มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 30

จุดเปลี่ยนของโลก

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
"จำนวนรอยแยกที่ตรวจพบในสิบนาทีนี้... เกินกว่าสถิติรวมของทั้งปีที่ผ่านมาแล้วครับ" เสียงของเรนะราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในจังหวะที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนโฮโลกราฟิกแมปที่ลอยเด่นอยู่กลางห้องบัญชาการ กิลด์อเวจีไม่ได้ตกอยู่ในความโกลาหลเหมือนกับคนทั้งโลกภายนอก แต่มันกลับถูกปกคลุมด้วยความเงียบงันที่เยือกเย็นยิ่งกว่าความตาย ผมยืนกอดอก มองดูจุดสีแดงนับร้อยที่ผุดขึ้นราวกับฝีหนองบนพื้นผิวโลกผ่านหน้าจอขนาดมหึมา ทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ รอยแยกมิติระดับมหันตภัยไม่ได้ถูกเปิดออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่มันกำลัง 'ฉีกกระชาก' มิติคู่ขนานให้หลอมรวมเข้ากับโลกของเราอย่างรุนแรง "อย่าเสียเวลาประเมินตัวเลขเลยครับเรนะ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ... กิลด์ใหญ่พวกนั้นกำลังทำอะไร" ผมเอ่ยถามโดยไม่ละสายตาจากจอ แสงสีแดงจากรอยแยกสะท้อนอยู่ในดวงตาของผมที่นิ่งสนิท เรนะขยับแว่นสายตา ดวงตาคมกริบของเธอกวาดมองข้อมูลที่วิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง "กิลด์จักรพรรดิเทพถอนกำลังกลับเข้าสู่เขตเซฟโซนชั้นในทั้งหมด พวกเขาไม่ได้คิดจะปิดรอยแยก แต่กำลังตุนทรัพยากรและคัดกรองฮันเตอร์ระดับสูงเพื่อปกป้องฐานที่มั่นของตัวเองเพียงอย่างเดียวครับ... ช่างสมกับเป็นสุนัขจิ้งจอกที่รอวันตะครุบเหยื่อจริงๆ" ผมยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นเจือปน "นั่นคือการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในมุมมองของพวกเห็นแก่ตัว แต่สำหรับผม มันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด" ผมเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นภาพรวมของเมืองที่เริ่มลุกเป็นไฟ เสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมไปทั่วท้องฟ้าที่บัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ำ ก้อนเมฆที่ผิดรูปกำลังก่อตัวเหนือรอยแยกมิติขนาดใหญ่ที่กำลังขยายตัวกลางมหาสมุทรแปซิฟิก มันไม่ใช่แค่ดันเจี้ยนธรรมดา แต่มันคือประตูมิติระดับ 'ภัยพิบัติ' ที่ระบบเคยเตือนไว้ในบันทึกโบราณ "เตรียมกำลังพลทั้งหมดของกิลด์อเวจี เราจะออกไปที่นั่น" เรนะชะงัก เธอวางแท็บเล็ตลงแล้วก้าวเข้ามาหาผมด้วยความกังวลที่ปิดไม่มิด "หมายความว่ายังไงครับซีโร่? รอยแยกที่แปซิฟิกนั่น... พลังงานที่ตรวจวัดได้มันเกินขีดจำกัดระดับ S ไปไกลมาก แม้แต่คุณก็ไม่อาจการันตีผลลัพธ์ได้นะครับ" "ผมไม่ได้ไปเพื่อเอาชนะครับเรนะ" ผมหันกลับมาสบตาเธอ แววตาของผมที่ผ่านการวางแผนมานับร้อยครั้งไม่เคยหวั่นไหว "ผมไปเพื่อทวงสิทธิ์ขาดเหนือชะตากรรมของโลกใบนี้ ในวันที่โลกกำลังล่มสลาย กฎเกณฑ์เดิมจะไร้ค่า และกิลด์ที่ทำหน้าที่ 'พระเจ้า' ให้กับผู้คนในยามสิ้นหวังเท่านั้น... ถึงจะเป็นผู้ถือครองอำนาจที่แท้จริงหลังจากฝุ่นควันจางลง" ผมหยิบชุดเกราะสีนิลประจำตำแหน่งขึ้นมาสวม แสงออร่าสีดำขลับแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบกายสั่นไหว มันไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่มันคืออำนาจที่ผมรวบรวมมาด้วยหยาดเหงื่อและการคำนวณที่แม่นยำตลอดหลายปีที่ผ่านมา "เรนะ ปล่อยข่าวออกไปทั่วโลก บอกให้ฮันเตอร์อิสระทุกคนที่หมดหวังกับกิลด์ใหญ่ ให้มาหาเราที่กิลด์อเวจี... บอกพวกเขาว่า ถ้าอยากมีชีวิตรอด จงมาอยู่ใต้ร่มเงาของผม" เสียงระเบิดดังสนั่นมาจากทางทิศเหนือ แรงสั่นสะเทือนทำให้อาคารของกิลด์สั่นไหว ผมก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคง แผนการของผมไม่ได้มีแค่การปิดรอยแยก แต่คือการวางหมากในกระดานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์มนุษยชาติเคยมีมา ทว่า ทันใดนั้นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดก็ดังขึ้นซ้ำซาก ข้อมูลที่ผมไม่เคยคาดคิดก็ปรากฏบนหน้าจอหลัก ระบบที่เคยเงียบหายไปนานเริ่มแสดงผลข้อความสีเลือดที่น่าสะพรึงกลัวขึ้นมากลางอากาศ [ประกาศจากระบบ: ผู้เล่นหมายเลข 0 (ซีโร่) ตรวจพบการแทรกแซงจาก 'ผู้เฝ้ามองมิติ'] [คำเตือน: รอยแยกที่ปรากฏขึ้นทั่วโลกไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่มันคือการ 'อัปเดต' ระบบเพื่อกำจัดสิ่งมีชีวิตที่ไม่เหมาะสม] [บุคคลที่ท่านเคยไว้ใจที่สุด กำลังก้าวผ่านมิติมาเพื่อปลิดชีพท่านในอีก 60 วินาที] ผมหยุดชะงัก ปลายเท้าสัมผัสถึงความเย็นเยือกที่พุ่งตรงเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย เสียงที่ไม่ได้ยินมานานนับปีตั้งแต่ก่อนที่ผมจะย้อนเวลากลับมา "ไม่ได้พบกันนานนะ... ซีโร่" ผมค่อยๆ หันกลับไปมอง บุคคลที่ยืนอยู่ตรงนั้นทำให้แม้แต่หัวใจที่แข็งแกร่งของผมยังกระตุกวูบ ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผมไปพร้อมกันนะครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%