มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 6

ภารกิจแรกที่เหนือความคาดหมาย

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“ห่างจากตำแหน่งเดิมสามก้าวไปทางซ้ายเสีย เรนะ เลือดของมันกำลังจะพุ่งตรงมาที่คุณ” เสียงราบเรียบของผมดังก้องอยู่ในโถงทางเดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและไอระเหยของเวทมนตร์ระดับสูง เรนะขยับกายหลบในเสี้ยววินาทีที่ดาบเลเซอร์สีครามของบอสประจำดันเจี้ยน ‘วิหารแห่งกรงขังพันปี’ ฟาดผ่านจุดที่เธอเคยยืนอยู่เฉียดฉิวเพียงปลายเส้นผม ที่นี่คือดันเจี้ยนระดับ B ที่กิลด์ใหญ่ในเมืองต่างเมินหน้าหนี เพราะมันถูกขนานนามว่าเป็น ‘หลุมฝังศพแห่งกลยุทธ์’ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ผมต้องการ “คำนวณจากจังหวะการหมุนตัวของมัน สองจุดสามวินาทีถัดจากนี้คือช่องโหว่เดียวที่ขาทั้งสี่ข้างของมันจะไม่มีการป้องกัน” ผมกล่าวพลางกระชับถุงมือหนัง ถือมีดสั้นที่อาบด้วยสารสกัดจากผลึกปีศาจเอาไว้มั่น สายตาจดจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของอสูรกายร่างยักษ์ตรงหน้าอย่างไม่กะพริบตา “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านซีโร่” เรนะตอบรับสั้นๆ ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว แม้สภาพชุดเกราะของเธอจะเต็มไปด้วยรอยขีดข่วนจากการปะทะ แต่ความมั่นใจในตัวผมนั้นยังคงเปี่ยมล้นเสมอ เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อแค่เอาชีวิตรอด แต่เรามาเพื่อ ‘รื้อถอน’ ดันเจี้ยนแห่งนี้ ทันทีที่ครบเวลา 2.3 วินาทีตามที่ผมคาดการณ์ไว้ อสูรกายร่างยักษ์ที่ดูเหมือนจะไร้เทียมทานก็เสียหลักจากการเหยียบพลาดบนพื้นผิวที่ลื่นปรื๋อของเวทมนตร์กับดักที่ผมวางไว้ก่อนเริ่มการต่อสู้ เรนะพุ่งทะยานเข้าไปราวกับลูกธนูที่ถูกปล่อยจากคันศร ดาบของเธอแทงทะลุจุดศูนย์รวมมานาตรงอกของมันอย่างแม่นยำ เสียงกรีดร้องโหยหวนของมันดังสนั่นไปทั่วทั้งโถง แต่แทนที่จะดีใจกับความสำเร็จ ผมกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ “ถอยออกมาเรนะ! การตายของมันมีกลไกซ่อนอยู่!” ผมคำรามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบกว่าปกติ ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่ผมถูกหักหลังในอดีต กลิ่นของความตายที่ไม่ได้มาจากศัตรู แต่มาจาก ‘กฎ’ ของสถานที่แห่งนี้ ทันใดนั้น ผนังรอบด้านที่เคยเป็นศิลาแกร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนเงาของผมและเรนะขึ้นมา แต่เงาในกระจกไม่ได้ทำท่าทางเหมือนเรา เงาในนั้นกำลังยิ้ม... ยิ้มอย่างผู้ชนะ “ดูเหมือนว่าสิ่งที่คนอื่นเล่าลือกันว่าไม่มีใครรอดออกมาได้ ไม่ใช่เพราะมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งหรอกนะ” ผมพูดกับตัวเองพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ “แต่มันคือคุกกระจกที่กัดกินจิตวิญญาณของผู้ที่พิชิตมันต่างหาก” เรนะชะงัก เธอพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่เท้าของเธอกลับจมลงไปในพื้นหินที่กลายเป็นของเหลวหนืด “ท่านซีโร่... ร่างกายของดิฉัน... ขยับไม่ได้ค่ะ” ผมก้าวเข้าไปหาเธอ มือหนาคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดมานาของผมลงไปเพื่อตรึงร่างของเธอไม่ให้ถูกกลืนกินไปกับความมืดมิดของพื้นห้อง “ตั้งสติไว้ เรนะ นี่ไม่ใช่การโจมตีทางกายภาพ แต่มันคือการทดสอบจิตใจ ใครที่จิตใจไม่แข็งแกร่งพอจะต้องถูกขังอยู่ในความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดของตัวเองตลอดกาล” “ความทรงจำ... ที่เจ็บปวดที่สุด...” เรนะพึมพำ ดวงตาของเธอเริ่มล่องลอย ผมเองก็เริ่มเห็นภาพในอดีตแวบเข้ามาในหัว... กิลด์อันดับหนึ่งที่ผมเคยทุ่มเทสร้างขึ้น การทรยศที่ทำให้ผมต้องจบชีวิตลงอย่างโดดเดี่ยว ภาพเหล่านั้นชัดเจนและน่าขยะแขยงเกินกว่าจะบรรยาย แต่ผมสะบัดหน้าไล่ความรู้สึกอ่อนแอเหล่านั้นออกไปอย่างรวดเร็ว “เราไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อถูกขังเรนะ!” ผมตะโกนใส่หน้าเธอ “เราอยู่ที่นี่เพื่อสร้างกิลด์ที่จะครอบครองจักรวาล หากความทรงจำนี้พยายามจะรั้งเราไว้ เราก็แค่ต้องเผามันให้ราบเป็นหน้ากลอง!” ผมเร่งมานาในตัวจนถึงขีดสุด บรรยากาศรอบตัวเริ่มบิดเบี้ยว ร่างของอสูรกายที่ถูกกำจัดไปแล้วเริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือแหล่งพลังงานบริสุทธิ์ที่ดันเจี้ยนใช้หล่อเลี้ยงคุกแห่งนี้ ผมใช้มีดสั้นกรีดลงบนฝ่ามือตัวเอง ให้เลือดผสมเข้ากับละอองมานาเหล่านั้น นี่คือความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้... ดันเจี้ยนไม่ใช่สถานที่ แต่เป็น ‘สมบัติ’ ที่รอคอยผู้ที่กล้าพอจะทำพันธสัญญา ทันทีที่ละอองสีทองไหลเข้าสู่กระแสเลือดของผม พื้นที่รอบด้านก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กระจกเงาทุกบานแตกกระจายกลายเป็นเศษเสี้ยวของเวลา เสียงโหยหวนของวิญญาณที่เคยถูกขังอยู่ค่อยๆ เงียบหายไป แทนที่ด้วยความเงียบสงัดที่กดดันยิ่งกว่า ร่างของเรนะทรุดลงในอ้อมแขนของผม เธอหอบหายใจอย่างแรง “เรา... เราทำสำเร็จแล้วหรือคะ?” ผมมองไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งหัวใจของดันเจี้ยนปรากฏเด่นชัดอยู่กลางอากาศ มันคือผลึกสีดำขลับที่สั่นระริกราวกับมีชีวิต ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอ แต่กลับเดินตรงเข้าไปหามันด้วยท่าทีที่สุขุมราวกับเป็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้ตั้งแต่ต้น “ภารกิจแรกของเราจบลงแล้วเรนะ” ผมเอ่ยขึ้นขณะเอื้อมมือออกไปสัมผัสผลึกนั้น “แต่ก้าวต่อไปต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่า กิลด์ ‘ซีโร่-ซัม’ ของเรา จะเปลี่ยนโลกใบนี้ไปในทิศทางไหน” ผลึกสีดำเริ่มหลอมรวมเข้ากับถุงมือของผม ร่องรอยของการเชื่อมต่อปรากฏขึ้นเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวกิลด์ แต่ในขณะที่แสงสว่างจากการเคลียร์ดันเจี้ยนกำลังจางหายไป ความมืดมิดที่ลึกยิ่งกว่าก็ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นที่ปลายโถงทางเดิน เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคย... เสียงฝีเท้าของชายคนที่เคยสังหารผมในชาติก่อน ดังสะท้อนเข้ามาในดันเจี้ยนระดับ B ที่ไม่ควรมีใครรู้นี้ “ไม่คิดเลยนะว่าคนตายไปแล้วอย่างแก จะกลับมาสร้างเรื่องสนุกๆ ได้ถึงขนาดนี้... ซีโร่” โอเวอร์ลอร์ดซีโร่หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรอยร้าวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%