“เลิกทำตัวเป็นพระเจ้าผู้ประทานพรเสียที… เพราะสิ่งที่เจ้ามอบให้ มันก็แค่เศษซากของความล้มเหลวที่เจ้าจงใจยัดเยียดให้คนอื่นรับผิดชอบแทนต่างหาก”
ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด มิตินี้ไม่ใช่ทั้งอวกาศหรือสุญญากาศ มันคือรอยแยกแห่งกาลเวลาที่บิดเบี้ยวจนแสงสีกลายเป็นเส้นสายที่ไร้ทิศทาง เบื้องหน้าของผม ‘ผู้สร้าง’ หรือไอ้สิ่งมีชีวิตที่เรียกตัวเองว่าระบบสูงสุด กำลังยืนเด่นเป็นสง่าในร่างเงาที่พร่าเลือน มันไม่มีใบหน้า มีเพียงดวงตาสีอำพันคู่หนึ่งที่สะท้อนถึงการดับสูญของดวงดาวนับล้าน
“เจ้ากำลังก้าวข้ามขีดจำกัดที่ข้ากำหนดไว้ ซีโร่” น้ำเสียงของมันไม่ได้มาจากอากาศ แต่มันดังก้องอยู่ในสมองของผม ราวกับคลื่นความถี่ที่ต้องการชะล้างความทรงจำ “การพยายามทำลายโฮสต์แห่งระบบ คือการทำลายรากฐานของจักรวาลที่เจ้าอาศัยอยู่”
ผมแค่นยิ้ม มือขวากระชับดาบ ‘อเวจีพิฆาต’ ที่แผ่ไอสีดำทมิฬออกมาจนมิติรอบตัวแตกร้าว ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำเตือน แต่ผมมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่กิลด์อันดับหนึ่งในอดีตชาติของผมเคยก่อไว้… ความแค้นที่ถูกฝังกลบด้วยความใจดีที่ไร้ค่า
“ระบบงั้นหรือ?” ผมก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แรงกดดันมหาศาลถาโถมใส่ร่างจนกระดูกลั่นเปรี๊ยะ แต่ผมยังคงยืนหยัด “เจ้าไม่ใช่ผู้สร้างจักรวาล แต่เป็นเพียงพยาธิที่ดูดกินโชคชะตาของมนุษย์เพื่อสร้างความบันเทิงให้ตัวเองต่างหาก เรนะเตือนผมไว้แล้วว่า การจะคว่ำกระดานนี้ ไม่ใช่การชนะเกม แต่คือการฆ่าคนคุมกระดานทิ้ง”
เรนะที่ยืนอยู่เบื้องหลังผมในระยะสายตา เธอไม่ได้ขยับตัว แต่เปลวไฟสีเงินรอบกายเธอกำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันด้วยการมีอยู่ของเราทั้งคู่
“ซีโร่… อย่าเสียเวลาคุยกับมันอีกเลย” เรนะเอ่ยขึ้น เสียงของเธอเยือกเย็นและหนักแน่น “มิติเวลาเริ่มบีบตัวเข้าหากันแล้ว หากเราไม่จัดการมันตอนนี้ เราจะติดอยู่ในวงลูปของการถูกลบหายไปตลอดกาล”
ผู้สร้างหัวเราะ เสียงของมันเย็นเยียบจนถึงกระดูก “ดูสิ แม้แต่คนที่เจ้าไว้ใจที่สุด ก็ยังเข้าใจสัจธรรมของอำนาจดีกว่าเจ้า… ความรัก ความภักดี มันก็แค่ตัวแปรที่ข้าใส่ลงไปในโค้ดของพวกเจ้าทั้งนั้น”
ทันใดนั้นเอง โลกเบื้องหน้าผมก็เปลี่ยนไป พื้นที่สีขาวโพลนเริ่มแตกสลายกลายเป็นฟันเฟืองเหล็กขนาดมหึมาที่หมุนวนด้วยความเร็วสูง มันคือกลไกของเวลาที่พยายามจะ ‘ดีด’ พวกเราออกไปจากกระแสธารแห่งความเป็นจริง ผมสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่กัดกินลึกลงไปในจิตวิญญาณ
ผมไม่รอช้า พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับปลดปล่อยทักษะลับ ‘ทลายขีดจำกัดแห่งราชันย์’ ร่างกายของผมถูกห่อหุ้มด้วยจิตสังหารสีนิลที่ควบแน่นจนกลายเป็นเกราะป้องกัน ข้าพเจ้าฟาดฟันดาบออกไปเป็นเส้นตรง—การโจมตีที่ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ร่างเนื้อ แต่มุ่งเป้าไปที่ ‘รอยร้าว’ ของมิติที่ผู้สร้างยืนอยู่
*เคร้ง!*
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องไปทั่วจักรวาล แต่สิ่งที่น่าตกใจคือ ร่างของผู้สร้างไม่ได้มีเลือดไหลออกมา แต่มันกลับแตกออกเป็นละอองแสงสีทองนับไม่ถ้วน ก่อนจะรวมตัวกันใหม่ในวินาทีถัดมา
“เจ้าลืมไปแล้วหรือ ซีโร่?” มันกระซิบข้างหูผม ทั้งที่มันอยู่ห่างออกไปนับร้อยเมตร “ในมิติที่ไม่มีเวลาแห่งนี้ เจ้าไม่สามารถทำร้ายสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากเหตุและผลได้”
