เสียงถ้วยกาแฟเซรามิกกระทบลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังขึ้นเบาๆ แต่ในห้องประชุมลับชั้นใต้ดินของกิลด์อเวจีเวลานี้ มันกลับให้ความรู้สึกราวกับเสียงฆ้อนพิพากษาที่ตอกย้ำความเงียบงันอันน่าอึดอัด
"นายกำลังบอกฉันว่า ตัวเลขสามสิบล้านเครดิตในบัญชีลับของนาย เป็นแค่เศษเงินที่ได้จากการขายข้อมูลตารางเวรยามของหน่วยลาดตระเวนเขตสามอย่างนั้นสินะ, ค렌?"
น้ำเสียงของผมราบเรียบ เยือกเย็น และเจือไปด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ทว่าดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับไร้ซึ่งประกายความขบขันใดๆ สิ้นเชิง
เคล็น สะดุ้งเฮือก เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มขมับ ชายหนุ่มผู้มีฉายา 'มือหอกทลายศิลา' ซึ่งเคยยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่ฝ่าดงอสูรระดับสูงมาด้วยกันในดันเจี้ยนระดับ S ยามนี้กลับนั่งตัวลีบราวกับนักโทษเด็ดย่อมๆ มือที่วางอยู่บนตักสั่นระริกจนต้องกำแน่นเพื่อซ่อนความหวาดกลัว
"หัวหน้า... ผม... ผมไม่มีทางเลือก พวกมัน..." เคล็นพยายามอ้าปากแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
"ทางเลือก?" เรนะ รองหัวหน้ากิลด์สาวผู้มีแววตาดุดั่งเหยี่ยวแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก เธอสไลด์แท็บเล็ตโฮโลแกรมแสดงเส้นทางการเงินและหลักฐานการติดต่อสื่อสารตรงหน้าเคล็น "นายมีทางเลือกเสมอ เคล็น ตั้งแต่วันที่นายก้าวเท้าเข้าสู่กิลด์อเวจี สัญญาของเราคือความภักดี แต่สิ่งที่นายเลือก... คือการเอาชีวิตของเพื่อนร่วมกิลด์ไปแลกกับเศษเงินของกิลด์รุ่งอรุณ"
บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ผมยกมือขึ้นเป็นเชิงปรามเรนะเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ ท่าทีที่ผ่อนคลายเกินไปนี้ยิ่งทำให้เคล็นรู้สึกเหมือนกำลังถูกงูพิษจ้องมองก่อนฉก
"ความโลภไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะครับ, เคล็น..." ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ นุ่มนวล ราวกับกำลังสนทนากับสหายสนิทในยามบ่าย "มนุษย์เราย่อมดิ้นรนเพื่อสิ่งที่ดีกว่าเสมอ แต่การทรยศหักหลังผู้ที่ยื่นมือฉุดนายขึ้นมาจากโคลนตม... มันเป็นความโง่เขลาที่ต่อให้ตายแล้วเกิดใหม่ก็ชดใช้ไม่หมด"
เคล็นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขารู้ดีว่ากิตติศัพท์ของ 'โอเวอร์ลอร์ดซีโร่' ผู้นี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย ทุกคนที่กล้าทรยศกิลด์อเวจีในอดีต ล้วนแต่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย หรือไม่ก็กลายเป็นสติเฟื่องอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช
"ผม... ผมขอร้องล่ะครับหัวหน้า ไว้ชีวิตผมเถอะ! พวกมันขู่ฆ่าครอบครัวผม! พวกมันจับตัวแม่กับน้องสาวผมไป!" เคล็นทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้คร่ำครวญแทบเท้าผม พร้อมกับโขกศีรษะลงกับพื้นพรมจนเกิดเสียงดังทึบ
ผมมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ในชาติก่อน ผมเคยลิ้มรสชาติของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดมาแล้ว รสชาติของความไว้วางใจที่ถูกบดขยี้มันช่างน่าสะอิดสะเอียน และผมก็สาบานกับตัวเองไว้แล้วว่า ในชาตินี้... ผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า จะไม่มีวันยอมให้สุนัขลอบกัดมาแว้งกัดได้เป็นครั้งที่สอง
"ครอบครัว?" ผมทวนคำ เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอ "น่าประทับใจเสียจริงครับ แต่น่าเสียดาย... ที่ข้อมูลข่าวสารที่นายขายให้กิลด์รุ่งอรุณไปเมื่อวานนี้ เกือบทำให้ทีมจู่โจมชุดที่สองของเรนะต้องสังเวยชีวิตในดันเจี้ยนประตูมิติสีแดง"
เรนะขยับตัวเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของเธอ อดีตฮันเตอร์ระดับ S ผู้นี้พร้อมที่จะปลิดชีพหนอนบ่อนไส้รายนี้ได้ทุกเมื่อหากผมส่งสัญญาณเพียงนิดเดียว
"หัวหน้าซีโร่ครับ! โปรดฟังผมก่อน!" เคล็นละล่ำละลัก "ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะบอกความลับทั้งหมด! ผมแค่บอกตำแหน่งคร่าวๆ เท่านั้น! อีกอย่าง... อีกอย่างนะ6รับหัวหน้า คนที่อยู่เบื้องหลังการซื้อตัวผมครั้งนี้... ไม่ใช่แค่กิลด์รุ่งอรุณธรรมดา!"
ผมหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักวิเคราะห์เริ่มทำงานทันที "หมายความว่าอย่างไรครับ?"
เคล็นเงยหน้าขึ้น น้ำตาอาบแก้ม แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเขากำลังนึกถึงปีศาจที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย "คนที่สั่งการเรื่องนี้... และจ่ายเงินเพิ่มอีกสามเท่าเพื่อให้ผมส่งข้อมูลโครงสร้างระบบป้องกันฐานทัพของเรา... คือคนจาก 'สมาคมฮันเตอร์แห่งชาติ' ต่างหากครับ!"
สิ้นคำพูดนั้น เรนะถึงกับขมวดคิ้วแน่น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความตึงเครียดระดับวิกฤต
สมาคมฮันเตอร์แห่งชาติ หน่วยงานสูงสุดที่ควรจะวางตัวเป็นกลาง กลับยื่นมือเข้ามาแทรกแซงและทำลายกิลด์เอกชนอย่างพวกเราเบื้องหลัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการแย่งชิงอำนาจระหว่างกิลด์อีกต่อไปแล้ว แต่มันคือเกมการเมืองระดับสูงที่ต้องการกำจัดกิลด์อเวจีให้หายไปจากแผนที่โลก
ผมนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นิ้วชี้เคาะเบาๆ บนพรมโต๊ะไม้ เป็นจังหวะสม่ำเสมอที่สะท้อนถึงความคิดอันลุ่มลึกและเฉียบ
รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของผมอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่ทำให้เรนะถึงกับต้องกลั้นหายใจ เพราะเธอรู้ดีว่า... เมื่อหัวหน้ายิ้มแบบนี้ หมายความว่ามีพายุลูกใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้น และใครบางคนจะต้องชดใช้มันอย่างสาสม
"ช่างเป็นเกมที่น่าสนุกเสียจริงนะครับ..." ผมเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงสุขุมนุ่มลึกแต่แฝงไว้ด้วยจิตสังหารที่ยากจะทานทน "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมกระดานนี้กับเรานัก... เราก็ควรจะจัดชุดต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ให้สมเกียรติพวกเขาสักหน่อย"
ผมก้มลงมองเคล็นที่ยังคงตัวสั่นเทาอยู่แทบเท้า ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบราวน้ำแข็ง
"เรนะ พาตัวเคล็นไปไว้ที่ห้องใต้ดินชั้นลึกที่สุด ให้เขาได้พักผ่อนอย่างสงบ... ส่วนเรื่องครอบครัวของเขา ส่งหน่วยเงาไปคุ้มครองและพาตัวมาให้เรียบร้อย อย่าให้พวกมันตกอยู่ในมือของสมาคมฮันเตอร์เป็นอันขาด"
"รับทราบค่ะ หัวหน้า" เรนะรับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะลากตัวเคล็นออกไปจากห้องอย่างไม่1ใยดี
ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่กระจกใสบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของมหานคร แสงไฟระยิบระยับนับล้านดวงเบื้องล่างดูคล้ายดวงดาวที่กำลังรอเวลาจะดับสูญ ทว่าก่อนที่ผมจะได้หันกลับไปจัดการแผนการขั้นต่อไป เสียงแจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบกิลด์ก็ดังขึ้น
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าทันที พร้อมกับข้อความรายงานสถานการณ์สดจากเรดาร์ตรวจจับรอบนอกฐานทัพ
[แจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบกองกำลังไม่ทราบฝ่ายจำนวนกว่าสามร้อยนาย กำลังเคลื่อนพลปิดล้อมเขตพื้นที่กิลด์อเวจีทุกด้าน และ... ผู้นำทัพในปฏิบัติการครั้งนี้ คือ "ฮันเตอร์ระดับ S" ผู้ครอบครองฉายา "หัตถ์เทพเจ้าอัสนี" ที่เพิ่งประกาศลาออกจากสมาคมฮันเตอร์เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน!]
ดวงตาสีดำสนิทของผมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะกลับสู่ความเยือกเย็นตามเดิมเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่การบุกรุกแบบบังเอิญ แต่มันคือ "การกวาดล้าง" ที่ถูกวางแผนมาอย่างไร้ร่องรอย และเป้าหมายของพวกมัน คือการทำให้กิลด์อเวจีราบคาบในคืนนี้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนการไขปริศนาครั้งนี้ไปกับโอเวอร์ลอร์ดซีโร่ครับ
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 26
การทรยศครั้งใหญ่
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!