เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 8

ไซต์งานในคืนฝนตก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงคำรามครืนครั่นของฟ้าร้องระดับเดซิเบลสูงดังสะเทือนโครงสร้างเหล็กชั่วคราว สะเก็ดฝนที่สาดซัดกระแทกแผ่นโพลีคาร์บอเนตเกิดเป็นเสียงอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความมืดมิดโรยตัวลงเร็วกว่าปกติเนื่องจากพายุฤดูร้อนถล่มเข้าใส่ไซต์งานใจกลางเมืองอย่างไม่ทันตั้งตัว รณกรยังคงตรึงข้อมือเรียวของพิมพ์ตะวันเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเกิดรอยช้ำ แต่มีความมั่นคงและเด็ดเดี่ยวระดับที่บอกให้รู้ว่าเขาไม่มีทางปล่อยให้เธอเดินหนีหายไปในความมืดที่ไฟฟ้าดับสนิทนี้เด็ดขาด "ปล่อยได้แล้วคุณรณกร ไฟดับแบบนี้คุณควรห่วงความปลอดภัยของโครงสร้างตึก ไม่ใช่มาจับมือผม เอ้ย... มือฉันเล่นเปียโนอยู่แถวนี้" พิมพ์ตะวันกระชากเสียงกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก ปลายจมูกของเธอลอยวนอยู่กับกลิ่นน้ำฝนผสมกลิ่นกายสะอาดสะอ้านตามแบบฉบับสถาปนิกหนุ่มผู้เนี๊ยบในทุกกระเบียดนิ้ว แม้ในยามที่สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและโคลนจากหน้างาน "ถ้าผมไม่จับไว้ คุณคงเดินสะดุดเศษเหล็กเส้นที่ธันวาปล่อยทิ้งเรี่ยรากไว้จนหัวฟาดพื้นไปแล้วครับ คุณพิมพ์ตะวัน... คนเก่งประจำโครงการ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังลอดความมืดเข้ามา ปลายประโยคมีความใกล้ชิดเกินกว่าวิสัยของคู่แข่งทางธุรกิจหรือเพื่อนร่วมงานทั่วไป รณกรขยับตัวเข้าใกล้ร่มเงาของเสาคอนกรีตเสริมเหล็กที่พอจะมีแสงไฟสำรองจากแบตเตอรี่ฉุกเฉินกะพริบสลัวๆ ส่องสว่างสีส้มเรื่อ วิศวกรสาวกัดริมฝีปากล่างอย่างขัดใจ เมื่อตระหนักว่าอีกฝ่ายพูดความจริง เศษวัสดุก่อสร้างที่กองเกะกะจากการทำงานลวกๆ ของบริษัทคู่แข่งอย่างธันวาเมื่อช่วงบ่าย ทำให้พื้นที่ชั้นสิบห้าแห่งนี้กลายเป็นสนามอุปสรรคขนาดย่อมในยามที่ระบบไฟฟ้าล่มกะทันหัน "ขอบคุณสำหรับความหวังดีแบบประชดประชันนะะคะ... เอ๊ย! นะครับ" พิมพ์ตะวันเกือบหลุดสำนวนคุ้นชิน รีบเปลี่ยนหางเสียงแทบไม่ทันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังต่อปากต่อคำกับตาบ้าเจ้าระเบียบคนนี้ "แต่ช่วยกรุณาถอยห่างไปสักสองก้าวได้ไหมครับ อากาศในไซต์งานมันแคบพออยู่แล้ว คุณเล่นเบียดเข้ามาจนหน้าอกจะติดกับอกผม เอ้ย... อกคุณอยู่แล้วเนี่ย" รณกรไม่ยอมถอยตามคำบัญชา ซ้ำร้ายเขากลับทิ้งน้ำหนักตัวลงพิงเสาเหล็ก พร้อมกับใช้มืออีกข้างคว้าเสาสนามมาค้ำยันไว้ กล成为กรงแขนกลายๆ ที่กักตัวพิมพ์ตะวันไว้ระหว่างแผ่นอกของเขากับเสาต้นใหญ่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาพยายามกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เจือความตื่นตระหนกเล็กน้อย แม้ปากจะเก่งและต่อปากต่อคำไม่เคยเป็นรองใคร แต่ยามที่ไม่มีแสงสว่างนำทาง แววตาคู่สวยนั้นกลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด "กลัวความมืดเหรอครับ?" รณกรเอ่ยถามเสียงนุ่มลงอย่างผิดคาด ความเยเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังถูกกระแสบรรยากาศยามฝนพรำชะล้างออกไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความห่วงใยดิบๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความกวนประสาท "บ้าสิ ใครกลัวกัน วิศวกรโครงสร้างคุมไซต์มาสิบกว่าโปรเจกต์ จะมาตกม้าตายเพราะไฟฟ้าดับเนี่ยนะ... แค่... แค่หงุดหงิดที่ระบบสำรองไฟของตึกมันห่วยต่างหาก" พิมพ์ตะวันแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมปลาบที่มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าเอ็กซ์เรย์โครงสร้าง เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาเบาๆ แต่สัมผัสจากกล้ามเนื้อแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกลับทำให้ปลายนิ้วของเธอร้อนผ่าวราวกับแตะโดนเหล็กที่เพิ่งผ่านเตาหลอม "ระบบไฟไม่ได้ห่วยหรอกครับ แต่สายไฟหลักถูกตัดขาดจากภายนอกต่างหาก... ฝีมือใคร คุณก็น่าจะเดาไม่ยาก" รณกรเอ่ยพาดพิงถึงธันวา คู่แข่งตัวฉกาจที่มักเล่นนอกเกมอยู่เสมอ ความตึงเครียดกลับมาเยือนอีกครั้งเมื่อทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าอุบัติเหตุในไซต์งานยามวิกาลเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ "ไอ้บ้านั่นกล้าถึงขนาดทำลายระบบไฟในตึกที่ตัวเองกำลังประมูลแข่งเนี่ยนะ สติปัญญาอยู่ระดับไหนกัน" พิมพ์ตะวันสบถเบาๆ อย่างเหลืออด ความโกรธเข้ามาแทนที่ความกลัวชั่วขณะ "เพราะเขารู้ว่าถ้าปล่อยให้เราตรวจแบบโครงสร้างเสร็จคืนนี้ ความจริงเรื่องสเปกเหล็กที่ลดต้นทุนจะถูกเปิดเผยไงครับ" รณกรก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกับหน้าผากมน ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียนจนพิมพ์ตะวันต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "แล้วเขาก็คงไม่คิดว่า... เราจะติดอยู่ด้วยกันสองต่อสองในสภาพอากาศแบบนี้" บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกลดอุณหภูมิลงจนเหลือเพียงเสียงฝนที่ซัดสาดและเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามแข่งกัน พิมพ์ตะวันรู้สึกได้ถึงกระแสความอบอุ่นแผ่ซ่านมาจากร่างสูงใหญ่ที่ยืนบังลมฝนให้เธออย่างเงียบเชียบ กำแพงความเชื่อใจที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเพื่อปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดในอดีต คล้ายกำลังถูกค้อนปอนด์ของความใส่ใจนี้ทุบทำลายทีละน้อย "คุณรณกร..." น้ำเสียงของเธออ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปราศจากความเกรี้ยวกราดหรือมาดมั่นเมื่อครู่ "ทำไมคุณต้องทำดีด้วย... ในเมื่อเราเป็นคู่แข่งกัน" รณกรเงียบไปครู่หนึ่ง นิ้วเรียวยาวเอื้อมขึ้นปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อและละอองฝนออกจากกรอบหน้าผากของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนกแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของคนถูกกระทำ "เพราะผมแยกแยะงานกับเรื่องส่วนตัวได้ครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהชิดริมหูจนคนฟังขนลุกซู่ "...และเพราะคุณไม่ใช่แค่คู่แข่ง... พิมพ์ตะวัน" หัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบ คำพูดนั้นกำกวมเกินกว่าจะตีความ แต่นัยน์ตาที่ทอประกายจริงจังในความมืดกลับตะโกนคำตอบออกมาดังลั่นยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่า ก่อนที่พิมพ์ตะวันจะได้ทันตั้งสติหรือหาคำพูดคมคายมาโต้กลับตามสไตล์ถนัด แสงไฟฉุกเฉินสีขาวจ้าจากชั้นล่างก็สว่างพรึบขึ้นพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดหนีไฟมาทางนี้ "คุณพาย! คุณกร! อยู่แถวนี้ไหมครับ!" เสียงตะโกนเรียกชื่อดังแว่วมาไกลๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ รณกรถอยห่างออกไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ สีหน้ากลับมาเรียบตึงราวกับสถาปนิกผู้เคร่งขรึมคนเดิม ทว่าสายตาที่ทอดมองเธอยังคงทิ้งร่องรอยความลึกซึ้งบางอย่างเอาไว้ พิมพ์ตะวันยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงรัวเร็วไม่เป็นจังหวะ เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แต่ก่อนที่เธอจะได้หันไปตอบรับเสียงเรียกนั้น รณกรกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้อีกครั้ง พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "เรื่องที่เราคุยกันค้างไว้... ยังไม่จบแค่นี้แน่นอนครับ" --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้กันเสมอเลยนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%