เสียงเคาะกระจกหน้าต่างห้องตรวจ ดังขึ้นเป็นจังหวะสามครั้ง… ช้า ทุ้ม และสม่ำเสมอราวกับจังหวะการเต้นของชีพจรในภาวะช็อก
ธัญญ์ละสายตาจากรายงานประวัติการรักษาบนจอแท็บเล็ต เขายังไม่ทันได้ขยับตัวเพื่อหันไปมอง แผ่นกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพห้องสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาด กลับปรากฏเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งซ้อนทับอยู่บนร่างของเขาเอง เส้นผมยาวสลวยที่เปียกชุ่มหยดน้ำ กลิ่นอายจางๆ ของธูปหอมผสมกลิ่นดินชื้นหลังฝนตกอบอวลขึ้นมาในโพรงจมูก ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัวของจิตแพทย์หนุ่มทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ และภายนอกคือตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพฯ ที่ไม่มีแม้แต่เงาของหยาดฝน
"คุณกำลังหลอกตัวเองว่ามันเป็นอาการประสาทหลอนจากการอดนอน… หมอธัญญ์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง รวินท์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาตัวเดิม แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับให้ใบหน้าคมคายของหมอผีหนุ่มดูมีมิติราวกับรูปสลักหินอ่อน ดวงตาคู่นั้นคมกริบและอ่านยาก ทว่ากลับส่อแววขบขันในความดื้อรั้นของคู่สนทนา
ธัญญ์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับมา เขาวางปากกาในมือลงบนโต๊ะอย่างช้าๆ พยายามควบคุมกล้ามเนื้อใบหน้าไม่ให้แสดงความหวั่นไหวออกมา แม้ว่าภาพสะท้อนในกระจกเมื่อครู่จะทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวจนเกือบหลุดจากอก ร่างของเด็กสาวที่สะท้อนอยู่ในกระจกคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น… แต่มันคือภาพของ "ธิดา" พี่สาวแท้ๆ ของเขาเอง ผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนพิธีกรรมประหลาดเมื่อสิบปีก่อน
"ถ้าคุณเข้ามาเพื่อจิตวิทยาศาสตร์ราคาถูก ผมเกรงว่าคุณคงเสียเวลาเปล่า หมอรวินท์" ธัญญ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากรามขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "ความเหนื่อยล้าจากการวินิจฉัยเคสหนักติดต่อกันสามวันไม่ได้ทำให้ผมเห็นภาพหลอนจนต้องพึ่งพาคำวินิจฉัยจากหมอผีสายมืดอย่างคุณ"
รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานทีละน้อย รองเท้าหนังกระทบพื้นห้องเกิดเสียงก้องกังวานในความเงียบ
"วิทยาศาสตร์สอนให้คุณเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้ แต่มันกลับไม่เคยสอนให้คุณยอมรับในสิ่งที่จิตใต้สำนึกของคุณพยายามจะกรีดร้องบอก" รวินท์หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานโน้มตัวลงเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของจิตแพทย์หนุ่ม "คุณคิดว่าพี่สาวคุณหายตัวไปเพราะอุบัติเหตุหรือการลักพาตัว… แต่สัญชาตญาณลึกๆ ของคุณกำลังบอกว่า 'เธอไม่ได้ไปไหนเลย' เธอยังวนเวียนอยู่แถวนี้ และกำลังใช้ร่างของคุณเป็นสะพานเชื่อมข้ามกลับมา"
ธัญญ์รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านไปตามสันหลัง เขาลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับรวินท์ ความสูงของทั้งคู่ไล่เลี่ยกัน แต่ออรณาการความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของหมอผีหนุ่มกลับสร้างบรรยากาศรอบตัวให้บิดเบี้ยวไปหมด
"หยุดพูดจาเหลိုးไหลเสียที" ธัญญ์กดเสียงต่ำ แววตาคู่คมฉายแววคุกคามอย่างที่หาได้ยาก "คุณจงใจเข้ามาพัวพันกับคดีนี้และเข้ามาปั่นป่วนจิตใจผมด้วยเรื่องงมงายพวกนี้ เพื่ออะไรกันแน่? ต้องการปกป้องตระกูลของคุณจากข้อกล่าวหาเรื่องมนต์ดำ หรือต้องการซ่อนหลักฐานอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพิธีกรรมเมื่อสิบปีก่อนกันแน่"
รวินท์ไม่สะทกสะท้านต่อคำกล่าวหา ตรงกันข้าม รอยยิ้มมุมปากกลับยิ่งเด่นชัดขึ้น ดวงตาคมกริบวับวาวด้วยความท้าทาย
"เพราะความจริงมันเจ็บปวดเกินกว่าที่สมองอันปราดเปรื่องของคุณจะรับไหวต่างหาก หมอธัญญ์" รวินท์ยื่นมือเรียวยาวออกมา วางปลายนิ้วลงบนขอบโต๊ะทำงานของธัญญ์อย่างแผ่วเบา "คุณอยากพิสูจน์ไหมล่ะว่าสิ่งที่คุณเห็นในกระจกเมื่อครู่ มันเป็นแค่ความเครียด… หรือเป็นเพราะดวงวิญญาณที่ถูกจองจำกำลังเรียกร้องหาความยุติธรรมกันแน่"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศคำรามเบาๆ ในความเงียบ ธัญญ์จ้องมองใบหน้าของรวินท์อย่างพิจารณา สมองส่วนหน้าประมวลผลด้วยตรรกะและเหตุผล แม้ลึกๆ ในใจภาพหลอนของพี่สาวจะยังคงสร้างความปั่นป่วน แต่ความเป็นมืออาชีพของจิตแพทย์ทำให้เขาปฏิเสธที่จะตกหลุมพรางทางจิตวิทยาที่อีกฝ่ายขุดเอาไว้
