“ถ้าหากเจ้ายังลังเลที่จะถอนรากถอนโคนพวกมันในวันนี้ ข้าเกรงว่าตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยจู่โจมของเจ้าคงต้องเปลี่ยนมือให้กับคนที่มีความเด็ดขาดมากกว่านี้เสียแล้วนะ”
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของผมดังก้องอยู่ในห้องประชุมลับใต้ดิน กลิ่นอายของความกดดันที่ผมปล่อยออกมาผ่านทักษะ ‘จิตรังสีอำมหิต’ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งราวกับอากาศกลายเป็นโลหะหลอมเหลว ผมจ้องมองไปยัง ‘คาร์ล’ อดีตฮันเตอร์ระดับ A ที่เคยเย่อหยิ่งที่สุดคนหนึ่งในวงการ แต่ในยามนี้ เขากำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้าโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาว
เรนะที่ยืนอยู่ข้างกายผมเพียงแค่ปรายตามองด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงแค่ใช้นิ้วเรียวเคาะลงบนแผนผังฐานที่มั่นของศัตรูที่ถูกกางไว้บนโต๊ะอย่างเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่จุดจบของใครบางคน
“นายท่านซีโร่... พวกมันเป็นถึงกิลด์อันดับสองที่มีการคุ้มกันแน่นหนาที่สุดในทวีปนะครับ” คาร์ลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “หากเราบุกไปโดยไม่มีการสนับสนุนจากพันธมิตร กองทัพฮันเตอร์ของเราอาจสูญเสียเกินครึ่ง”
ผมลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังสีดำอย่างช้าๆ ก้าวเดินเข้าไปหาคาร์ลจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่นิ้ว ผมเห็นเงาสะท้อนของความหวาดกลัวในดวงตาของเขา ช่างน่าสมเพชนัก... คนที่เคยถูกเรียกว่านักรบผู้กล้าหาญ กลับมีจิตใจที่เปราะบางเพียงเพราะคำว่า ‘กิลด์อันดับสอง’
“คาร์ล ในโลกที่เน่าเฟะใบนี้ คำว่าพันธมิตรก็เป็นเพียงสัญญาที่รอวันฉีกทิ้ง” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยคมมีด “เจ้าคิดว่าข้าสร้างกิลด์ ‘อเวจี’ ขึ้นมาเพื่อเดินตามรอยความล้มเหลวของพวกมันหรืออย่างไร? สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในนาม แต่คือกลุ่มคนที่พร้อมจะตายและเกิดใหม่ภายใต้อุดมการณ์ของข้า”
ผมคว้าดาบเล่มโปรดขึ้นมาวางบนโต๊ะ เสียงโลหะกระทบไม้ดัง ‘กริ๊ก’ แต่มันกลับฟังดูเหมือนเสียงประกาศิตแห่งความตาย
“เรนะ ส่งรายชื่อฮันเตอร์ที่ผ่านการฝึกจากโครงการ ‘เงาสังหาร’ ทั้งหมดมาให้ข้า” ผมสั่งโดยไม่หันไปมอง “ส่วนเจ้า คาร์ล... หากวันนี้เจ้ายังไม่สามารถนำหัวใจของศัตรูมาวางบนโต๊ะนี้ได้ ก็จงถอดตราสัญลักษณ์กิลด์ออกแล้วเดินออกไปจากที่นี่เสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจให้เจ้ากลายเป็นเพียง ‘วัตถุดิบ’ ในการอัปเลเวลให้กับเด็กใหม่ของกิลด์เรา”
เรนะเผยรอยยิ้มจางๆ ที่ดูไร้ความปราณี เธอส่งม้วนเอกสารรายชื่อที่คัดกรองมาอย่างพิถีพิถัน มันคือรายชื่อของเหล่าฮันเตอร์ที่ถูกสังคมทอดทิ้ง แต่ถูกผมชุบเลี้ยงด้วยทรัพยากรและ ‘ความลับ’ ที่ไม่มีใครล่วงรู้ พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อเงินทองหรือเกียรติยศ แต่พวกเขา ‘บูชา’ ผมดั่งพระเจ้า
