"ถ้าพวกมันรู้ว่าเราเหยียบแผ่นดินยุโรปด้วยจุดประสงค์อะไร หัวหน้าหน่วยเจ็ดคงไม่แค่นั่งจิบไวน์ราคาแพงอย่างสบายใจในคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำเซนแบบนั้นหรอกครับ เรนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดภายในห้องโดยสารของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ระดับความสูงหมื่นฟุตเหนือผืนนภาที่ไร้ซึ่งแสงดาว แสงไฟสีฟ้าอ่อนจากแผงควบคุมสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะและดวงตาคู่นคมที่ไร้ซึ่งความหวั่นไหว ซีโร่—ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของกิลด์อเวจี ปลดกระดุมเสื้อสูทออกเล็กน้อยก่อนจะประสานมือไว้บนตักอย่างใจเย็น
เรนะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม วางแท็บเล็ตแสดงข้อมูลข่าวกรองลงบนโต๊ะไม้กฤษณา กลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟคั่วเข้มลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่ตึงเครียด เธอมองหน้าหัวหน้ากิลด์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างที่สุด แม้ว่าเบื้องหน้าของพวกเขาคือ "ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งมหาอำนาจตะวันตก" กิลด์ระดับท็อปเท็นของโลกที่พร้อมจะบดขยี้ผู้มาเยือนทุกเมื่อ
"รายงานล่าสุดจากสายลับของเรายืนยันแล้วค่ะ... ทางกิลด์ 'แซงชัวรี' ของฝรั่งเศส ได้ส่งกองกำลังพิเศษระดับ S สามทีมมาดักรอเราที่สนามบินปลายทาง พวกเขาคิดว่าเราเป็นเพียงกิลด์น้องใหม่จากเอเชียที่ริอ่านมาขยายอิทธิพลข้ามเขตแดน" เรนะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะคาดเดา
"ให้พวกเขาเข้าใจแบบนั้นต่อไปแหละครับ ดีเสียอีก... ความประมาทคือของขวัญชิ้น
โตที่สุดที่ศัตรูมักจะมอบให้เราเสมอ" ซีโร่หยิบนาฬิกาพกโบราณขึ้นมาเปิดดู เข็มทองคำกำลังเดินเข้าใกล้เลขเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่แผนการ 'สมรภูมิไร้พรมแดน' จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ย้อนกลับไปเมื่อชาติก่อน ซีโร่เคยตายอย่างอนาถบนกองซากปรักหักพัง ณ ใจกลางกรุงปารีสแห่งนี้ ถูกหักหลังโดยพันธมิตรที่เขาไว้ใจที่สุด ถูกแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปต่อหน้าต่อตา ความแค้นฝังรากลึกในจิตวิญญาณไม่เคยจางหาย แต่ในวันนี้... เขาไม่ได้กลับมาในฐานะเหยื่อผู้ไร้ทางสู้ เขากลับมาในฐานะ 'ผู้ล่า' ที่จะตีตราจองทุกตารางนิ้วของทวียุโรปให้ตกอยู่ภายใต้เงาของกิลด์อเวจี
เครื่องบินลดระดับลงอย่างนุ่มนวล รันเวย์ส่วนตัวของสนามบินนานาชาติชาร์ลส์เดอโกลล์ปรากฏแก่สายตา ทว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องล่างไม่ใช่ทีมต้อนรับอย่างเป็นทางการ แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทนับร้อยชีวิต ยืนเรียงรายล้อมรอบลานจอด พร้อมกับออร่าพลังเวทมนตร์ระดับสูงที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
เมื่อบันไดเครื่องบินทอดลงมา ซีโร่ก้าวเท้าลงสัมผัสผืนแผ่นดินยุโรปเป็นครั้งแรกด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ลมหนาวพัดโชยปะทะใบหน้าคมคาย เส้นผมสีดำสนิทปลิวไสวไปตามแรงลม เรนะเดินตามมาติดๆ ด้านหลัง พร้อมกับสมาชิกหน่วยรบเงาอีกสิบคนที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีที่สุด
"ยินดีต้อนรับสู่ปารีสครับ ท่านหัวหน้าซีโร่... ดูเหมือนว่าเจ้าบ้านจะกระตือรือร้นในการต้อนรับเราเสียเหลือเกิน" เสียงทุ้มของรองหัวหน้าหน่วยรบเงาดังขึ้นผ่านอุปกรณ์สื่อสารลับ
ซีโร่ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขากวาดสายตามองไปยังชายผู้ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่มคนชุดดำ— 'ฌอน ดูว์ปองต์' รองหัวหน้ากิลด์แซงชัวรี ชายผู้มีฉายาว่า 'ดาบพิฆาตอสูร' ผู้ซึ่งเคยเหยียบย่ำร่างของเขาในอดีต
