"หักแขนมันทิ้งเสีย ถ้ามันยังลุกขึ้นมาไม่ได้ภายในสามวินาที ก็แปลว่าพวกคุณไร้ค่าเกินกว่าจะยืนเคียงข้างผมในสมรภูมิเลือด"
คำสั่งของผมก้องกังวานไปทั่วห้องโถงฝึกซ้อมระดับห้าดาวที่ปิดตาย เสียงกระดูกลั่นเปรี๊ยะดังแทรกผ่านความเงียบงัน ตามด้วยเสียงร้องโอดโอยของสมาชิกกิลด์หน้าใหม่ที่เพิ่งถูก 'เรนะ' จับทุ่มลงกับพื้นหินแกรนิตอย่างไม่ปรานี
ผมยืนกอดอกพิงผนัง พลางไล่สายตามองผลลัพธ์บนหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงค่าสถานะแบบเรียลไทม์ ชาติก่อนผมอาจจะพลาดเพราะความใจดีที่มากเกินไป แต่ในชาตินี้ กิลด์อเวจีต้องไม่ใช่โรงเรียนอนุบาลสำหรับเด็กอมมือ แต่ต้องเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ที่ติ
"สามวินาทีจบลงแล้วครับหัวหน้า" เรนะก้าวถอยหลังมาหาผม มือเรียวบางของเธอเปื้อนคราบฝุ่นจากการซ้อม เธอปาดเหงื่อที่ข้างขมับพลางเหลือบมองผมด้วยแววตานิ่งเฉย "ไอ้หนูนี่มีศักยภาพ แต่ใจมันยังสั่นเกินไป เหมือนคนไม่เคยเห็นศพจริงๆ"
"คนไม่เคยเห็นศพ ก็ต้องทำให้มันเห็นครับ" ผมตอบพลางเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมไปที่เมนู 'ระบบจำลองสถานการณ์วิกฤต' "ปรับระดับความเข้มข้นขึ้นเป็น 200% เพิ่มกลิ่นเลือดสังเคราะห์เข้าไปในระบบระบายอากาศ แล้วเปิดเสียงคำรามของมอนสเตอร์ระดับบอสให้ดังในระดับที่ทำให้หูดับได้เลย"
เรนะชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มมุมปาก "รับทราบครับ แต่อย่าลืมนะว่าถ้าทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ พวกเขาอาจจะสติแตกก่อนจะเก่งขึ้น"
"ถ้าสติแตก นั่นก็แปลว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่ผมต้องการ" ผมเดินเข้าไปกลางห้องฝึกซ้อม สายตาคมกริบกวาดมองเหล่าสมาชิกที่หอบหายใจด้วยความเหนื่อยล้า "ฟังให้ดี... ศัตรูที่พวกคุณต้องเจอในอนาคตไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ในดันเจี้ยน แต่มันคือเงาที่ชักใยโลกใบนี้อยู่ พวกมันฆ่าโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา ถ้าคุณคิดจะเอาตัวรอดด้วยความสามารถแบบเดิมๆ ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ผมเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่นอนกองอยู่บนพื้น เขาคือกองหน้าที่มีพรสวรรค์สูงที่สุดในรุ่นนี้ แต่เขากำลังกลัว
ผมย่อตัวลงต่ำ ก้มหน้ามองเขาในระยะประชิด "นายกลัวอะไร? กลัวความตาย หรือกลัวว่าพรุ่งนี้จะไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันอีก?"
