"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้คานเหล็กหนาเกินสเปกแบบนั้น เกรงว่าโปรเจกต์นี้คงไม่ต้องรอให้คุณแม่ของผมมาสั่งรื้อหรอกครับ... มันคงพังทับหัวคนงานตั้งแต่ลงเสาเข็มต้นแรกแล้วล่ะ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นและคมกริบดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดของห้องอาหารกึ่งเอาต์ดอร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แรงกดดันจากคำพูดของท่านประธานหญิงเมื่อช่วงเช้ายังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศราวกับหมอกหนา แต่ดูเหมือนรณกรจะไม่ได้สนใจสายตาของใครในโต๊ะอาหารเลยสักนิด ดวงตาคมกราบกวาดมองร่างบางในชุดสูทเข้ารูปสีเบจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาเรียบนิ่ง ทว่าซ่อนประกายท้าทายไว้อย่างมิดชิด
พิมพ์ตะวันชะงักมือที่กำลังถือช้อนสลัด เธอยิ้มมุมปากนิดๆ ส่งสายตาเรียบเฉยแต่คมปลาบกลับไปทันที ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวต่อคำขู่กลายๆ นั้นเลยแม้แต่น้อย
"ขอบคุณสำหรับความกรุณาที่ช่วยเป็นห่วงเป็นใยโครงสร้างของดิฉันนะครับ คุณสถาปนิกเจ้าระเบียบ" พิมพ์ตะวันเน้นเสียงคำว่า *เจ้าระเบียบ* จนคนฟังเกือบจะเผลอขบกรามแน่น "แต่เท่าที่จำได้ วิศวกรเจ้าของโปรเจกต์คำนวณมาอย่างดีเยี่ยมและผ่านการรับรองมาตรฐานสากลแล้ว... หรือว่าสมองระดับดוקเตอร์จากอังกฤษของคุณรณกร จะลืมไปแล้วว่าวิศวกรรมกับงานศิลปะบนกระดาษไขมันใช้ตรรกะต่างกัน?"
"ตรรกะของผมคือความปลอดภัยของชีวิตคน ไม่ใช่งานประติมากรรมกลวงๆ ที่เน้นแค่ความสวยงามแต่โครงสร้างข้างในกลวงโบ๋เหมือนใครบางคนแถวนี้"
รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก เขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังกระทบเบาๆ แต่สะท้อนความหงุดหงิดที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ตั้งแต่คำถามของมารดาในห้องประชุมใหญ่ จนถึงท่าทีลอยชายไม่แคร์สื่อของหญิงสาวตรงหน้า ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลแปลกประหลาดในการทำให้สถาปนิกผู้เยือกเย็นและรักษาฟอร์มมาตลอดชีวิตอย่างเขา หลุดฟอร์มได้ภายในประโยคเดียว
ธันวาที่นั่งอยู่ถัดไปจากพิมพ์ตะวันหัวeเราะในลำคอเบาๆ พยายามแทรกตัวเข้ามาทำลายบรรยากาศมาคุนี้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมที่รณกรเกลียดนักหนา
"เอาล่ะครับ คุณกร คุณพาย เรามาทานข้าวกันดีกว่า อย่าเอาเรื่องงานเครียดๆ มาคุยกันบนโต๊ะอาหารเลยครับ เสียรสชาติหมด... ว่าแต่คุณพายครับ เย็นนี้ถ้าโปรเจกต์เคลียร์เรียบร้อย ผม "
"ฉันมีนัดตรวจหน้างานต่อครับ คงไม่สะดวกไปไหนต่อ... ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคุณธันวา" พิมพ์ตะวันตัดบทอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองหน้าคู่แข่งคนสำคัญ แววตาของเธอจดจ่ออยู่กับรณกรราวกับต้องการเอาชนะในเกมประสาทครั้งนี้ให้ได้
รณกรแค่นเสียงในลำคอ ความหึงหวงที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ผสมปนเปกับความหงุดหงิดทำให้เขายิ่งอยากเอาชนะ สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่าน แม้เขาจะพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอก็แค่ "ยัยวิศวกรปากจัด" ที่เข้ามาปั่นป่วนชีวิตอันสงบสุขของเขา แต่สายตาที่เผลอมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงเขาฉอดๆ นั้น กลับบอกความจริงที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
*ดื้อด้าน... ปากเก่ง... แล้วก็น่าโมโหที่สุด*
"ตรวจหน้างานเหรอครับ?" รณกรโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดี ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุ "ระวังเถอะครับ... หน้างานที่จะพัง อาจจะไม่ใช่โครงสร้างตึก แต่จะเป็นหัวใจของคุณเองซะก่อนที่โปรเจกต์นี้จะจบ"
พิมพ์ตะวันชะงักไปชั่ววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัวเมื่อเจอสายตาคู่คมที่มองมา รังสีความอบอุ่นเจือความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันอันตรายเกินกว่าจะรับมือ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามตั้งสกำแพงความหยิ่งทะนงขึ้นมาต้านทานความหวั่นไหวที่จู่โจมอย่างไร้ทิศทาง
"มั่นใจในตัวเองสูงจังนะครับระวังตัวคุณเองเถอะ... คนที่คิดว่าคุมได้ทุกอย่าง มักจะพลาดท่าให้กับสิ่งที่ตัวเองมองข้ามบ่อยที่สุด"
"งั้นเรามาลองดูกันไหมล่ะครับ ว่าระหว่างตึกกับหัวใจใครจะพังก่อนกัน" รณกรพูดด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่าต่ำที่มีเพียงเราสองคนได้ยิน ไดอะล็อกท้าทายที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันที
พิมพ์ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์ แต่ทว่า...
พรึบ!
เสียงเก้าอี้ถูกดึงถอยหลังอย่างแรง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ร่างนั้นมาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและรอยยิ้มกว้างที่ทำให้รณกรต้องหรี่ตาลงด้วยความไม่พอใจ
"อ้าว... คุยอะไรกันอยู่ครับ ดูเครียดกันจัง ขอผมแจมด้วยคนสิครับ คุณพาย"
เสียงทุ้มของชายหนุ่มแปลกหน้าดังขึ้น ขัดจังหวะสงครามประสาทระหว่างสถาปนิกหนุ่มกับวิศวกรสาวลงอย่างกะทันหัน รณกรตวัดสายตากลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาเย็นยะเยือก ขณะที่พิมพ์ตะวันเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใครคือคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
ดวงตาของรณกรหรี่แคบลงเมื่อสังเกตเห็นประกายบางอย่างในแววตาของพิมพ์ตะวันยามที่มองชายหนุ่มแปลกหน้าคนนี้ ความหึงหวงที่เพิ่งก่อตัวเปลี่ยนเป็นความระแวงในเสี้ยววินาที
"คุณมาทำอะไรที่นี่..." พิมพ์ตะวันพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย ซึ่งเป็นพิรุธที่รณกรไม่เคยเห็นมาก่อนในผู้หญิงปากเก่งคนนี้
"ผมก็มาทวงสัญญา..." ชายหนุ่มแปลกหน้าแย้มยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะกวาดสายตามองรณกรและพิมพ์ตะวันสลับกัน "สัญญาที่เราเคยตกลงกันไว้... ก่อนที่คุณจะหนีมาทำโปรเจกต์บ้าๆ นี่กับผู้ชายคนนี้ไงครับ"
รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกจากร่างหนา ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังชายผู้มาใหม่โดยไม่พูดอะไรสักคำ บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนจิกหมอนนี้นะครับ
เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 3
สงครามประสาทตอนเที่ยง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!