"ฮ่าๆๆ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็แค่พวกเด็กเมื่อวานซืนจากเกาะเล็กๆ ในเอเชีย กล้าดียังไงถึงนำกิลด์กระจอกๆ บุกรุกเข้ามาในเขตกิลด์แซงชัวรีโดยไม่ได้รับอนุญาต!" ฌอนหัวอกมาเสียงดัง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและอำนาจล้นเหลือ ดาบยาวในมือเปล่งประกายแสงสีทองคำขาวสะท้อนกับแสงไฟสนามบิน
ซีโร่หยุดเดิน ระยะห่างระหว่างเขากับฌอนเหลือเพียงสิบก้าว เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเสียงเห่าหอนของสุนัขข้างถนนไม่มีค่าพอให้ต้องใส่ใจ
"ผมไม่ได้มาเพื่อขออนุญาตครับ... คุณดูว์ปองต์" ซีโร่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ นุ่มนวล แต่กังวานก้องไปทั่วบริเวณราวกับคำประกาศิต "ผมมาเพื่อแจ้งให้ทราบว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป อาณาเขตการค้าและดันเจี้ยนระดับ S ทั้งหมดในยุโรปตะวันตก... ได้เปลี่ยนมือมาเป็นของกิลด์อเวจีแล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงหัวงอของฌอนและลูกน้องจะระเบิดขึ้นราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี
"สามหาว! พวกมันเสียสติไปแล้ว! จัดการฆ่าพวกมันให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!" ฌอนตวัดดาบชี้หน้าซีโร่ด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่กองกำลังนับร้อยพุ่งทะยานเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ ซีโร่กลับไม่ได้ขยับเขยื้อ0กกายแม้แต่น้อย เขายกนิ้วขึ้นดีดนิ้วเบาๆ หนึ่งครั้ง
*แป๊ก*
ทันใดนั้นเอง พื้นคอนกรีตรอบบริเวณสนามบินก็เรืองแสงสีม่วงเข้มขึ้นมาเป็นวงแหวนเวทมนตร์ขนาดมหึมา อักขระโบราณนับหมื่นตัวปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ปิดกั้นสัญญาณสื่อสารทั้งหมดในรัศมีสิบกิโลเมตร แรงกดดันมหาศาลระดับจักรวาลกดทับลงบนร่างของกองกำลังแซงชัวรีจนทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที!
"อ...อะไรกันเนี่ย?! พลังเวทนี่มันอะไรกันวะ! ขยับตัวไม่ได้...!" ฌอนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อกาฬไหลพรูลงตามใบหน้า สีหน้าที่เคยเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นและพบว่า ดวงตาของซีโร่ไม่ได้สะท้อนภาพของความโกรธแค้น... แต่มันว่างเปล่า เย็นชา และดูลึกล้ำราวกับห้วงเหวลึกที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ซีโร่ก้าวเดินผ่านร่างของฮันเตอร์ระดับ S ที่นอนหมอบราบคาบกับพื้นทีละก้าวอย่างเชื่องช้า รองเท้าหนังขัดมันเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีตเกิดเสียงก้องกังวาน ชวนให้หัวใจของทุกคนหยุดเต้น
"คุณดูว์ปองต์ครับ..." ซีโร่โน้มตัวลงกระซิบข้างหูของชายผู้เคยหยิ่งทะนง น้ำเสียงของสุภาพบุรุษหนุ่มอบอุ่นราวกับมิตร แต่กลับเย็นยะเยือกเสียจนกระดูกสันหลังสั่นสะท้าน
"...โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการ และในหมากกระดานนี้... พวกคุณเป็นได้แค่เบี้ยที่รอเวลาถูกกินเท่านั้นเองครับ"
ซีโร่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับที่หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานเด้งขึ้นตรงหน้าเรนะ แสดงผลภารกิจลับระดับ SSS ที่เพิ่งถูกปลดล็อกสำเร็จ และข้อความแจ้งเตือนอัตโนมัติจากระบบหลักที่ระบุว่า—
*[คำเตือน: ตรวจพบการเคลื่อนไหวของบุคคลปริศนาในเงามืด ระดับพลังงานเทียบเท่า 'มหาเทพ' กำลังพุ่งเป้ามาที่จุดปะทะ]*
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 22
สมรภูมิไร้พรมแดน
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!