"ผมไม่เล่นเกมสติ๊กเกอร์ไสยศาสตร์กับคุณ" ธัญญ์เอ่ยเสียงเย็นชา พางecดสายตาหนี "เชิญออกไปจากห้องของผมได้แล้ว ก่อนที่ผมจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเชิญคุณออกไปตามระเบียบโรงพยาบาล"
รวินท์ถอนหายใจเบาๆ ราวกับเด็กหนุ่มผู้ผิดหวังในความหัวดื้อของผู้ใหญ่ แต่ในแววตากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวตรง กวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินไปที่ประตู
ทว่า ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตู รวินท์ก็หยุดชะงัก ชายหนุ่มหันกลับมามองธัญญ์ด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ชวนให้รู้สึกขนลุก
"คืนนี้… ตอนเที่ยงคืนตรง ลองไปยืนที่ระเบียงห้องพักของคุณดูสิครับ หมอธัญญ์" รวินท์กระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาท "แล้วคุณจะได้ยินว่า 'เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า' ที่พี่สาวของคุณพยายามบอกมาตลอดสิบปี มันฟังเป็นอย่างไร"
สิ้นคำพูดนั้น รวินท์ก็เปิดประตูและก้าวออกไปจากห้อง ปล่อยให้ธัญญ์ยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความหนתเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก
เวลาล่วงเลยผ่านไป เข็มนาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะทำงานขยับเข้าใกล้เลขสิบสองอย่างเชื่องช้า ความกดดันในอากาศเพิ่มสูงขึ้นจนธัญญ์แทบหายใจไม่ออก ภาพหลอนของธิดาพี่สาวของเขายังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความคิด แม้เขาพยายามจะหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับว่ามันคืออาการ *Visual Hallucination* จากความเครียด แต่กลิ่นอายความชื้นและเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของห้องพักแพทย์ในยามวิกาล กลับทำให้เขาปฏิเสธความจริงไม่ได้เลยว่า… มีบางสิ่งกำลังรอคอยเขาอยู่ที่ระเบียงห้อง
ธัญญ์ตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูระเบียงกระจกของห้องพักแพทย์ชั้นสิบห้า ลมยามดึกปะทะเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างแรง นำพาความเย็นยะเยือกเข้ามาสู่ผิวหนัง ท้องฟ้ายามค่ำคืนไร้ซึ่งหมู่ดาว มีเพียงความมืดมิดเวิ้งว้างเบื้องล่าง
เขากำมือแน่นบนราวระเบียงเหล็ก ปิดเปลือกตาลงชั่วครู่เพื่อตั้งสติ แต่แล้ว… ในวินาทีที่เขาลืมตาขึ้นเพื่อมองลงไปยังลานจอดรถเบื้องล่าง สายตาก็ต้องสะดุดเข้ากับเงาดำร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืด ตรงจุดที่ไม่มีแสงไฟส่องถึง
ร่างนั้นหันหน้าขึ้นมามองตรงมายังระเบียงห้องของเขา… และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ใบหน้าขาวซีดที่สะท้อนกับแสงไฟสลัวจากตัวตึก เป็นใบหน้าของธิดา พี่สาวผู้ล่วงลับที่ส่งยิ้มให้เขาอย่างโหยหา พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหู ทั้งที่รอบกายไม่มีใครอื่นนอกจากความว่างเปล่า
*"ช่วยพี่ด้วย… ธัญญ์…"*
ธัญญ์ผงถอยหลังด้วยความตกใจ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น มือคว้าจับราวระเบียงไว้แน่นเพื่อพยุงตัว ทว่าในจังหวะที่เขากวาดสายตากลับไปมองยังเงาร่างนั้นให้ชัดเจนอีกครั้ง แสงไฟจากรถยนต์คันหนึ่งที่แล่นผ่านเข้ามาในลานจอดรถก็สาดส่องกระทบเข้ากับพื้นที่ว่างเปล่าตรงนั้น…
และสิ่งที่ปรากฏอยู่บนพื้นตรงจุดที่เงาดำยืนอยู่เมื่อครู่ ไม่ใช่ร่างของพี่สาวเขา…
แต่มันคือ "แฟ้มประวัติคดีฆาตกรรมปริศนาเมื่อสิบปีก่อน" ที่ถูกเปิดคาไว้ พร้อมกับคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ซึ่งเพิ่งถูกโยนทิ้งลงมาจากระเบียงห้องพักชั้นบนสุด… โดยฝีมือของใครบางคนที่กำลังยืนมองเขาอยู่จากความมืดมิดเบื้องบน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ
---
**อรุณมนตราขาว**
ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์•ตอนที่ 8
เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับวิญญาณ: สัญญาจ้างล้างอาถรรพ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!