“รายงานล่าสุดครับนายท่าน” เรนะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ “กองกำลังอิสระที่เราแฝงตัวเข้าไปแทรกซึมแจ้งว่า พวกกิลด์ใหญ่กำลังเคลื่อนย้าย ‘ผลึกมิติคราม’ ในค่ำคืนนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่การป้องกันอ่อนแอที่สุดตามที่เราคาดการณ์ไว้”
“ดี” ผมแค่นยิ้ม “จัดเตรียมกองกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ 50 คน แยกเป็นหน่วยซุ่มโจมตีสามทิศทาง ใช้ทักษะพรางตัวระดับสูงที่เราเพิ่งปลดล็อกได้จากดันเจี้ยนระดับ S ใครที่คิดทรยศหรือขัดคำสั่ง... ให้จัดการทิ้งทันทีโดยไม่ต้องรายงานข้า”
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม พลางมองดูแผนที่โลกที่มีจุดสีแดงขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ นี่ไม่ใช่แค่การทำสงครามเพื่อแย่งชิงทรัพยากร แต่มันคือการวางหมากเพื่อทำลายรากฐานของกิลด์ที่เคยหักหลังผมในชาติก่อนอย่างช้าๆ และเจ็บปวดที่สุด
คาร์ลยังคงยืนนิ่ง เหมือนวิญญาณของเขาเพิ่งจะหลุดลอยไป เขารู้ดีว่าถ้าเขาก้าวขาออกไปจากห้องนี้ นั่นหมายถึงการไม่มีวันหวนกลับ เขาต้องเลือก... ระหว่างความตายที่ไร้ค่า หรือการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานที่ ‘โอเวอร์ลอร์ดซีโร่’ กำลังจะเขียนขึ้น
“ข้า... ข้าจะทำครับนายท่าน” คาร์ลพยักหน้าอย่างหนักแน่น สายตาที่เคยสั่นไหวเริ่มเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่บ้าคลั่ง “ข้าจะนำชัยชนะกลับมาให้กิลด์อเวจี”
“นั่นคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดที่สุดในชีวิตของเจ้าเลยล่ะ” ผมกล่าวก่อนจะหยิบไวน์แดงขึ้นมาจิบ “เรนะ ไปเตรียมตัวเสีย คืนนี้พวกเราจะออกล่ากัน... ไม่ใช่แค่เพื่อผลึกมิติ แต่เพื่อประกาศให้โลกใบนี้รู้ว่า ใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของบัลลังก์ที่แท้จริง”
ขณะที่เรนะกำลังจะหันหลังเดินออกไป เธอก็หยุดชะงักลงที่ประตู พลางหันกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“นายท่านคะ... มีรายงานจากหน่วยสอดแนมว่า ฮันเตอร์ปริศนาคนหนึ่งที่เพิ่งปรากฏตัวในเขตชายแดน ได้ทำลายกองกำลังพิทักษ์ของกิลด์เราไปครึ่งกองร้อยด้วยมือเปล่าเพียงลำพัง และเขากำลังมุ่งหน้ามาที่ฐานที่มั่นแห่งนี้... เขาฝากข้อความมาว่า ‘เวลาที่รอคอยมานานกว่าสิบปี ได้สิ้นสุดลงแล้ว’ ครับ”
มือของผมที่กำลังถือแก้วไวน์ชะงักค้างทันที แสงไฟในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของกำแพงหิน ผมวางแก้วไวน์ลงช้าๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่แม้แต่เรนะยังต้องถอยหลังกรูด เพราะนั่นไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชนะ แต่มันคือรอยยิ้มของคนเก่าที่รอคอยการชำระแค้นจากคนที่ผมคิดว่าตายไปตั้งแต่อดีตชาติแล้ว... บุคคลที่ผมไม่มีวันลืมเลือนลงได้แม้แต่วินาทีเดียว
หวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะถูกใจทุกท่านและขอให้สนุกกับการได้เห็นกิลด์อเวจีผงาดขึ้นเหนือทุกสรรพสิ่งไปกับผมนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 29
เตรียมพร้อมสู่สงคราม
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!