ชายหนุ่มเม้มปากแน่น ดวงตาฉายแววสั่นระริก "ผม... ผมแค่ยังไม่พร้อมรับมือกับระดับความโหดร้ายขนาดนี้ครับ ท่านซีโร่"
ผมแค่นยิ้ม มือข้างหนึ่งวางลงบนไหล่เขา แรงกดจากมือผมทำเอาไหล่เขาจมลงไปในพื้นเล็กน้อย "ความพร้อมไม่ได้เกิดจากการรอคอยครับ แต่มันเกิดจากการถูกบีบให้ถึงขีดจำกัดจนร่างกายและจิตวิญญาณไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเปลี่ยนตัวเอง... วันนี้ พวกคุณทุกคนจะได้เรียนรู้ว่า 'นรกที่แท้จริง' เป็นอย่างไร"
ผมดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว ประตูห้องฝึกซ้อมล็อคอัตโนมัติด้วยระบบนิรภัยขั้นสูงสุด แสงไฟในห้องดับลง เหลือเพียงแสงสีแดงฉานที่สาดส่องลงมาดั่งเลือดที่นองพื้น มอนสเตอร์จำลองระดับ A ถูกปลดปล่อยออกมาจากกรงขังล่องหนพวกมันพุ่งเข้าใส่เหล่าฮันเตอร์ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าการฝึกซ้อมปกติถึงสามเท่า
เรนะยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ เธอเองก็เตรียมพร้อมรับมือหากสถานการณ์เริ่มควบคุมไม่ได้ แต่ผมห้ามเธอไว้ด้วยสายตา
"ปล่อยให้เขาเผชิญหน้ากับมันครับ" ผมสั่งเสียงเรียบ "ถ้าพวกเขาอยากจะก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง พวกเขาต้องผ่านช่วงเวลาที่ความตายอยู่ห่างจากปลายจมูกเพียงหนึ่งนิ้วให้ได้"
การต่อสู้อันดุเดือดเริ่มขึ้น เลือดปลอมกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วห้อง เสียงปะทะของอาวุธดังสนั่นหวั่นไหว ในขณะที่ผมนั่งลงบนเก้าอี้ที่เรนะนำมาวางให้ แล้วเริ่มทบทวนแผนการจัดการกิลด์อันดับหนึ่งที่ผมวางไว้ในสมอง
'หนี้เลือด' ที่พวกมันติดผมไว้... ผมจะทวงคืนด้วยดอกเบี้ยที่พวกมันคาดไม่ถึง
ในขณะที่การฝึกฝนกำลังดำเนินไปถึงจุดที่เข้มข้นที่สุด จู่ๆ ระบบแจ้งเตือนของกิลด์ที่ผมตั้งค่าไว้ให้ตรวจสอบการแทรกซึมก็ดังขึ้นด้วยเสียงสัญญาณสีทองที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่การโจมตีจากภายนอก แต่มันคือการบุกรุกข้อมูลผ่านช่องทางที่ถูกปิดตายไปนานแล้ว
"หัวหน้า... สัญญาณนี้มัน" เรนะหน้าถอดสี เธอรีบเปิดหน้าจอของเธอขึ้นมาตรวจสอบทันที "มีคนกำลังเจาะผ่านกำแพงไฟระดับทหารของเรา... และมันไม่ได้มาจากเครือข่ายภายนอก แต่มันมาจาก 'ภายใน' กิลด์เราเอง"
ผมลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสุขุมเยือกเย็นที่มีมาตลอดเริ่มเปลี่ยนเป็นความนิ่งงันที่น่าสะพรึงกลัว ผมมองไปที่กลุ่มคนที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ตรงหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ
ชายหนุ่มคนที่ผมเพิ่งพูดด้วยเมื่อครู่ เขากำลังยืนนิ่งท่ามกลางความโกลาหล มือของเขาไม่ได้จับอาวุธ แต่เขากำลังกดรหัสบางอย่างลงบนอากาศด้วยนิ้วมือที่รวดเร็วจนตาเปล่ามองไม่ทัน และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของเขาไม่ได้สั่นระริกด้วยความกลัวอีกต่อไป แต่มันกลับเป็นแววตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมมา
"เรนะ... จับตามองเขาให้ดี" ผมกระซิบเบาๆ พร้อมกับเรียกดาบประจำกายออกมาไว้ในมือ "ดูเหมือนว่าศัตรูของเรา จะส่ง 'ของขวัญ' มาให้ถึงเตียงนอนเลยทีเดียว"
ทันใดนั้น ชายหนุ่มคนนั้นก็หยุดเคลื่อนไหว เขาหันหน้ามาทางผมช้าๆ แล้วแสยะยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ "ท่านซีโร่... นายท่านของข้าฝากบอกมาว่า การแสดงเด็กเล่นของท่านในวันนี้... มันจบลงแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของกิลด์อเวจีไปพร้อมกับผม โอเวอร์ลอร์ดซีโร่นะครับ
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 12
ฝึกฝนแบบก้าวกระโดด
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!