่าเฟะของมนุษย์ "รอยกระสุนนัดนี้เจาะทะลุปอด... ตายสนิทไม่มีลมหายใจ คราบเลือดก็กองโตเต็มพื้น แต่วิสัญญีแพทย์ที่เก่งเรื่องตรรกะอย่างคุณ ลองใช้สมองซีกซ้ายคิดดูสิครับว่า ทำไมศพตรงหน้าถึงเริ่มมีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ทั้งที่หัวใจหยุดเต้นไปร่วมชั่วโมงแล้ว"
ธัญญ์ไม่ตอบทันที เขาย่อตัวลงใช้คีมแพทย์พลิกเปลือกตาของศพขึ้น แสงไฟฉายคาดหัวสาดส่องลงบนนัยน์ตาที่ขุ่นมัว ทว่าสิ่งที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่ความตายอันสนิทนิ่ง ม่านตาคู่นั้นกำลังหดเกร็งและขยายออกเป็นจังหวะ ราวกับมันกำลังปรับรับแสงของโลกที่เจ้าของร่างควรจะลาลับไปแล้ว
"ปฏิกิริยาเคมีหลังการตาย (Rigor Mortis) บางกรณีอาจทำให้กล้ามเนื้อกระตุกได้..." ธัญญ์พยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มาหักล้างความหวาดหวั่นในอก เสียงของเขาเรียบสนิท แต่เหงื่อกาฬกลับซึมตามไรผม
"วิทยาศาสตร์อธิบายกลิ่นอายความตายไม่ได้หรอกครับหมอ" รวินท์หัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่อีกฝ่ายใช้ปัดเป่าอาคมลอยปะปนกับกลิ่นคาวเลือด "นั่นไม่ใช่ปฏิกิริยาเคมี... แต่มันคือ 'การเปลี่ยนผ่าน' คนๆ นี้ไม่ได้ตาย เพราะเขาไม่เคยมีตัวตนตั้งแต่แรก"
ฉับพลัน ผิวหนังบริเวณลำคอของศพบนเตียงก็เกิดอาการระลอกคลื่นราวกับน้ำในอ่างถูกโยนก้อนหินลงไป เส้นเลือดสีดำปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ก่อนที่โครงสร้างใบหน้าของชายฉกรรจ์ร่างท้วมจะเริ่มบิดเบี้ยว ยุบตัวลง และขยายออกด้วยเสียงกระดูกลั่นกรอบแกลบ ชวนให้คลื่นไส้ รวินท์คว้าแขนเสื้อของธัญญ์แล้วดึงถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ดวงตาคมกริบของหมอผีหนุ่มหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวัง
ร่างที่นอนอยู่ตรงนั้นไม่ได้มีรูปร่างเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ผิวสีแทนแปรเปลี่ยนเป็นขาวซีด ร่างกายที่เคยอ้วนท้วมกลับผอมเกร็ง และภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที ศพของชายฉกรรจ์คดีฆาตกรรม ก็กลายเป็นร่างของหญิงสาวผมยาวสลวย ในชุดเดรสสีดำสนิท—ชุดเดียวกับที่พยานในที่เกิดเหตุระบุว่าเธอคือเหยื่อรายแรกสุดที่ถูกฆ่าตัดตอนไปเมื่อสามวันก่อน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ดังสลับกัน
ธัญญ์ยืนนิ่งค้าง สมองที่ยึดติดกับตรรกะและเหตุผลมาตลอดชีวิตการเป็นแพทย์กำลังพังทลายลงตรงหน้า กฎฟิสิกส์ ชีววิทยา และนิติวิทยาศาสตร์ทั้งหมดถูกฉีกทิ้งเป็นจุล ภาพของพี่สาวที่หายตัวไปเมื่อหลายปีก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว พร้อมกับคำถามที่ว่า... ในคืนนั้น พี่สาวของเขาเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตประเภทใดกันแน่
"น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ" รวินท์ทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด แม้สถานการณ์จะอันตรายถึงชีวิต "นี่ไม่ใช่การแปลงโฉม หรือการเล่นกลหายตัว แต่มันคือการ 'ทิ้ง' เปลือกเก่าแล้วสวมเปลือกใหม่เหมือนงูสลัดคราบ คนร้ายที่เรากำลังตามล่า... ไม่มีรูปร่างที่แท้จริง"
"เป็นไปไม่ได้..." ธัญญ์พึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง "มนุษย์เรามีDNA มีโครงสร้างพันธุศาสตร์เป็นตัวกำหนดตัวตน..."
"DNA งั้นหรือครับ?" รวินท์หันมามองด้วยสายตาคมกริบที่แฝงความหยัน "หมอธัญญ์ผู้เลอเลิศ คุณยังไม่รู้อีกหรือว่า กฎหมายและวิทยาศาสตร์ที่คุณบูชา เป็นเพียงกรอบหลอกเด็กที่พวกมันใช้ซ่อนตัว ไสยเวทระดับสูงไม่ได้เสกให้คนหายตัวไป แต่มันบิดเบือนการรับรู้ของสมองคุณ บิดเบือนสสาร และประกอบสร้างร่างใหม่ขึ้นมาจากความกลัวในจิตใจของคุณเอง"
ธัญญ์หันขวับกลับมามองหน้าคู่หูจำเป็น แววตาของจิตรแพทย์หนุ่มฉายแววความดุดันที่ซ่อนอยู่ใต้ความสุขุมมาตลอด "คุณรู้อะไรมาตั้งแต่แรกใช่ไหมรวินท์? คุณจงใจลากผมเข้ามาในเกมนี้ เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีบ้าๆ ของตระกูลคุณ"
รวินท์ยิ้มรับ รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับพราวระยับด้วยประกายความท้าทายที่ทำให้คนมองรู้สึกหน I สันหลังวาบ "ผมก็แค่พาคุณมารู้จักความจริงที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่มีวันสอน... และระวังตัวไว้ด้วยนะครับหมอ เพราะตอนนี้... เปลือกอันใหม่ที่มันกำลังมองหา อาจจะไม่ใช่ศพไร้ชื่อพวกนี้อีกต่อไปแล้ว"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของรวินท์ หลอดไฟนีออนบนเพดานห้องใต้ดินก็กะพริบถี่รัวก่อนจะดับสนิท ความมืดมิดกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว เหลือเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังขึ้นจากบันไดทางลง—เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นราวกับค้อนทุบลงบนแผ่นอก
และในความมืดนั้นเอง เสียงกระซิบเย็นเยียบก็ลอยมาข้างหูของธัญญ์ เป็นเสียงของผู้หญิงที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของพี่สาวตนเอง—คนที่ตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
"ธัญญ์... น้องพี่... ช่วยแกะรอยฉันทีสิคะ ว่าตอนนี้... ร่างจริงของฉันอยู่ที่ไหน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 30
ความตายที่ไร้ร่าง
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!