เสียงดีดนิ้วของซีโร่ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องประชุมใหญ่ของกิลด์ *Zero-Point* ตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์แบบ แผนผังโฮโลแกรมสามมิติสีฟ้าครามที่ลอยเคว้งอยู่กลางห้องกำลังแสดงผลอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด ตัวเลขดัชนีอำนาจและมูลค่าทรัพย์สินสุทธิพุ่งทะยานผ่านเส้นแบ่งสีแดงอย่างไร้ความปรานี
ไม่มีเสียงเฮโลแสดงความดีใจ ไม่มีรอยยิ้มกว้างขวางจนน่าเกลียด มีเพียงสายตาคมกริบของฮันเตอร์ระดับแนวหน้าหลายคนที่นั่งล้อมโต๊ะประชุม พวกเขาต่างรู้ดีว่าตัวเลขเหล่านั้นแลกมาด้วยหยาดเหงื่อ คราบเลือด และกลยุทธ์ที่เฉียบคมราวกับใบมีดโกนของบุรุษผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์
"สมาคมฮันเตอร์นานาชาติเพิ่งอัปเดตรายชื่ออย่างเป็นทางการเมื่อสามนาทีที่แล้วครับท่าน"
เรนะเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจที่ยากจะเก็บซ่อน นิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตส่งข้อมูลตรงไปยังโฮโลแกรมหลักกลางห้อง ภาพตราสัญลักษณ์รูปนาฬิกาทรายไร้จุดสิ้นสุดสีดำสนิทขอบทองถูกเลื่อนขึ้นไปประทับอยู่บนตำแหน่งอันทรงเกียรติ
*อันดับที่ 9*
กิลด์ *Zero-Point* ก้าวข้ามผ่านกำแพงเหล็กของกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่และกิลด์เก่าแก่ที่สั่งสมบารมีมานานนับทศวรรษ เข้าสู่ทำเนียบท็อป 10 ของโลกได้อย่างเป็นทางการในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เป็นสถิติที่สมาคมฮันเตอร์ต้องบันทึกไว้เป็นกรณีศึกษา
ซีโร่ประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะ ดวงตาสนิทลึกคู่นั้นกวาดมองลูกน้องคนสนิททีละคนอย่างพินิจพิเคราะห์ เขายังคงรักษาสีหน้านิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความลำพองใจแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน สมองของเขากำลังประมวลผลถึงความเสี่ยงและคลื่นใต้น้ำที่จะตามมาทันที
"ดีมากครับเรนะ จัดการเอกสารยืนยันสิทธิ์การครอบครองดันเจี้ยนระดับ S สองแห่งที่เพิ่งกวาดล้างไปเมื่อวานให้เรียบร้อย ผมไม่ต้องการให้มีช่องโหว่ทางกฎหมายแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะกับพวกสุนัขล่าเนื้อจากกิลด์ *Apex* ที่คอยจ้องจะฉวยโอกาส"
"จัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ— เอ่อ... ครับท่าน" เรนะรีบแก้คำสรรพนามอย่างรู้ตัว เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาตำหนิเชิงหยอกล้อจากหัวหน้ากิลด์ "ทางกิลด์ *Apex* ส่งจดหมายแสดงความยินดีมาถึงเราแล้วครับ แต่เนื้อความข้างใน... ค่อนข้างจะเป็นการเตือนกลายๆ มากกว่า"
"ปล่อยให้เห่าไปเถอะครับ" ซีโร่เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "หมาที่เห่าเสียงดังมักไม่ค่อยมีพิษสงอะไร สุนัขที่น่ากลัวจริงๆ คือตัวที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้ใต้เงาและรอจังหวะขย้ำต่างหาก ในชาติก่อน... ผมเรียนรู้บทเรียนนี้มามากพอจนไม่อยากจะพลาดท่าให้มันซ้ำสอง"
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นเยียบลงทันทีเมื่ออดีตอันดำมืดถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึง ทุกคนในห้องต่างทราบดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของซีโร่ไม่ใช่แค่การติดอันดับท็อป 10 แต่เป็นการรื้อถอนรากถอนโคนกิลด์อันดับหนึ่งที่เคยหักหลังและพรากทุกอย่างไปจากเขาในอดีตชาติ การขึ้นมาอยู่บนจุดนี้เป็นเพียงก้าวแรกบนกระดานหมากรุกระดับมหภาคเท่านั้น
"ท่านหัวหน้าครับ มีรายงานด่วนจากหน่วยลาดตระเวนรอบนอก..."
