กลิ่นอายของคราบน้ำมันเครื่องและสนิมเหล็กในโกดังร้างเขตชานเมืองไม่ได้ทำให้ธัญญ์รู้สึกอึดอัดเท่ากับรอยยิ้มที่มุมปากของรวินท์ในเวลานี้ หมอผีหนุ่มผู้สวมเสื้อโค้ทสีเข้มกำลังใช้ปลายนิ้วเขี่ยเศษขี้เถ้าสีดำบนโต๊ะไม้เก่าๆ อย่างใจเย็น กองเถ้าถ่านนั้นคือบันทึกโบราณที่ถูกเผาทำลายไปครึ่งเล่ม แต่ร่องรอยของตัวอักษรขอมโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่ใต้แสงไฟฉายคาดหัว ล้วนบอกเล่าเรื่องราวที่ตระกูลวรวงศ์พยายามซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานนับทศวรรษ
"คุณหมอคิดว่าคนเราเลือกเกิดได้ไหมครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รวินท์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องอยู่ที่เศษกระดาษชิ้นสุดท้ายที่ยังไม่ไหม้ไฟ "ตระกูลผู้ดีเก่าที่ใช้ศรัทธาของชาวบ้านเป็นเครื่องค้ำจุนอำนาจ... พอถึงคราวที่ความจริงเริ่มกัดกินรากฐาน พวกเขาก็พร้อมจะถอนรากถอนโคนใครก็ตามที่เป็นเสี้ยนหนาม แม้ว่าคนๆ นั้นจะมีสายเลือดเดียวกันก็ตาม"
ธัญญ์ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย สายตาคมกวาดมองไปรอบโกดังที่เคยใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมลับ แววตาของจิตแพทย์หนุ่มฉายแววครุ่นคิดอย่างระมัดระวัง เขาไม่เคยเชื่อเรื่องงมงาย แต่วิทยาศาสตร์ทางจิตใจก็สอนให้เขารู้ว่า "ความกลัว" และ "ความโลภ" ของมนุษย์สามารถสร้างปีศาจขึ้นมาได้จริงๆ
"การถูกขับออกจากตระกูล ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นผู้บริสุทธิ์เสมอไปหรอกนะครับ หมอรวินท์" ธัญญ์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งและสุภาพ แต่แฝงไว้ด้วยความคมคายที่พร้อมจะเชือดเฉือน "บางครั้ง... มันอาจเป็นเพราะคุณเลือกที่จะเดินออกไปพร้อมกับความลับที่อันตรายเกินกว่าที่ใครจะยอมให้มีชีวิตรอดต่างหาก"
รวินท์ชะงักมือที่กำลังเขี่ยขี้เเขา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาจิตแพทย์หนุ่ม รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อน บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศาในชั่วพริบตา
"คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ... ว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบนห้องใต้หลังคาคฤหาสน์วรวงศ์" รวินท์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชิดขึ้น ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจ "คืนที่พ่อแท้ๆ ของผมเอาคัมภีร์โบราณมากดหัวผมลงกับพื้น แล้วประกาศต่อหน้าสภาตระกูลว่า ผมคือ 'ตัวกาลกิณี' ที่ต้องถูกกำจัดเพื่อรักษาชื่อวงศ์ตระกูล"
ธัญญ์ยังคงนิ่งสงบ ไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย เขาวิเคราะห์ทุกมัดกล้ามเนื้อและปฏิกิริยาตอบสนองบนใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยทักษะวิชาชีพแพทย์ "คนที่ถูกกระทำแบบนั้น... มักจะไม่ใช้รอยยิ้มเยาะเย้ยโลกแบบที่คุณเป็นอยู่หรอกนะครับ รวินท์"
"นั่นเพราะคุณยังมองโลกในกรอบของตำราจิตวิทยาไงครับ ธัญญ์" รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าวในจิตวิญญาณ "คุณคิดว่าแผลเป็นทางใจรักษาได้ด้วยคำปรึกษา... แต่สำหรับผม แผลเป็นพวกนั้นมันถูกหล่อเลี้ยงด้วยความแค้นและสัจจะที่ต้องชำระ คืนนั้น... พ่อของผมไม่ได้แค่ขับไล่ผมออกจากบ้าน แต่เขาใช้พิธีกรรม 'ปิดทวารวิญญาณ' เพื่อผนึกความทรงจำและพลังทั้งหมดของผมไว้... ด้วยเหตุผลเดียว คือกลัวว่าผมจะล่วงรู้ว่า 'ใคร' เป็นคนสังหารพี่สาวของคุณในห้องพิธีนั้น"
คำพูดประโยคสุดท้ายราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงกลางใจ ธัญญ์เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย—ปฏิกิริยาทางกายภาพเพียงเสี้ยววินาทีที่หลุดรอดจากการควบคุม ร่างกายของจิตแพทย์หนุ่มเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ ความทรงจำสีเลือดเกี่ยวกับพี่สาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อหลายปีก่อนกลับมาเด่นชัดในโสตประสาท
"คุณว่าอะไรนะ..." ธัญญ์เค้นเสียงลอดไรฟัน ความสุขุมเยือกเย็นถูกสั่นคลอนเป็นครั้งแรก
รวินท์ยื่นมือไปหยิบเศษกระดาษที่ไหม้เกรียมชิ้นสุดท้ายขึ้นมา ยื่นส่งให้ธัญญ์ดู ตัวอักษรที่หลงเหลืออยู่ปรากฏเป็นตราประทับประจำตระกูลวรวงศ์เคียงคู่กับลายเซ็นที่ธัญญ์คุ้นเคยดีว่าเป็นของใคร
"ตระกูลวรวงศ์ไม่ได้แค่เล่นของต่ำเพื่ออำนาจหรอกครับ... แต่พวกเขาใช้ชีวิตของคนบริสุทธิ์เป็นเครื่องสังเวยเพื่อต่ออายุขัย และพี่สาวของคุณ... ก็คือหนึ่งในเหยื่อที่อยู่ในบัญชีอัปยศนั้น" รวินท์กระซิบแผ่วเบaข้างหูธัญญ์ น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความล้อเล่น "นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องกลับมา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม... เราสองคนถึงหนีจากวงจรอุบาทว์นี้ไม่พ้น"
ก่อนที่ธัญญ์จะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นจากความมืดที่ปากทางเข้าโกดัง แสงไฟฉายสาดส่องกราดเข้ามาในพื้นที่รกร้าง พร้อมกับเสียงก้องกังวานที่ตะโกนเรียกชื่อรวินท์จากกลุ่มคนที่แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำสนิทและถืออาวุธครบมือ—คนของตระกูลวรวงศ์ตามมาเจอพวกเขาแล้ว
รวินท์หันไปมองทางต้นเสียง ก่อนจะหันกลับมาสบตาธัญญ์ด้วยแววตานิ่งสงบ ท่ามกลางสถานการณ์ที่บีบคั้นและอันตรายถึงชีวิต
"ดูเหมือนว่าแขกไม่速เชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะครับคุณหมอ..." รวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พรางเอื้อมมือไปคว้าด้ามมีดอาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอว "ทีนี้... คุณยังจะยืนอยู่ข้างความจริง หรือจะถอยกลับไปอยู่ในโลกปลอดภัยจอมปลอมของคุณกันแน่ครับ?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดและตรรกะอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะครับ — **อรุณมนตราขาว**
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 15
อดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!