ผมกัดฟันกรอด เลือดสีเข้มไหลซึมออกมาจากมุมปาก ผมรู้ดีว่านี่คือข้อจำกัด แต่ผมเตรียมการมาแล้ว ผมหันไปสบตาเรนะ แววตาของเราสื่อสารกันเพียงชั่ววูบด้วยรหัสที่วางแผนกันมานับร้อยครั้ง
“แผนที่หนึ่งไม่ได้ผล… งั้นก็ใช้แผนที่สองที่เจ้าเกลียดที่สุดเสียเถอะ” เรนะตะโกนพร้อมกับปลดปล่อยทักษะ ‘ย้อนรอยอดีตสังหาร’ เธอกำลังใช้ตัวเธอเองเป็นตัวเชื่อมต่อ เพื่อดึงเอา ‘ความทรงจำแห่งความตาย’ ของผมในชาติก่อน กลับมาเป็นพลังงานในปัจจุบัน
นี่คือความลับที่ผมไม่เคยบอกใคร… ผมไม่ใช่แค่ผู้เล่นที่กลับชาติมาเกิด แต่ผมคือเศษเสี้ยวของระบบที่แตกสลายและจุติลงมาเป็นมนุษย์ เพื่อที่จะทำลายตัวตนที่แท้จริงของผมจากภายใน
“เรนะ! หยุด! พลังนั่นจะเผาผลาญจิตวิญญาณของเธอ!” ผมตะโกนลั่น พยายามจะเอื้อมมือไปคว้าตัวเธอ แต่ทว่ามิติเวลาได้แยกเราออกจากกันด้วยกำแพงแสง
“เพื่อกิลด์ของเรา… เพื่ออิสรภาพของพวกเราทุกคน” เธอฝืนยิ้มแม้ใบหน้าจะซีดเผือด “ซีโร่… จงเป็นจักรพรรดิที่ไม่มีระบบใดมาบงการได้”
ร่างของเธอสลายกลายเป็นละอองแสงสีเงินพุ่งเข้าหาผู้สร้าง มันไม่ใช่การโจมตี แต่มันคือการ ‘รีเซ็ต’ ตัวตนของระบบผ่านความทรงจำของเธอ ผู้สร้างกรีดร้องด้วยเสียงที่แหลมสูงจนแก้วหูผมแทบแตก ละอองแสงสีทองและสีเงินปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดระเบิดวงกว้างที่ฉีกกระชากพื้นที่แห่งนี้ออกเป็นเสี่ยงๆ
ผมยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล พลังอำนาจมหาศาลไหลบ่าเข้าสู่ร่างจนผมรู้สึกราวกับจะระเบิดออก ผมมองเห็นภาพเหตุการณ์ในอนาคตที่นับไม่ถ้วน ภาพของโลกที่ไม่มีระบบ ภาพของกิลด์ที่ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดโดยไม่ต้องพึ่งพาทักษะที่ถูกยัดเยียด
แต่แล้ว… ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น ผมกลับเห็นเงาสีดำสนิทที่โผล่พ้นออกมาจากรอยแยกมิติที่เพิ่งเปิดออก มันไม่ใช่ผู้สร้าง แต่มันคือ ‘ผม’ อีกคนหนึ่ง—ผมในเวอร์ชันที่ไม่ได้มีจิตสำนึกแห่งความเมตตาเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
มันค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด พร้อมกับดาบอเวจีพิฆาตในมือที่สภาพสมบูรณ์กว่าของผมหลายเท่าตัว มันจ้องมองมาที่ผมด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายผมแข็งตัว
“ขอบคุณที่กำจัดมันให้ข้า… ซีโร่ เพราะตอนนี้ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องตาย เพื่อให้จักรพรรดิที่แท้จริงได้จุติขึ้นเสียที”
นิ้วมือของมันสั่นระริกขณะกระชับด้ามดาบ ความหวังเดียวของผมที่เคยมีกำลังแตกสลายราวกับเศษแก้ว ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ผมรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การต่อสู้กับศัตรู แต่เป็นการต่อสู้กับชะตากรรมที่ไม่มีวันหนีพ้น
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดเช่นนี้ หวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการตัดสินใจครั้งสุดท้ายของผมต่อไปนะครับ
โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล•ตอนที่ 34
ศึกตัดสินกับผู้สร้าง
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาจักรพรรดิกิลด์อเวจี: ทะยานสู่จอมราชันย์เหนือจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!