มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 19

เงาที่คอยติดตาม

ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
เสียงฝีเท้าคู่สุดท้ายที่หยุดลงหน้าบานประตูไม้สักทอง ไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชายหนุ่มผู้นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานแม้แต่น้อย ความมืดมิดที่กลืนกินตึกสำนักงานใหญ่กิลด์อเวจีทั้งหลังในยามวิกาล ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของ "ซีโร่" ดวงตาคมกริบคู่นั้นยังคงฉายแววสุขุม เยือกเย็น และเต็มไปด้วยการคำนวณที่ไร้ซึ่งช่องโหว่ ในมือขวาของเขา แก้วคริสตัลบรรจุของเหลวสีอำพันสะท้อนแสงไฟสำรองสีแดงเรื่อจากมุมห้อง บ่งบอกว่าเขารอคอยการมาเยือนครั้งนี้อยู่ก่อนแล้ว "เชิญครับ ประตูไม่ได้ล็อก" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด แฝงไว้ด้วยอำนาจกดดันที่ทำให้อากาศรอบกายหนักอึ้งขึ้นหลายเท่า แกร๊ก... บานประตูไม้หนักอึ้งถูกผลักให้เปิดออกอย่างช้าๆ ร่างของเงาดำทมิฬในชุดสูทสากลไร้ป้ายสังกัดก้าวเข้ามาภายในห้อง กลิ่นอายของมานาที่กดทับและบิดเบือนปริภูมิรอบตัวฟุ้งกระจายออกมาอย่างปิดไม่มิด นั่นไม่ใช่พลังของฮันเตอร์ทั่วไป แต่มันคือคลื่นพลังงานระดับที่ถูกดัดแปลงและควบคุมด้วยเทคโนโลยีเหนือสามัญสำนึก เรนะ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้อง มือเรียวบางแตะอยู่ที่ด้ามดาบคาตานะข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบของอดีตฮันเตอร์ระดับ S หรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินภัยคุกคาม แต่สัญญาณมือเพียงเล็กน้อยจากซีโร่ ทำให้เธอยอมผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง แม้ความระแวดระวังจะยังคงพุ่งพล่านถึงขีดสุดก็ตาม "ดูเหมือนว่า ระบบรักษาความปลอดภัยระดับสูงของกิลด์อเวจี จะกลายเป็นเพียงกระดาษสาในสายตาของท่านสินะครับ" ผู้มาเยือนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ ราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ "ระบบรักษาความปลอดภัยถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันสุนัขจรจัด ไม่ใช่แขกผู้สูงศักดิ์ที่เดินมาจาก 'เบื้องบน' เช่นคุณ..." ซซีโร่วางแก้วลงบนโต๊ะ เสียงกระทบของเนื้อแก้วกับไม้ดังสะท้อนก้องกังวาน เขายันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประสานสายตากับผู้มาเยือนอย่างไร้ความเกรงกลัว "เชิญนั่งก่อนสิครับ ท่านทูตพิเศษแห่งสภาบริหารโลก" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ผู้มาเยือนชะงักไปเล็กน้อยภายใต้เงาหมวกฮู้ด ก่อนจะยอมดึงฮู้ดขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคู่สีเทาหม่นไร้ประกายชีวิต แต่มุมปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย "คุณนี่สมคำร่ำลือจริงๆ ซีโร่... ผู้พลิกฟื้นกิลด์อันดับหนึ่งจากซากปรักหักพังภายในเวลาไม่กี่เดือน คุณมองทะลุกระดานหมากรุกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" "ตั้งแต่ตอนที่ผมตระหนักได้ว่า มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนระดับ S ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากธรรมชาติ..." ซีโร่ก้าวเท้าช้าๆ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่เบื้องหน้ากระจกบาน "พวกมันถูก 'อัปโหลด' เข้ามาในโลกของเรา ผ่านโค้ดคำสั่งบางอย่างที่มนุษย์เราเรียกมันว่า 'ระบบ' ต่างหากล่ะครับ" คำพูดนั้นทำให้แววตาของทูตลึกลับไหววูบไปชั่วพริบตา แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที แต่ความเยือกเย็นที่เขาสวมกะเกณฑ์ไว้ก็เริ่มมีรอยปริร้าว "คุณรู้อะไรมากเกินไปแล้ว ซีโร่..." น้ำเสียงของอีกฝ่ายเริ่มเปลี่ยนเป็นความกดดันระดับจิตวิญญาณ มานาสีดำสนิทแผ่ขยายออกเป็นวงกว้าง หวังจะกดให้เจ้าบ้านคุกเข่าลง "องค์กรของเราควบคุมสมดุลของโลกใบนี้มานานนับร้อยปี ฮันเตอร์ กิลด์ หรือแม้แต่ประเทศมหาอำนาจ ล้วนเป็นเพียงหมากบนกระดานที่รอวันถูกกวาดทิ้ง