ความเงียบงันภายในห้องประชุมสภาฮันเตอร์โลกไม่ได้เกิดจากการขาดแคลนคำพูด แต่เกิดจากน้ำหนักของความจริงที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยอ้าง ตัวแทนจากหกชาติมหาอำนาจ นั่งหลังตรงราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความสิ้นหวัง รอยแตกบนผนังกระจกนิรภัยหนาแปดนิ้วคืออนุสรณ์สถานชิ้นเดียวที่หลงเหลือจากการบุกรุกของ "ราชาอเวจี" เมื่อสามสัปดาห์ก่อน
ไม่มีเสียงกระซิบ ไม่มีรอยยิ้มจอมปลอม มีเพียงเสียงลมหายใจที่สั่นเทาของผู้นำมวลมนุษยชาติ
ซีโร่นั่งไขว่ห้างอยู่ที่หัวโต๊ะ องศาการเอนพนักเก้าอี้ของเขาแสดงถึงความเหนือกว่าอย่างไร้ที่ติ ร่างในชุดสูทสีดำสนิทไร้รอยยับ ปลายนิ้วเรียวยาวประสานกันไว้บนตัก ดวงตาสีรัตติกาลมองกวาดผ่านใบหน้าของเหล่ามาสเตอร์กิลด์ระดับท็อปเทนของโลกที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเขาว่าเป็นเพียง "เศษสวะนอกระบบ"
"เวลาสามสิบนาทีที่ผมให้พวกคุณไตร่ตรอง หมดลงแล้วครับ"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น ทำลายความอึดอัดให้แตกเป็นเสี่ยงๆ เรนะ ซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังทางขวา ขยับแฟ้มเอกสารในมือเล็กน้อย เสียงกระดาษกระทบกันดังชัดเจนในความเงียบ
คาร์ลอส ผู้นำกิลด์สิงห์เหนือแห่งอเมริกา เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เขากำหมัดเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน
"ซีโร่... นายกำลังบีบให้พวกเราเอาศักดิ์ศรีของประเทศมหาอำนาจไปวางไว้ใต้ฝ่าเท้าของกิลด์อเวจี การรวมศูนย์อำนาจทั้งหมดไว้ที่นายคนเดียว มันคือเผด็จการเบ็ดเสร็จชัดๆ!"
ซีโร่ไม่โกรธ เขาเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความอบอุ่นโดยสิ้นเชิง
"ศักดิ์ศรีงั้นหรือครับ คาร์ลอส?" ซีโร่ทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน "ในวันที่มิติระดับเอส-พลัสเปิดออกที่นิวยอร์ก ศักดิ์ศรีของพวกคุณช่วยชีวิตพลเรือนไปได้กี่คน? ในวันที่เกาหลีใต้เกือบกลายเป็นทุ่งสังหาร ศักดิ์ศรีของกิลด์อันดับหนึ่งอย่างไททันส์อยู่ที่ไหน? พวกคุณถอยร่น ปิดประตูเมือง และปล่อยให้คนนับหมื่นกลายเป็นอาหารของอสูรกาย... ถ้าการที่ผมก้าวขึ้นมาถือหางเสือ เพื่อไม่ให้มนุษยชาติต้องสูญพันธุ์ คือการเป็นเผด็จการ... ผมก็ยินดีจะรับตำแหน่งนั้นด้วยความเต็มใจครับ"
ความจริงอันเจ็บปวดถูกสาดซ้ำลงไปกลางวงประชุม ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่มาสเตอร์กิลด์จากจีนหรือรัสเซียที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุดัน ยังต้องเบือนหน้าหนีด้วยความละอายแก่ใจ พวกเขาพ่ายแพ้ ไม่ใช่แค่พ่ายแพ้ต่อพลังฝีมือ แต่พ่ายแพ้ต่อแผนการ ข้อมูล และวิสัยทัศน์ที่ซีโร่วางไว้ล่วงหน้าทั้งหมดอย่างไร้ช่องโหว่
"เงื่อนไขของผมมีเพียงสามข้อ" ซีโร่เอ่ยต่อ น้ำเสียงผ่อนคลายแต่เด็ดเดี่ยว "หนึ่ง ออำนาจสั่งการกองกำลังฮันเตอร์ทั่วโลกในยามฉุกเฉินจะเป็นสิทธิ์ขาดของผมแต่เพียงผู้เดียว สอง ทรัพยากรแร่มานาจากเกตระดับสูงทุกแห่งต้องถูกจัดสรรผ่านคลังกลางของกิลด์อเวจี และสาม..."
เขเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตาคมกริบไปยังทุกคน
"การจงรักภักดี ไม่มีคำว่า 'สองใจ' หรือ 'แทงข้างหลัง' แบบที่พวกคุณเคยทำกับผมในอดีตชาติ... อ้อ ขอโทษทีครับ ผมหมายถึงในอดีตที่ผ่านมา"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำเอาคาร์ลอสสะอึก หน้าถอดสี ร่างกายเย็นวาบราวกับถูกโยนลงไปในมหาสมุทรน้ำแข็ง ไม่มีใครรู้ว่าซีโร่รู้เรื่องการทรยศลับๆ ของพวกเขาเมื่อปีก่อนได้อย่างไร แต่หลักฐานที่เรนะถือครองอยู่ในมือตอนนี้ สามารถทำลายกิลด์ใหญ่ทั้งห้าให้ล่มสลายภายในชั่วข้ามคืนได้จริง
เรนะก้าวออกมาก้าวหนึ่ง ดวงตาสีฟ้าคมปลาบกวาดมองที่ประชุมด้วยความเย่อหยิ่งเล็กน้อยอย่างสมเกียรติรองหัวหน้ากิลด์อันดับหนึ่ง
"ท่านหัวหน้าไม่ได้มาเพื่อขอร้องพวกคุณให้เข้าร่วมครับ" เรนะกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "แต่ท่านมาเพื่อให้โอกาสพวกคุณได้เลือก... ว่าจะยืนเคียงข้างผู้ชนะ หรือจะกลายเป็นสิ่งกีดขวางที่ถูกกวาดล้างไปพร้อมกับพวกอสูรเวท"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความลังเลอีกต่อไป มันคือความจำยอมจำนนต่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่กว่า คาร์ลอสหลับตาลงอย่างคนหมดสภาพ เขารู้ดีว่าหากปฏิเสธในวินาทีนี้ กิลด์สิงห์เหนือของเขาจะถูกฉีกทึ้งเป็นชิ้นๆ โดยกองกำลังอเวจีที่ทรงพลังยิ่งกว่ากองทัพรัฐบาลเสียอีก
ชายวัยกลางคนผู้เคยยิ่งใหญ่ ค่อยๆ ยกมือขึ้นสั่นเทา ก่อนจะวางลงบนโต๊ะเพื่อประกาศยอมจำนน ทีละคน... ทีละคน... ผู้นำจากชาติอื่นๆ เริ่มก้มศีรษะลงตาม ยอมรับการนำทัพของชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของโลกไว้ในกำมือ
ซีโร่พยักหน้ารับอย่างพอใจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีกดดันระดับราชาแผ่ซ่านไปทั่วห้องประชุมจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นของแข็ง
"ยินดีต้อนรับสู่ยุคสมัยใหม่ครับ... สภาผู้บัญชาการทัพฮันเตอร์โลก"
เสียงก้องกังวานของซีโร่สะท้อนไปทั่วห้อง พร้อมกับที่หน้าต่างระบบสีฟ้าสว่างวาบขึ้นในห้วงความคิดของเขา
[แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจหลัก 'รวมศูนย์อำนาจมนุษยชาติ' สำเร็จลุล่วง 100%]
[สถานะปัจจุบัน: จอมราชันย์แห่งกิลด์อเวจี ได้รับสิทธิ์ควบคุมกองกำลังฮันเตอร์ทั่วโลกอย่างเป็นทางการ]
[ปลดล็อกสกิลขั้นสูงสุด: 'เจตจำนงแห่งมหาจักรพรรดิ' (Emperor's Will)]
ในขณะที่ทุกคนกำลังก้มหน้ายอมรับชะตากรรม และเรนะกำลังเตรียมเก็บเอกสารเพื่อสรุปวาระการประชุม ซีโร่กลับขมวดคิ้วเล็กน้อยโดยไม่มีใครสังเกตเห็น เรดาร์มานาภายในจิตสำนึกของเขากำลังส่งเสียงเตือนภัยสีแดงฉาน ความผิดปกติบางอย่างไม่ได้มาจากนอกโลก หรือมาจากเกตระดับเอส-พลัสที่ไหน แต่มันมาจาก...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องประชุมดังขึ้นสามครั้ง ทั้งๆ ที่คำสั่งเด็ดขาดระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามผู้ใดรบกวนเด็ดขาดระหว่างการประชุมลับระดับโลก
เรนะชักมือเข้าหาด้ามมีดสั้นที่เอวทันที ดวงตาหรี่ลงด้วยความระแวง คาร์ลอสและผู้นำคนอื่นๆ เงยหน้าขึ้นมองประตูด้วยความตกใจ
ประตูห้องประชุมไม้สักทองค่อยๆ เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของใครบางคนยืนอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของทางเดินด้านนอก
กลิ่นอายมานาที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นไม่ใช่ของมนุษย์... และไม่ใช่ของอสูรเวททั่วไป แต่มันเป็นกลิ่นอายที่ซีโร่คุ้นเคยดีจากความทรงจำในชาติก่อน—กลิ่นอายของ "ผู้ทรยศ" ที่ควรจะตายไปพร้อมกับการล่มสลายของมิติแรกเริ่ม
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในแสงไฟ เผยให้เห็นใบหน้าที่ทำให้หัวใจของซีโร่กระตุกวูบเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
"สวัสดีครับ... หัวหน้าซีโร่ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ... สหายรัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันยาวนานนี้ด้วยกันนะครับ โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 32
ความเป็นผู้นำ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!