“กิลด์ ‘เซโร่-ซัม’ จะไม่รับขยะมาร่วมทาง แม้ว่าขยะชิ้นนั้นจะเคยเป็นถึงระดับ S ในอดีตก็ตาม”
ผมวางแฟ้มประวัติลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระดาษที่กระทบพื้นผิวแข็งดังก้องท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว เรนะขยับแว่นสายตาเล็กน้อย สายตาของเธอไม่ได้แสดงความโกรธเคือง เธอเพียงแค่มองดูผมด้วยความสงสัยที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดีแล้ว
“คุณกำลังมองหาอะไรกันแน่ครับ ซีโร่? ในลิสต์รายชื่อที่ผมเตรียมมา มีทั้งจอมเวทสายควบคุมฝูงชนที่เก่งที่สุดในเขตตะวันออก หรือแม้กระทั่งอดีตหัวหน้าหน่วยลอบสังหารที่กำลังต้องการที่ซบหัวนอน แต่คุณกลับกาชื่อพวกเขาทิ้งเหมือนเป็นเพียงเศษกระดาษที่ไม่มีค่า”
ผมหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา หมุนมันเล่นเบาๆ ระหว่างนิ้ว ความเย็นของโลหะที่สัมผัสผิวหนังช่วยให้ผมมีสมาธิ “ผมไม่ได้มองหาความเก่งกาจในเชิงตัวเลขครับเรนะ กิลด์ที่ผมจะสร้างขึ้น ไม่ได้ต้องการทหารที่พร้อมจะหันกระบอกปืนใส่เราทันทีที่เห็นผลประโยชน์ที่มากกว่า แต่ผมต้องการ ‘ความบ้าคลั่งที่ถูกควบคุมได้’ ต่างหาก”
ผมลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ มองออกไปเห็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแสงนีออนของเหล่ากิลด์ยักษ์ใหญ่ พวกเขาต่างฉาบหน้าด้วยคำว่า ‘คุณธรรม’ แต่เบื้องหลังกลับเป็นเพียงโรงฆ่าสัตว์ที่ใช้ฮันเตอร์เป็นวัตถุดิบในการไต่เต้า
“คนที่ผมต้องการ คือคนที่ถูกโลกนี้เหยียบย่ำจนไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว คนที่พร้อมจะก้าวข้ามขีดจำกัดของศีลธรรมเพื่อแลกกับ ‘เป้าหมาย’ ที่แท้จริงของตนเอง” ผมหันกลับมา “คุณจำ ‘ไคเดน’ ได้ไหมครับ?”
เรนะชะงักไปครู่หนึ่ง “นักสู้ไร้สังกัดที่มีฉายาว่า ‘หมาบ้าแห่งสลัม’? เขาเป็นเพียงฮันเตอร์ระดับ B ที่มีค่าพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดิน แต่เขารอดชีวิตจากดันเจี้ยนระดับ S มาได้ด้วยการกัดกินเนื้อของมอนสเตอร์เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตอยู่รอด... คนแบบนั้นน่ะหรือครับที่คุณต้องการ?”
“ไม่ใช่แค่นั้นครับ” ผมยิ้มเย็นที่มุมปาก “เขามีความแค้นที่ฝังรากลึกพอที่จะเผาผลาญกิลด์อันดับหนึ่งได้หากมีเชื้อไฟที่เหมาะสม และที่สำคัญที่สุด... เขาเป็นคนเดียวที่ยังไม่เคยขายวิญญาณให้เงินตรา เพราะเขาไม่เคยเห็นค่าของมันเลยต่างหาก”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้น เรนะถอนหายใจยาวก่อนจะพยักหน้า “ถ้าคุณตัดสินใจแล้ว ผมจะเตรียมการพบปะ แต่บอกไว้ก่อนนะครับว่าการเจรจากับหมาบ้าที่หิวโซ ไม่ใช่เรื่องที่จะจบลงด้วยการจับมือกันสวยๆ”
“ผมรู้ดีครับ” ผมคว้าเสื้อโค้ทตัวนอกขึ้นมาสวม “เพราะนั่นคือเหตุผลที่ผมจะไปหาเขาด้วยตัวเอง”
...
