มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 4

ผู้ช่วยคนแรก

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“ก้มหัวลง เรนะ!” เสียงของผมไม่ได้สั่นเครือ แต่มันเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการที่เฉียบขาด ในเสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้าผม—คนที่ใครต่อใครต่างตราหน้าว่าคือ ‘ขยะที่หมดสภาพ’—ขยับตัวตามสัญชาตญาณทันทีโดยไม่ตั้งคำถาม *ฉัวะ!* คมดาบพลังงานสีม่วงเข้มฟาดผ่านตำแหน่งที่คอของเธอเคยอยู่ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงปะทะของมันรุนแรงจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เศษหินและฝุ่นผงรอบตัวแตกกระจายราวกับถูกระเบิดจากภายใน เรนะทรุดตัวลงคุกเข่า ดวงตาสีมรกตของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนก ความตายเพิ่งจะเฉียดหน้าเธอไปเหมือนกับจะบอกว่า โลกใบนี้ไม่ได้ใจดีกับคนที่ไร้ค่า “คุณ... รู้ได้ยังไงคะว่ามันจะมาทางนี้?” เรนะหอบหายใจถี่ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่กลุ่มควันตรงหน้าด้วยความหวาดระแวง ผมขยับถุงมือหนังสีดำ กระชับกริชสั้นในมือให้มั่นคง สายตาจดจ้องไปยังเงามืดที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกมาจากซากปรักหักพังของดันเจี้ยนชั้นที่ 12 สิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายอัศวินเกราะดำที่มีรอยร้าวสีแดงฉานตามตัวเริ่มปรากฏกาย ความกดดันระดับเลเวล 50 แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศหนักอึ้ง แต่ผมกลับรู้สึกถึงความเงียบสงบในใจ “ความผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกกิลด์ระดับท็อป คือการอ่านค่าพลังเวทจากภายนอกเพียงอย่างเดียว” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ขณะที่สมองส่วนลึกกำลังคำนวณวงจรการโจมตีของมัน “แต่มันลืมไปว่า ทุกท่วงท่าการสังหารมักมีจังหวะหายใจ... จังหวะที่กระดูกลั่นก่อนจะเหวี่ยงดาบ นั่นแหละคือตัวบอกตำแหน่ง” ผมหันไปมองเรนะ พลางยื่นมือไปเบื้องหน้า “ลุกขึ้นครับ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลามานั่งสั่นกลัว เรามีเป้าหมายที่ต้องทำ” เรนะมองมือของผมสลับกับใบหน้าที่นิ่งสนิทราวกับรูปปั้นของผม ในวินาทีนั้น ความสับสนในแววตาของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เธอคว้ามือผมแล้วลุกขึ้นยืน ตัวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยแต่แววตากลับดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “ทำไมคุณถึงช่วยฉัน... ทั้งที่ตัวฉันไม่มีค่าอะไรเหลือแล้ว ในกิลด์นี้ ฉันเป็นได้แค่ภาระ” เธอถามแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงคำรามของอัศวินเกราะดำ ผมแค่นยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มด้วยความเอ็นดู แต่เป็นยิ้มของผู้ที่ถือครองหมากกระดานนี้ไว้ในมือ “คุณบอกว่าคุณไม่มีค่า? งั้นลองถามตัวเองดูใหม่นะครับว่า ใครกันที่สามารถจัดสรรตารางการบริหารจัดการทรัพยากรของกิลด์ระดับ S ได้ดีกว่าคนอื่นๆ... อ้อ ใช่ คนคนนั้นคือคุณไงครับเรนะ” ผมไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอได้โต้ตอบ ผมพุ่งตัวออกไปราวกับเงา แสงจากกริชในมือสะท้อนกับเปลวเพลิงในดันเจี้ยน อัศวินเกราะดำเหวี่ยงดาบยักษ์หมายจะบดขยี้ผมให้เป็นเศษเนื้อ แต่ผมกลับทิ้งตัวต่ำลง Slide ไปกับพื้นหินขรุขระ ก่อนจะใช้ปลายกริชแทงสวนเข้าที่รอยร้าวบนข้อต่อเกราะของมันอย่างแม่นยำ *เปรี๊ยะ!