เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 7

ขอโทษที...แต่ไม่ทำซ้ำ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงปรบมือแปะๆ สองครั้งในห้องประชุมใหญ่ของโครงการแกรนด์ทาวเวอร์ ไม่ได้สร้างความรู้สึกชื่นชมให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม รอยยิ้มพรายที่มุมปากของธันวา—วิศวกรคู่ปรับตัวฉกาจ—กลับทำให้อากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงหลายองศา "โอ๊ะ... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย? ดูท่าทาง... โปรเจกต์นี้คงไม่ได้มีแค่เรื่องโครงสร้างตึกซะแล้วมั้งครับ" คำพูดเจือแววเยาะหยันของธันวาพุ่งตรงมายังจุดที่รณกรยืนประชิดติดตัวพิมพ์ตะวัน ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้ถอยร่น เขาเพียงแต่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบังแผ่นหลังบางของหญิงสาวไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดุจน้ำแข็งขั้วโลกจ้องมองผู้มาใหม่นิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก มีเพียงความรำคาญใจที่ฉายชัดอยู่ลึกๆ พิมพ์ตะวันไม่ปล่อยให้บรรยากาศอึดอัดลากยาว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วก้าวเท้าออกมาจากเงาร่างของรณกรอย่างสง่างาม แววตาของวิศวกรสาวไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย "ถ้าคุณธันวาใช้เวลาว่างจากการเดินตรวจหน้างานอย่างไร้จุดหมาย มาตั้งใจดูเอกสารคำนวณแรงเฉือนและการกระจายน้ำหนักบนคานรับน้ำหนักหลักเมื่อครู่ คุณคงไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งคำถามไร้สาระแบบนี้หรอกค่ะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เชือดเฉือนในที ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า ธันวาหุบยิ้มลงชั่วขณะ ดวงตาคมกวาดมองกระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยสมการคณิตศาสตร์และลายเส้นโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งเพิ่งถูกแก้ไขและเติมเต็มโดยลายมือของพิมพ์ตะวัน ตัวเลขและดีไซน์เหล่านั้นไม่ใช่แค่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม แต่มันยังผสานเข้ากับช่องว่างทางสถาปัตยกรรมที่รณกรเคยขมวดคิ้วเครียดมาตลอดสามวันได้อย่างไร้ที่ติ "คุณ... แก้ไขโครงสร้างโซน C ภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเนี่ยนะ?" ธันวาหลุดปากถามด้วยความทึ่งแกมหมั่นไส้ "สิบแปดนาทีค่ะ ถ้าคุณอยากรู้เวลาที่แน่นอน" พิมพ์ตะวันตอบกลับทันควัน พร้อมกับหยิบปากกาเคมีขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างสบายอารมณ์ "และขอบอกไว้ก่อนนะคะว่า ฉันไม่ได้ทำเพื่อแก้ปัญหาให้โปรเจกต์นี้พัง แต่ฉันกำลังทำเพื่อไม่ให้บริษัทของเราต้องเสียเวลากับความสะเพร่าของใครบางคนที่มีดีแค่ปากต่างหากล่ะคะ" รณกรยืนฟังบทสนทนาทั้งหมดเงียบๆ หางตาของเขาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ประกายในดวงตาของพิมพ์ตะวันเวลากำลังอธิบายเรื่องโครงสร้างตึกช่างเจิดจ้าเสียจนคนมองเผลอใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้ว่าเธอเก่ง—เก่งมากในระดับที่หาตัวจับยากในวงการวิศวกรรมโครงสร้าง แต่การได้เห็นเธอพลิกสถานการณ์วิกฤตด้วยสมองอันปราดเปรื่องและสัญชาตญาณที่เฉียบคมต่อหน้าต่อตาในวันนี้ มันทำให้กำแพงความเย่อหยิ่งของสถาปนิกหนุ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง รณกรเคลียร์ลำคอเบาๆ เรียกความสนใจจากทุกคนในห้อง ก่อนจะหันไปสบตากับธันวาด้วยท่าทีนิ่งสนิท "เอกสารทั้งหมดที่คุณธันวาเห็นถูกตรวจสอบและรับรองโดยทีมวิศวกรหลักเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่มีธุระอะไรอื่น เชิญคุณไปตรวจสอบหน้างานโซน B ต่อเถอะครับ ทางเรายังมีงานที่ต้องเคลียร์อีกมาก" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเฉียบขาดของรณกรทำหน้าที่เป็นประกาศิตไล่ทางอ้อม ธันวากัดฟันกรอด ขยับยิ้มแห้งๆ ออกมาอย่างเสียหน้า ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทកเท้าออกจากห้องประชุมไป ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความอึดอัด หากแต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกระเพื่อมทางความรู้สึก พิมพ์ตะวันถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับรณกรที่ยังคงยืนขวางทางออกอยู่ "มองอะไรคะคุณกร? หน้าฉันมีสูตรคำนวณคานติดอยู่หรือไง" รณกรไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้าไปหาเธออีกหนึ่งก้าว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์จากตัวเธอ ลอยวนอยู่ในโสตประสาทของสถาปนิกหนุ่ม ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ "คุณเก่งมาก... พิมพ์ตะวัน" น้ำเสียงของรณกรอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความนุ่มลึกที่ยากจะคาดเดา วิศวกรสาวชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอไม่ชินกับการถูกชมตรงๆ แบบนี้ โดยเฉพาะจากผู้ชายปากแข็งอย่างเขา "จ... อยู่ๆ ก็มาชม แปลกคนแฮะ นึกว่าจะถือทิฐิไม่ยอมรับซะอีกว่าฉันช่วยชีวิตโปรเจกต์นี้ไว้" "ผมไม่เคยปฏิเสธความจริง" รณกรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของกันและกัน "แต่ที่น่าแปลกใจกว่า คือคุณมักจะมีวิธีทำให้ผมทึ่ง... ได้ทุกครั้งที่ร่วมงานกันต่างหาก" พิมพ์ตะวันรู้สึกร้อนผ่าวที่พวงแก้ม เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ เพื่อสร้างระยะห่าง แต่รณกรกลับไม่มีทีท่าจะถอย เขายกมือขึ้นจับข้อมือบางของเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เธอดันตัวเขาออก นัยน์ตาคมกูณฑ์ฉายแววคลั่งรักที่ซ่อนไว้ไม่อยู่ แม้ริมฝีปากจะยังคงเม้มแน่นตามนิสัยฟอร์มจัด "ปล่อยนะคุณกร นี่มันห้องประชุมนะ เกิดใครเดินเข้ามาเห็น..." "ไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกครับ ถ้าผมยังไม่อนุญาต" เขาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "เมื่อกี้... ที่คุณบอกว่าผมปากร้ายน่ะ คุณคิดผิดไปหน่อยนะครับ" "ฉันพูดผิดตรงไหนไม่ทราบคะ?" พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก "ก็ตรงที่..." รณกรหยุดเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาลงมองเรียวปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขา ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังแทบละลาย "ขอโทษที... แต่ไม่ทำซ้ำ" "ฮะ? คุณพูดเรื่องอะไรของคุณเนี่ย!" พิมพ์ตะวันขมวดคิ้วยุ่งด้วยความงุนงงกับประโยคกำกวมนั้น รณกรหัวเราะในลำคอเบาๆ กับท่าทางเอ๋อรับประทานของเธอ เขากำลังจะอธิบายขยายความถึงความหมายของประโยคเมื่อครู่—ประโยคที่หมายถึงการที่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอต้องมาเหนื่อยคนเดียวและยืนหยัดเผชิญหน้ากับปัญหาลำพังอีกเป็นครั้งที่สอง ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเอื้อnเอ่ยคำหวานเลี่ยนที่เจ้าตัวไม่ค่อยคุ้นเคย *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาหน้าห้องที่มีสีหน้าซีดเผือดราวกับเจอผี "คุณกรคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! โครงสร้างเสาหลักโซน A ที่เพิ่งเทปูนเสร็จเมื่อเช้า... เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ขึ้นแบบไม่ทราบสาเหตุค่ะ!" รณกรและพิมพ์ตะวันหันขวับไปมองหน้ากันทันที ประกายความตกใจฉายชัดในแววตาทั้งคู่ ก่อนที่รณกรจะหันกลับมามองพิมพ์ตะวัน พร้อมกับที่มือหนาบีบกระชับข้อมือบางของเธอแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้อย่างสม่ำเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%