“คุณคิดว่าชัยชนะในวันนี้ เป็นเพียงโชคช่วยอย่างที่สำนักข่าวบางแห่งพยายามนำเสนอหรือเปล่าครับ?”
คำถามของหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่งคนเก่าดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงรับรองของสมาคมฮันเตอร์ ผมไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แต่เลือกที่จะจดจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมแสดงแผนผังความเสียหายของดันเจี้ยนระดับ SS ที่เราเพิ่งพิชิตได้สำเร็จเมื่อสองชั่วโมงก่อน
ผมวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะกระจก เสียงกระทบเบาๆ ของมันดูเหมือนจะดังก้องไปทั่วห้อง
“โชคคือสิ่งที่คนไม่เตรียมตัวมักใช้ปลอบใจตัวเองหลังจากความพ่ายแพ้ครับ” ผมตอบพลางหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับชายวัยกลางคนที่เคยได้ชื่อว่าเป็นผู้คุมกฎของวงการนี้ “หากคุณเรียกว่าการคำนวณอัตราการสลายตัวของมานาในรัศมีสามกิโลเมตรว่าโชค การทำงานหนักตลอดหกเดือนที่ผ่านมาของพวกเราก็คงเป็นเพียงเรื่องตลก”
เรนะซึ่งยืนอยู่เคียงข้างผมขยับแว่นสายตาเล็กน้อย เธอมอบรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจส่งไปยังผู้มาเยือน “กิลด์ Zero-Point ไม่เคยพึ่งพาความบังเอิญค่ะ... อ้อ ขออภัยครับ ผมหมายถึง ‘ครับ’ เราแค่ทำในสิ่งที่คนอื่นไม่กล้าคิด และคำนวณในสิ่งที่คนอื่นมองข้าม”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะกลายเป็นไอระเหย ฮันเตอร์ระดับท็อปจากกิลด์อื่นๆ ที่รายล้อมอยู่ต่างก้มหน้าลง พวกเขาไม่ใช่คนโง่ พวกเขารู้ดีว่าชัยชนะในวันนี้ไม่ได้จบลงแค่การเคลียร์ดันเจี้ยน แต่มันคือการประกาศศักดาว่าโครงสร้างอำนาจเดิมได้พังทลายลงอย่างถาวรแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น... การที่พวกคุณกว้านซื้อสิทธิ์การถือครองเหมืองผลึกมานาเถื่อนทั้งหมดในช่วงสามวันก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ ก็คือการ ‘เตรียมตัว’ สินะครับ?” ชายคนนั้นเค้นเสียงถาม มือที่กำหมัดแน่นจนสั่นเทาบ่งบอกถึงความโกรธแค้นที่ถูกปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากของความสุภาพ
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปหาเขาจนกระทั่งระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว “ผมทำธุรกิจครับ และการทำธุรกิจที่ฉลาดคือการมองเห็นว่าฝนจะตกก่อนที่เมฆก้อนแรกจะก่อตัว การที่คุณมองไม่เห็น นั่นเป็นความผิดพลาดของคุณ ไม่ใช่ความโชคดีของผม”
คำพูดของผมเปรียบเสมือนคมดาบที่กรีดลงบนอีโก้ของเขา เรนะก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว บรรยากาศรอบตัวเธอเริ่มหนักอึ้งด้วยแรงกดดันระดับ S-Rank ที่แท้จริง ไม่ใช่พลังงานที่ปรุงแต่งขึ้น แต่เป็นจิตสังหารของนักรบที่ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน
“สมาคมฮันเตอร์ได้ทำการตรวจสอบบันทึกการเคลียร์ดันเจี้ยนอย่างละเอียดแล้ว” เรนะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “และผลลัพธ์ก็ยืนยันชัดเจน... กิลด์ Zero-Point คือกลุ่มแรกในประวัติศาสตร์ที่จบการบุกโดยไม่มีสมาชิกได้รับบาดเจ็บสาหัสแม้แต่รายเดียว”
คนทั้งห้องโถงเริ่มกระซิบกระซาบ ความยอมรับที่เคยเป็นเพียงเสียงเล่าลือ บัดนี้ได้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เสียแล้ว สายตาของเหล่าฮันเตอร์ที่เคยมองผมด้วยความระแวง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคารพยำเกรง หรืออย่างน้อยที่สุด ก็คือความหวาดกลัวที่ยอมรับในความเป็นเบอร์หนึ่ง
ผมเดินผ่านชายคนนั้นไปโดยไม่หยุดชะงัก ตรงไปยังระเบียงกระจกขนาดมหึมาที่มองเห็นเมืองหลวงในยามเย็น ไฟจากตึกสูงระฟ้าเริ่มสว่างไสวสะท้อนเข้ากับดวงตาของผม ในชาติที่แล้ว ผมเคยยืนอยู่ตรงจุดนี้ด้วยตำแหน่งที่ต่ำต้อยกว่าและถูกคนพวกนี้เหยียบย่ำ แต่ในวันนี้ ทุกตารางนิ้วของความสำเร็จคือผลงานที่ผมสร้างขึ้นด้วยมือของตัวเอง
“เรนะ จัดเตรียมเอกสารการรวมกิลด์ย่อยเข้ากับศูนย์กลางให้เรียบร้อย” ผมสั่งโดยไม่หันกลับไปมอง “นับจากวินาทีนี้ กฎเกณฑ์ในโลกฮันเตอร์จะถูกเขียนขึ้นใหม่ภายใต้ชื่อของ Zero-Point เท่านั้น”
“รับทราบครับ ผมจะจัดการให้เสร็จสิ้นก่อนเช้ามืดนี้” เธอก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับทีมงานบริหาร
ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง ผมจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ความรู้สึกว่างเปล่าในใจที่เคยหลอกหลอนผมมาตลอดชีวิตในร่างนี้เริ่มจางหายไป แต่มันกลับถูกแทนที่ด้วยลางสังหรณ์บางอย่างที่รุนแรงกว่าเดิม
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานจู่ๆ ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของผม แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนการเลเวลอัปตามปกติ... มันเป็นเสียงสั่นเตือนสีแดงฉาน
[คำเตือน: ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้เล่นหมายเลข 0' - ความเป็นจริงที่คุณสร้างขึ้น กำลังถูกดัดแปลงโดยระบบจากภายนอก]
คิ้วของผมขมวดเข้าหากันทันที ผู้เล่นหมายเลข 0? ผมคือ 'ซีโร่' แต่นั่นคือนามปากกาที่ผมเลือกใช้ในโลกนี้ ใครกันที่ใช้ชื่อนี้ในระบบหลัก?
ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินยาวเดินเข้ามาโดยไม่มีใครกล้าขัดขวาง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด
เขาวางกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่ลงบนโต๊ะทำงานของผม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของผมกระตุกวูบ
“ยินดีด้วยกับตำแหน่งเบอร์หนึ่งนะครับ คุณซีโร่... แต่คุณควรจะรู้ไว้ว่า ที่นี่ไม่ใช่จุดสูงสุด แต่มันคือประตูทางออกของเกมนี้ต่างหาก”
เขายื่นมือมาข้างหน้า ภายในฝ่ามือมีไอเทมชิ้นหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำที่สุด มันคือสร้อยคอรูปเข็มทิศที่ผมเคยทำหายไปในเหตุการณ์กบฏเมื่อสิบปีก่อน... สร้อยคอชิ้นเดียวกับที่ผมถูกหักหลังจนต้องตาย
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ — โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 37
ชัยชนะที่ไม่ใช่ความบังเอิญ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!