สองชั่วโมงต่อมา ณ เขตสลัมที่ถูกทิ้งร้าง กลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็กอบอวลไปทั่วบริเวณ ผมก้าวเดินผ่านกลุ่มคนจรจัดที่สายตาจับจ้องมายังความหรูหราที่ดูผิดที่ผิดทางของผมด้วยความหวาดระแวง แต่ผมไม่สนใจ สิ่งที่ผมสนใจคือเงาร่างหนึ่งที่นั่งพิงกำแพงอิฐพังๆ อยู่ตรงหัวมุมถนน
ไคเดนไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง ผมเห็นเพียงมือที่พันด้วยผ้าพันแผลเปรอะเปื้อนเลือดแห้งกรังของเขากำมีดสั้นไว้แน่น
“ถ้าจะมาทวงหนี้ หรือมาประกาศศักดาจากกิลด์ไหน ก็ไสหัวไปซะ” เสียงของเขาแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับก้อนหิน
“ผมมาเพื่อมอบข้อเสนอที่ทำให้คุณไม่ต้องกัดกินเนื้อสัตว์ประหลาดเพื่อประทังชีวิตอีกต่อไปครับ” ผมหยุดยืนห่างจากเขาในระยะที่ปลอดภัย “แต่แลกกับการที่ชีวิตที่เหลือของคุณ จะต้องกลายเป็นอาวุธในนามของ ‘เซโร่-ซัม’”
ไคเดนหัวเราะร่วน เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าสมเพช “เซโร่-ซัม? ชื่อกิลด์ขยะนั่นน่ะรึ? คิดว่าเงินซื้อฉันได้เหรอ ไอ้คุณชาย?”
ผมย่อตัวลงนั่งยองๆ ต่อหน้าเขา จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของเขา “ผมไม่ใช้เงินซื้อครับ เพราะเงินคือสิ่งที่ต่ำที่สุดที่ผมจะหยิบยื่นให้ แต่สิ่งที่ผมมี... คือชื่อของคนที่ฆ่าพี่สาวคุณเมื่อสามปีก่อน... คนที่คนทั้งโลกยกย่องว่าเป็นฮีโร่ผู้กอบกู้โลก”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ไคเดนจะกระชากคอเสื้อผมอย่างแรง มีดสั้นปลายแหลมจ่อเข้าที่ลำคอของผมจนเลือดซึมออกมาเล็กน้อย แต่ผมไม่แม้แต่จะกะพริบตา
“โกหก...” เขาคำราม “มันไม่มีทางรู้ได้ เพราะมันทำลายหลักฐานทั้งหมดไปแล้ว!”
“คุณลืมไปแล้วหรือครับว่าในโลกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ความทรงจำที่ถูกบันทึกด้วยระบบ’ ถ้าคุณร่วมมือกับผม ผมจะให้คุณเห็นมันกับตา และให้คุณเป็นคนลงมือฉีกกระชากเกียรติยศของมันออกเป็นชิ้นๆ ด้วยมือของคุณเอง”
ไคเดนมือสั่นเทา มีดสั้นในมือเขาเริ่มสั่นตามแรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในอก ผมเห็นความลังเลที่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่น่าสะพรึงกลัวในแววตาของเขา นี่แหละคือสิ่งที่ผมต้องการ... สุนัขล่าเนื้อที่พร้อมจะกัดขย้ำเหยื่อตามคำสั่ง
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวผม ทั้งที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลาแบบนี้
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนแทรกซ้อนในรัศมี 50 เมตร... ระดับความอันตราย: เทพเจ้าสังหาร]
ผมชะงักเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยระดับสูงสุดร้องลั่นอยู่ในหัว ไม่ใช่เรนะ ไม่ใช่ไคเดน แต่เป็นใครอีกคนที่กำลังจับตามองการสนทนานี้อยู่จากความมืดมิด
“ดูเหมือนเราจะไม่ได้อยู่กันแค่สองคนแล้วนะครับ ไคเดน” ผมกระซิบเสียงเรียบ “เก็บมีดของคุณไว้ก่อน เพราะดูเหมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญคนนี้ จะมาเพื่อปิดปากเราทั้งคู่ตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวเข้ามา”
เงาร่างหนึ่งแยกตัวออกมาจากกำแพงที่พังทลาย แสงจันทร์ตกกระทบใบหน้าที่คุ้นตาจนผมต้องนิ่งงันไปชั่วขณะ... เขาคือคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน คนที่ทรยศผมในชาติก่อน และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องย้อนเวลากลับมาในวันนี้!
ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับจุดเริ่มต้นแห่งการล้างแค้นของผมในครั้งนี้นะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 2
การตัดสินใจครั้งใหม่
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!