กลิ่นอายของกระดาษเก่าและหมึกจีนราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานขนาดกะทัดรัดของธัญญ์ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันแฟ้มคดีฆาตกรรมปริศนาที่กองอยู่ตรงหน้า มันหนาเตอะจนน่าเวทนา—ไม่ใช่เพราะปริมาณของหลักฐาน แต่เป็นเพราะความว่างเปล่าไร้สาระที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบพยายามเรียกว่า 'สำนวนการสืบสวน'
“คุณกำลังใช้ตรรกะของหมอรักษาโรคทางจิต มาอธิบายรอยแผลรูปดาวกระจายที่ถูกกรีดลงบนศพมนุษย์ด้วยมีดอาคมโบราณเนี่ยนะ หมอธัญญ์”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม นิ้วเรียวยาวเคาะพนักพิงเป็นจังหวะราวกับกำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของใครบางคน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ตัวตนของจิตแพทย์หนุ่มอย่างไม่ปิดบังความท้าทาย
ธัญญ์ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เขายังคงจดจ่ออยู่กับภาพถ่ายใบนิติวิทยาศาสตร์ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางสีขาวลากผ่านรอยแผลบนหน้าอกศพด้วยความนิ่งสงบ
“วิทยาศาสตร์ไม่ได้ปฏิเสธความเชื่อครับหมอผีรวินท์... เราแค่ไม่ยอมแพ้ให้กับความงมงายก่อนที่หลักฐานทางกายภาพจะหมดลง” ธัญญ์เงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “แต่จากสภาพสำนวนที่คุณเอามาโยนให้ผมดูเมื่อคืน... ดูเหมือนฝั่งคุณเองก็จนมุมกับรอยมีดพวกนี้เหมือนกัน ถึงได้ถ่อสังขารมาหาจิตแพทย์นอกเวลาราชการแบบนี้”
รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและแหบพร่า ทว่ามีเสน่ห์ประหลาดในแบบของคนที่คุ้นเคยกับการเจรจากับความตาย
“ฉลาดดีนี่ครับ สมกับที่เป็นพี่ชายของเหยื่อรายแรกในพิธีกรรมเมื่อห้าปีก่อน”
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น อุณหภูมิรอบตัวราวกับลดฮวบลงหลายองศา ธัญญ์ชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาสุขุมวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายไฟแห่งความโกรธที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน แต่สีหน้าโดยรวมยังคงไว้ซึ่งความนิ่งสนิทแบบมืออาชีพ
รวินท์รู้จุดตายของเขา... และจงใจเหยียบมันอย่างแม่นยำ
“อย่าล้ำเส้น” ธัญญ์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีด “เรื่องพี่สาวของผม ไม่เกี่ยวกับคดีที่คุณกำลังอมพะนำอยู่”
“เกี่ยวสิครับ... เกี่ยวเต็มๆ เลยต่างหาก” รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยจนกลิ่นอายจางๆ ของกำยานและไม้จันทน์หอมลอยเข้าแตะจมูก “ศพที่สามเมื่อคืนนี้ ใช้มีดเล่มเดียวกันกับเมื่อห้าปีก่อน และรอยแผลที่ถูกกรีด... คือสัญลักษณ์ตระกูลเดียวกับที่ตราหน้าว่าตระกูลของผมเป็นพวกนอกรีตไสยเวทมืด คุณอยากรู้ความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของพี่สาวคุณไหมล่ะครับ หมอธัญญ์?”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจความตึงเครียดของคนทั้งคู่
ธัญญ์มองลึกเข้าไปในดวงตาของรวินท์ เขากำลังประเมินความเสี่ยง ชั่งน้ำหนักระหว่างศักดิ์ศรีของจิตแพทย์ผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ กับความกระหายใคร่รู้ที่กัดกินวิญญาณเขามาตลอดห้าปีเต็ม การกระโจนลงไปในเรือลำเดียวกับหมอผีสายมืดผู้นี้เท่ากับการยอมรับว่าโลกที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดอาจมีรอยร้าวที่วิทยาศาสตร์เอื้อมไม่ถึง
แต่วิญญาณของพี่สาวเขา... รอคำตอบนี้มานานเกินไปแล้ว
ธัญญ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจ ก่อนจะค่อยๆ ถอดถุงมือยางออก วางมันลงบนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบ
“ผมเกลียดคนขี้โกง และเกลียดพวกหากินกับความกลัวของชาวบ้านเป็นที่สุด” ธัญญ์เงยหน้าขึ้นสบตาคู่สนทนาอย่างไร้ความเกรงกลัว “แต่ถ้าดีลนี้มันจะทำให้ผมกระชากหน้ากากไอ้ฆาตกรที่ฆ่าพี่สาวผมได้... ผมยอมร่วมงานกับคุณ”
รวินท์ยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นแม้แต่นิดเดียว หากแต่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และพึงพอใจอย่างที่สุด เขายื่นมือขวาออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือหนานั้นมีรอยแผลเป็นจางๆ จากการทำพิธีกรรม
“ยินดีต้อนรับสู่นรกครับ หมอธัญญ์”
ธัญญ์มองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปจับ เป็นการทำสัญญาทางจิตวิทยาและไสยเวทที่ไม่มีวันหวนกลับ ทว่าในเสี้ยววินาทีที่ฝ่ามือสัมผัสกัน กระแสความเย็นยะเยือกก็แล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจของธัญญ์ ราวกับมีวิญญาณนับร้อยกำลังกรีดร้องอยู่ในความมืด
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ทำลายความเงียบในห้องทำงานลงทันที รวินท์ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าเปลี่ยนเป็นความระแวดระวังในทันที
“ฉันไม่ได้นัดใครไว้...” ธัญญ์ขมวดคิ้ว ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง
ประตูกลอนไม้ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจยศร้อยตำรวจเอกผู้รับผิดชอบคดีพุ่งเข้ามาในห้องด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม ลมหายใจหอบกระชั้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดราวกับเพิ่งไปเห็นบางสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรได้เห็น
“หมอธัญญ์... หมอผีรวินท์...” เสียงของนายตำรวจสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เขาคุกเข่าลงกับพื้นห้องราวกับหมดแรงยึดเหนี่ยว “แย่แล้วครับ... ที่ห้องเก็บศพโรงพยาบาล... ศพที่สามเมื่อคืนนี้... มัน... มันลุกขึ้นมานั่ง แล้วมันก็สลักรอยแผลใหม่ลงบนหน้าอกตัวเองต่อหน้าต่อตาผม!”
ธัญญ์และรวินท์หันขวับมามองหน้ากันทันที ประกายตาของทั้งคู่เปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงในระดับที่ต่างกัน
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 6
สัญญาจ้างฉบับแรก
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!