* เกราะของมันร้าวเพิ่มขึ้น มันคำรามด้วยความเจ็บปวด ผมเตะอัดเข้าที่กลางลำตัวของมันจนมันถอยหลังไปกระแทกกับผนังถ้ำ “เรนะ! จังหวะนี้แหละ ใช้ทักษะที่เหลืออยู่ของคุณผนึกมันไว้!” เรนะไม่ได้ลังเลอีกต่อไป เธอเรียกพลังเวทที่หลงเหลืออยู่ในร่างออกมาเป็นโซ่ตรวนสีเงินพุ่งตรงไปรัดพันร่างของอัศวินยักษ์ แม้เธอจะอ่อนแอจากการถูกกดขี่มานาน แต่ความเชี่ยวชาญในการใช้ทักษะยังคงฝังลึกอยู่ในกระดูก เธอยึดมันไว้ได้นานพอที่ผมจะพุ่งทะยานขึ้นไปกลางอากาศ “ปิดฉากกันเถอะครับ” ผมแทงกริชลงไปที่กึ่งกลางหน้าอกของมัน พลังงานจากระบบไหลผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กริชจนเกิดการระเบิดของพลังงานสีฟ้าคราม ร่างของอัศวินเกราะดำสลายกลายเป็นละอองแสงสีทอง นี่คือรางวัลจากระบบ... แต่รางวัลที่แท้จริงของผมในวันนี้คือ ‘คน’ ไม่ใช่ไอเทม เมื่อความเงียบกลับคืนมาสู่หอคอยชั้นนี้ เรนะยืนก้มหน้า มือของเธอยังคงสั่น “ถ้าฉันเลือกจะเชื่อคุณ... กิลด์ของคุณจะไม่มีวันหักหลังฉันใช่ไหมคะ?” ผมเดินเข้าไปใกล้ หยุดยืนตรงหน้าเธอเพียงไม่กี่ก้าว “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างกิลด์ที่คอยหักหลังคนของตัวเอง แต่ผมมาเพื่อสร้างกิลด์ที่จะทำลายทุกกิลด์ที่กล้าทรยศต่ออุดมการณ์ของผม” ผมยื่นข้อเสนอที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล “มาเป็นมือขวาให้ผม และสร้างจักรวรรดิฮันเตอร์ที่โลกต้องก้มหัวให้... คุณจะเลือกเป็นผู้ถูกกระทำที่ไร้ค่า หรือจะเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของโลกใบนี้ไปพร้อมกับผม?” เรนะเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอไม่ได้มีความลังเลอีกต่อไป เธอโค้งคำนับให้ผมอย่างนอบน้อมที่สุดเท่าที่ฮันเตอร์คนหนึ่งจะมอบให้กับผู้นำได้ “ถ้าอย่างนั้น... ดิฉันขอฝากชีวิตและอนาคตไว้กับคุณค่ะ ท่านซีโร่” ทุกอย่างกำลังดำเนินไปตามแผนที่ผมวางไว้... แต่ทว่า ความเงียบที่ผิดปกติในชั้นที่ 13 กลับทำให้ผมต้องชะงักฝีเท้า แสงจากระบบที่ควรจะดับลงหลังจากเคลียร์มอนสเตอร์กลับสว่างวาบขึ้นด้วยสีแดงฉานที่ไม่คุ้นตา เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวออกมาจากเงามืดของบันไดวนที่เชื่อมต่อไปยังชั้นถัดไป ไม่ใช่ฝีเท้าของมอนสเตอร์ แต่เป็นฝีเท้าของ ‘มนุษย์’ “ยินดีด้วยนะ... ที่รอดมาได้ แต่เสียใจด้วยที่งานปาร์ตี้ของพวกคุณต้องจบลงตรงนี้” ชายในชุดสูทสีขาวสะอาดตาที่มีตราสัญลักษณ์ของ ‘สมาพันธ์กิลด์โลก’ ประทับอยู่บนปกเสื้อก้าวออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “คุณซีโร่ครับ... ทางเรามีเรื่องต้อง ‘คุย’ กับคุณเกี่ยวกับความลับที่เพิ่งจะหลุดออกมาจากดันเจี้ยนชั้นนี้” ในมือของเขามีอุปกรณ์บันทึกภาพเวทมนตร์ที่กำลังฉายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผมเพิ่งจัดการกับอัศวินเกราะดำไปเมื่อครู่—ความลับเรื่องพลังที่แท้จริงของผม ถูกเปิดเผยต่อหน้าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับหมากตานี้ที่ผมต้องแก้ในบทถัดไปนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่ครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%