มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 3

ทักษะที่โลกต้องสยบ

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
“ดาบของเธอยังเร็วไม่พอ เรนะ จังหวะที่เธอแทงสวนกลับมาเมื่อครู่ หากเป็นศัตรูที่มีเลเวลสูงกว่า เธออาจจะเสียแขนไปแล้วข้างหนึ่ง” เสียงของผมราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการลับคม ผมไม่ได้หันไปมองเธอ แต่สายตาจับจ้องไปยังรอยร้าวบนผนังหินของดันเจี้ยนระดับ E ที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษ กลิ่นอับชื้นและไอความเย็นของเวทมนตร์โบราณอบอวลอยู่รอบตัว แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผมกังวล สิ่งที่สำคัญกว่าคือประสิทธิภาพของแผนที่ผมวางไว้ เรนะลดดาบลงเล็กน้อย ลมหายใจของเธอหอบถี่ ทว่าแววตาที่มองมายังผมกลับเปี่ยมไปด้วยความเคารพที่แทบจะเรียกได้ว่าเทิดทูน “ขออภัยค่ะ... ขออภัยครับท่านซีโร่ ดิฉันจะปรับจังหวะการลงเท้าใหม่” “ไม่ต้องขอโทษ แค่ทำให้ได้ตามที่คำนวณไว้ก็พอ” ผมวางมือลงบนแผ่นศิลาที่สลักอักขระโบราณ นี่คือดันเจี้ยนลับที่ระบบไม่เคยบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ มันคือผลผลิตจากการที่ผมย้อนเวลากลับมาและใช้ความทรงจำจากอนาคตในการค้นหาจุดบอดของมิตินี้ “ทักษะ ‘วิเคราะห์โครงสร้าง’ ของผมบอกว่า ถ้าเราทำลายจุดตายตรงนี้พร้อมกัน ดันเจี้ยนทั้งชั้นจะยุบตัวลง... และนั่นคือเวลาที่เราจะเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์ของพวกมันทั้งหมดโดยไม่ต้องเปลืองแรง” เรนะขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอเข้าใจสถานการณ์ดีโดยไม่ต้องอธิบายซ้ำ อดีตฮันเตอร์ระดับ S ผู้นี้คือคนเดียวที่ผมเชื่อใจได้ในโลกที่เต็มไปด้วยคนทรยศ “ท่านต้องการให้ดิฉันล่อพวกมันมาที่จุดรวมพลเลยไหมครับ?” “ไม่ต้องล่อ” ผมแสยะยิ้มที่มุมปาก “เราจะสร้าง ‘กับดัก’ ขึ้นมาแทน” ผมหยิบผลึกมานาออกมาวางตามตำแหน่งที่คำนวณไว้ ความแม่นยำระดับมิลลิเมตรคืออาวุธที่ผมใช้กำราบโลกใบนี้ ไม่ใช่แค่กำลังกายที่ดิบเถื่อน แต่มันคือการควบคุมกลไกของเกมที่เรียกว่า ‘ความเป็นจริง’ เลเวลของผมในตอนนี้อาจจะยังต่ำเตี้ยเรี่ยดินเมื่อเทียบกับพวกกิลด์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังกร่างอยู่ในเมืองหลวง แต่สิ่งที่ผมมีคือ ‘ความเข้าใจในกฎเกณฑ์’ *ตึ้ง!* เสียงสัญญาณเตือนของระบบดังขึ้นในหัว ทันทีที่ผลึกมานาถูกเปิดใช้งาน กำแพงดันเจี้ยนเริ่มสั่นไหว เสียงกรีดร้องของมอนสเตอร์ระดับต่ำดังระงมไปทั่วโถงทางเดิน พวกมันนับร้อยพุ่งตัวออกมาจากเงามืดด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่น่าเสียดายที่สัตว์ป่าเหล่านั้นไม่เคยเข้าใจว่าพวกมันกำลังวิ่งเข้าหาความตายด้วยความเร็วเท่าไหร่ “เรนะ ถอยไปที่จุดปลอดภัย” “แล้วท่านล่ะครับ?” “ผมจะทำให้พวกมันรู้ว่า... อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าทักษะที่โลกต้องสยบ” ผมไม่ได้ชักดาบออกมาราวกับคนบ้าคลั่ง แต่กลับปิดตาลง มือซ้ายยื่นออกไปเบื้องหน้า ความมืดมิดในหัวของผมเริ่มก่อตัวเป็นโครงสร้างเรขาคณิตที่ซับซ้อน นี่คือทักษะเฉพาะตัวที่ผมชิงมาได้จากความผิดพลาดของระบบในชาติก่อน ‘โอเวอร์ลอร์ด อายส์’ (Overlord’s Eyes) ดวงตาที่มองเห็นจุดอ่อนของทุกสรรพสิ่ง แม้แต่กฎเกณฑ์ของดันเจี้ยนเองก็ตาม อากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ผมไม่ได้โจมตีมอนสเตอร์โดยตรง แต่ผมโจมตี ‘ค่าความคงทน’ ของมิติในจุดที่พวกมันยืนอยู่ *เปรี้ยง!* พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกมอนสเตอร์แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ร่างของพวกมันตกลงไปในรอยแยกที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแรงโน้มถ่วงที่ผมบิดเบือนขึ้นมา มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุ แต่มันคือการแทรกแซงโค้ดของโลก แสงสีทองของค่าประสบการณ์ไหลทะลักเข้าสู่ร่างกายผมราวกับเขื่อนแตก เลเวลของผมพุ่งพรวดจาก 10 เป็น 15... 18... 22 ในชั่วพริบตา เรนะยืนนิ่งอึ้ง สายตามองมาที่ผมด้วยความตกตะลึง “ท่าน... ท่านทำแบบนั้นได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” “ความรู้คืออำนาจ เรนะ” ผมหันกลับไปหาเธอ แววตาเย็นเยียบไม่มีความตื่นเต้นใดๆ หลงเหลืออยู่ “และอำนาจในโลกนี้ ไม่ได้สร้างมาเพื่อคนที่รอให้โชคชะตาลิขิต แต่สร้างขึ้นโดยคนที่ขีดเขียนมันด้วยตัวเอง” เราเก็บเกี่ยวไอเทมระดับแรร์ที่ดรอปออกมาจนเต็มกระเป๋า แต่อารมณ์ความสำเร็จกลับถูกตัดบทลงอย่างกะทันหัน เมื่อสัมผัสของผมจับกระแสมานาที่ไม่พึงประสงค์ได้จากทางเข้าดันเจี้ยน มันไม่ใช่มานาของมอนสเตอร์ และไม่ใช่มานาของคนทั่วไป มันคือกลิ่นอายที่ผมจำได้ดี... กลิ่นอายของคนที่เคยเหยียบย่ำความจงรักภักดีของผมในชาติก่อน ฝีเท้าหนักๆ ของคนกลุ่มหนึ่งดังขึ้นที่ปลายอุโมงค์ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งผยองดังแทรกเข้ามา “ฮึ่ม... ดูเหมือนเราจะเจอ ‘หนู’ ที่กำลังแอบขโมยของจากดันเจี้ยนส่วนตัวของกิลด์เราเข้าให้แล้วนะ” ชายร่างกำยำในชุดเกราะสีเงินที่ประทับตราสัญลักษณ์ ‘กิลด์ราชันย์นิรันดร์’ ก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือคนเดียวกับที่เคยสั่งการให้จบชีวิตผมทิ้งในชาติก่อน แววตาของมันกวาดมองไปที่เรนะด้วยความกระหาย ก่อนจะหยุดที่ผมด้วยความเหยียดหยาม ผมหันไปสบตาเรนะ แววตาเธอเริ่มวูบไหวด้วยโทสะ แต่ผมยกมือขึ้นห้ามไว้ช้าๆ “นายคือใคร?” ชายคนนั้นถามพลางชักดาบออกจากฝัก “และแกทำอะไรกับดันเจี้ยนนี้ ทำไมค่าพลังงานมิติมันถึงลดฮวบลงแบบนี้?” ผมไม่ตอบ แต่ค่อยๆ ปลดปล่อยมานาที่สะสมไว้ทั้งหมดจากการฟาร์มเมื่อครู่ แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่กลุ่มชายตรงหน้าจนเข่าของพวกมันอ่อนลงโดยสัญชาตญาณ ผมก้าวเดินเข้าไปหาพวกมันด้วยจังหวะที่มั่นคงราวกับเดินบนพรมแดงในงานเลี้ยงกษัตริย์ “สิ่งที่ฉันทำ... คือการเตือนสติ” ผมหยุดยืนตรงหน้าชายที่เคยฆ่าผม “เพราะจากวินาทีนี้ไป ดันเจี้ยนนี้ไม่ใช่อสังหาริมทรัพย์ของกิลด์นายอีกต่อไป... แต่มันคือหลุมศพของพวกนายทุกคน” ชายคนนั้นหน้าซีดเผือด ก่อนจะพยายามแผดเสียงตะโกนสั่งลูกน้อง แต่ทว่า... เสียงนั้นกลับหายไปในลำคอ เมื่อปลายดาบของเรนะจ่ออยู่ที่ลำคอของมันจากด้านหลังอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่ผมเฝ้ารอมานาน... ไม่ใช่แค่พวกมันที่ตามมา แต่มีใครบางคนในเงามืดที่กำลังจับจ้องเราอยู่ และนั่นคือ ‘หัวหน้ากิลด์’ ของพวกมันที่เดินออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศภายในดันเจี้ยนเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับจุดเริ่มต้นแห่งการล้างแค้นของผมในครั้งนี้นะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%