หากคุณยังดึงดันที่จะไต่เต้าขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งเหนือจักรวาล จุดจบของคุณก็มีเพียงความพินาศ" เรนะขยับตัวเตรียมชักดาบ รังสีฆ่าฟันพุ่งทะยานออกจากร่างของเธอจนกระจกหน้าต่างสั่นสะท้อน แต่ซีโร่กลับยกมือขึ้นห้ามไว้เป็นครั้งที่สอง เขายังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปากอย่างเหนือกว่า "ความพินาศงั้นหรือครับ..." ซซีโร่หัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกเก็บกดมาตั้งแต่ชาติก่อน "ในชาติก่อน ผมเคยตายมาแล้วด้วยแผนการสกปรกของพวกคุณ... การถูกหักหลังโดยคนที่อยู่ 'เบื้องบน' มันสอนให้ผมรู้ว่า กฎเกณฑ์ที่พวกคุณสร้างขึ้นมานั้น มีไว้เพื่อฉีกทิ้งทั้งสิ้น" เขากดปุ่มรีโมทขนาดเล็กบนโต๊ะทำงาน ทันใดนั้น จอภาพโฮโลแกรมขนาดยักษ์ที่ซ่อนอยู่หลังผนังก็สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นชุดข้อมูลนับล้านบรรทัด แผนผังโครงสร้างโครงข่ายพลังงาน และรายชื่อของบุคคลระดับสูงในรัฐบาลโลกที่เชื่อมโยงกับ "องค์กรลับ" อย่างสมบูรณ์แบบ "นี่คืออะไร..." ทูตลึกลับก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงราบเรียบเมื่อครู่เริ่มสั่นเครือ "นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ผมใช้เวลาสืบเสาะและเจาะระบบเข้ามาตลอดสามเดือนเต็ม..." ซซีโร่หันกลับมามองด้วยแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยว "ไฟล์ข้อมูลนี้ถูกตั้งเวลาไว้แล้ว หากผมหยุดหายใจ หรือกิลด์อเวจีถูกทำลายลงแม้แต่นิดเดียว ข้อมูลทั้งหมดจะถูกกระจายไปยังเครือข่ายฮันเตอร์ทั่วโลกในทันที... ถึงตอนนั้น โลกที่พวกคุณพยายามควบคุม จะลุกเป็นไฟ" ความกดดันทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเงียบงันอันน่าอึดอัดที่เข้าปกคลุมห้องทำงาน บรรยากาศตึงเครียดเสียจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ทูตลึกลับจ้องมองหน้าจอโฮโลแกรมสลับกับใบหน้าที่สุขุมเยือกเย็นของซีโร่ เหงื่อกาฬเม็ดโตเริ่มผุดขึ้นตามไรผม เขาตระหนักได้ทันทีว่า ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ใช่หมากที่เขาสามารถควบคุมได้อีกต่อไป แต่เป็นผู้เล่นอีกคนหนึ่งที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ "คุณต้องการอะไรกันแน่ ซีโร่?" เสียงนั้นแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "สิ่งที่ผมต้องการมันเรียบง่ายมากครับ..." ซซีโร่ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่าย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "อิสรภาพที่แท้จริง... และการได้เห็นองค์กรสุนัขรับใช้ของคุณ ล่มสลายลงด้วยมือของผมเอง" ทูตลึกลับนิ่งค้างไป สมองกำลังประมวลผลทางเลือกที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ทว่า ก่อนที่เขาจะได้เอื้อMคำพูดใดออกมาเพื่อต่อรอง ประตูห้องทำงานอีกด้านหนึ่ง—ประตูนิรภัยสำหรับห้องลับใต้ดินที่แม้แต่เรนะก็ยังไม่เคยล่วงรู้—ก็ส่งเสียง "คลิก" เบาๆ ขึ้นมา ดังก้องกังวานท่ามกลางความเงียบ ทั้งซีโร่และเรนะต่างหันขวับไปมองพร้อมกัน รอยยิ้มแห่งความมั่นใจบนใบหน้าของซีโร่เลือนหายไปในชั่วพริบตา เมื่อบานประตูนิรภัยนั้นค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับไอความเย็นยะเยือกที่แผ่พุ่งออกมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง และสิ่งแรกที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น... คือรองเท้าหนังสีดำขลับที่สวมทับด้วยคราบเลือดสดๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะต่ำทุ้ม เย็นเยียบ และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด "น่าประทับใจจริงๆ ซีโร่... แต่可惜นะ ที่นายคำนวณพลาดไปอย่างหนึ่ง..." ร่างของผู้มาใหม่ก้าวพ้นเงาสลัว เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของซีโร่กระตุกวูบไปชั่วขณะ—ใบหน้าของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่สงครามดันเจี้ยนระดับ S ในชาติก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%