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ฮันเตอร์หนุ่มคนหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า แม้เขาจะพยายามควบคุมสติอย่างเต็มที่ แต่ความตื่นตระหนกก็ยังคงฉายชัดผ่านดวงตาคู่นั้น
"เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูดครับ" ซีโร่เอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุขุม ไร้ความตื่นตูมตามสถานการณ์
"รอยแยกมิติ... รอยแยกมิติลึกลับปรากฏขึ้นที่ใจกลางเขตควบคุมของเราครับท่าน! มันไม่ใช่ดันเจี้ยนธรรมดา... พลังงานที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้นอยู่ในระดับที่เครื่องมือวัดของเราไม่สามารถคำนวณได้ แถม... แถมยังมีสัญญาณชีพปริศนาเคลื่อนตัวออกมาจากที่นั่นด้วยครับ!"
เรนะขมวดคิ้วมุ่นทันที "เป็นไปไม่ได้ ระบบป้องกันเขตแดนของเราครอบคลุมพื้นที่รัศมีห้าสิบกิโลเมตร ไม่มีทางที่รอยแยกจะปรากฏขึ้นมาเองโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเว้นแต่..."
"เว้นแต่จะมีใครบางคนจงใจเปิดมันจากข้างใน" ซีโร่ต่อประโยคให้ด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบยิ่งกว่าเดิม เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารที่ถูกเก็บซ้ำไว้อย่างดีแผ่ซ่านออกมารอบตัว จนฮันเตอร์หนุ่มผู้รายงานข่าวถึงกับเข่าทรุดลงไปกองกับพื้น
นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบป้องกัน และไม่ใช่ความบังเอิญของธรรมชาติ
มันคือการท้าทาย... การส่งสาส์นต้อนรับจากใครบางคนที่รู้ว่ากิลด์ *Zero-Point* เพิ่งก้าวขึ้นมาอยู่บนจุดสูงสุด
ซีโร่ก้าวเดินไปที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ มองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือเมืองหลวง ที่ซึ่งกลุ่มเมฆสีดำทะมึนกำลังก่อตัววนเป็นรูปก้นหอยเหนืออาคารสำนักงานของกิลด์ และตรงใจกลางพายุหมุนประหลาดนั้น... ดวงตาสสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังจ้องมองตรงมาที่เขา ราวกับกำลังรอคอยการเผชิญหน้าที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว
"เตรียมกำลังพลทั้งหมดตั้งรับระดับสูงสุดครับเรนะ"
ซีโร่เอ่ยสั่งการโดยไม่ละสายตาจากเงาลึกลับบนท้องฟ้า มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจของนักล่าที่ได้พบกับเหยื่อชิ้นใหญ่
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญคนแรก จะอดใจรอให้เราไปหาไม่ไหวเสียแล้วสิครับ"
[จุดพลิกผัน / Cliffhanger]: ทันใดนั้น หน้าจอโฮโลแกรมทุกตัวในห้องประชุมก็ดับวูบลงพร้อมกัน ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดชั้นใต้ดินลึกสุดของกิลด์ ซึ่งเป็นห้องนิรภัยเก็บศิลามานาโบราณ ร่างของยามรักษาการณ์นับสิบคนนอนแน่นิ่งจมกองเลือด และตรงกลางห้องนั้น... เงาร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกำลังถือ "กล่องผนึกมหาภัย" ที่ซีโร่แย่งชิงมาจากดันเจี้ยนระดับ S ไว้ในมือ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังทะลุผ่านลำโพงระบบรักษาความปลอดภัยเข้ามาว่า *"ขอบใจที่ช่วยเก็บรักษาของชิ้นนี้ไว้ให้... ท่านหัวหน้าซีโร่"*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "โอเวอร์ลอร์ดซีโร่" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 20
การเลื่อนระดับกิลด์
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!