เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท•ตอนที่ 2

กฎเหล็กของสถาปนิก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"ถ้างานโครงสร้างส่วนนี้ผิดพลาดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ความรับผิดชอบทั้งหมดจะตกอยู่ที่คุณ... พิมพ์ตะวัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เจือความเย่อหยิ่งเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท รณกร (กร) สถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับมิลลิเมตรกำลังใช้ปลายปากกาเคาะลงบนแปลนพิมพ์เขียวสามมิติอย่างใจเย็น สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดั่งใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกความผิดพลาดให้ขาดวิ่น พิมพ์ตะวัน (พาย) หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อรัศมีกดดันของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... รอยยิ้มมุมปากของเธอกลับทำให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้เสียมากกว่า "คุณกรคะ... เอ๊ย ขอโทษทีครับ พอดีติดปาก" พิมพ์ตะวันจงใจแกล้งแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นคิ้วเข้มของอีกฝ่ายกระตุกเข้าหากัน "คุณกรควรเลิกกังวลเรื่องตัวเลขทศนิยมแล้วหันมามองภาพรวมของดีไซน์ที่มันดูแข็งทื่อเกินไปเสียก่อนจะดีกว่านะครับ งานนี้ฉันเป็นคนคำนวณโครงสร้างเอง ไม่เคยมีประวัติเสาบ้านร้าวหรือคานทรุดให้ตระกูลสถาปนิกชื่อดังของคุณต้องเสียชื่อหรอกครับ" รณกรขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกสะกิด เขารู้ดีว่าวิศวกรสาวตรงหน้าเก่งกาจและมีความสามารถสูงขนาดไหน ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ได้รับเลือกให้มาคุมโปรเจกต์ใหญ่ระดับพันล้านนี้ร่วมกับเขา แต่ปัญหาคือ... เธอมักจะชอบแหกกฎระเบียบและข้อจำกัดที่เขาสร้างขึ้นมาอยู่เรื่อย ชายหนุ่มวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่นเพื่อแสดงออกถึงความไม่พอใจ "กฎเหล็กของการทำงานร่วมกับผมคือ 'ความเป๊ะ' ไม่มีที่ว่างสำหรับความยืดหยุ่นหน้างานตามใจชอบของคุณ พิมพ์ตะวัน" รณกรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะประชุมฝั่งที่เธอนั่งอยู่ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว "ถ้าผมบอกว่าผนังส่วนนี้ต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กทึบ คุณก็ไม่มีสิทธิ์ไปเจาะช่องหน้าต่างเพิ่มเพื่อความสวยงามตามอำเภอใจ แค่เพราะคุณอยากโชว์วิสัยทัศน์วิศวกรสาวใจกล้า" พิมพ์ตะวันแหงนหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะจากระยะประชิดที่อันตรายเกินไป กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของรณกรกำลังทำลายสมาธิเธอทีละนิด แต่รอยยิ้มหยันบนเรียวปากบางก็ยังถูกตรึงไว้ได้อย่างเหนียวแน่น "วิสัยทัศน์ที่คับแคบเกินไปต่างหากที่จะทำให้ตึกหลังนี้กลายเป็นแท่งปูนไร้ชีวิตชีวา คุณกรอยากได้อนุสาวรีย์ความเนี๊ยบที่ไม่มีใครอยากเข้ามาอยู่ หรืออยากได้พื้นที่ที่มีลมหายใจจริงๆ กันแน่ครับ?" พิมพ์ตะวันย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนไม่แพ้กัน ก่อนที่เธอจะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา ปัดนิ้วไม่กี่ครั้งแล้วยื่นภาพจำลองสามมิติที่ปรับแก้หน้างานสดๆ ร้อนๆ ให้เขาดู "และที่ฉันเจาะช่องหน้าต่างเพิ่ม... ฉันไม่ได้ทำตามอำเภอใจ แต่ฉันคำนวณการรับน้ำหนักใหม่ทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว นี่คือตัวเลขการกระจายแรงที่อัปเดตเมื่อหนาวนาทีที่แล้ว เชิญทัศนาได้เลยครับท่านสถาปนิกผู้เคร่งครัด" รณกรก้มมองหน้าจอแท็บเล็ต สมองส่วนประมวลผลของสถาปนิกมือรางวัลทำงานอย่างรวดเร็ว เขากวาดสายตาผ่านตัวเลขทางวิศวกรรมที่ซับซ้อน ซึ่งไม่เพียงแต่จะถูกต้องแม่นยำเท่านั้น แต่มันยังช่วยเสริมให้เส้นสายงานดีไซน์ของเขากลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีกโดยที่เขาคาดไม่ถึง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ รณกรเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย มีความทึ่งระคนไม่ยอมรับความพ่ายแพ้อยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น ขณะที่พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นอย่างผู้ชนะ รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าสวยคม "ไงครับ? กฎเหล็กของคุณยังใช้ได้อยู่ไหม หรือต้องแก้ใหม่ให้เข้ากับโลกความเป็นจริงเสียที" พิมพ์ตะวันกระซิบถามเสียงเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ รณกรไม่ตอบทันที เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะหยิบแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาพิจารณาให้ละเอียดขึ้น ทว่าปลายนิ้วของทั้งคู่กลับสัมผัสกันโดยบังเอียดยามที่สถาปนิกหนุ่มฉวยมันมาจากมือเธอ ความเย็นเฉียบจากปลายนิ้วของเขาตัดกับความอุ่นร้อนจากมือเธอราวกับกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ทั้งสองคนชะงักค้างในท่าทางนั้น รณกรโน้มตัวลงมาใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกับกลุ่มผมลอนสลวยของเธอ ส่วนพิมพ์ตะวันก็เผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกดูดกลืนหายไปเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามในอกของคนทั้งคู่ สายตาคมกricของรณกรเลื่อนต่ำลงมองเรียวปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาเมื่อครู่แวบหนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน แววตาเย็นชาถูกแทนที่ด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนพิมพ์ตะวันต้องรีบเบนสายตาหนีเพื่อตั้งสติ "คุณนี่มัน..." รณกรเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนเธอรู้สึกวูบวาบไปหมด ก๊อก ก๊อก ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่เปี่ยมด้วยแรงดึงดูดประหลาด ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงโปรดของธันวา คู่แข่งทางธุรกิจและวิศวกรหนุ่มจากบริษัทคู่ประมูลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะสวีท... เอ๊ย ขัดจังหวะการประชุมสำคัญพอดี พอดีผมมีเอกสารด่วนจากทางเจ้าของโครงการที่อยากให้คุณกรช่วยพิจารณาใหม่เสียหน่อย..." ธันวาชะงักฝีเท้าลงเมื่อเห็นระยะห่างอันตรายระหว่างรณกรและพิมพ์ตะวัน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความเยาะเย้ยทันที "อุעם... ดูเหมือนผมจะมาผิดเวลาสินะครับเนี่ย" พิมพ์ตะวันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันทีเพื่อเว้นระยะห่าง ใบหน้าสวยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เธอรีบจัดเสื้อสูทให้เข้ารูปเพื่อกลบเกลื่อนอาการรวนเรในใจ ส่วนรณกรกลับยืนนิ่งสนิท สีหน้ากลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาดังเดิมในเสี้ยววินาที แต่กรามที่ขบเข้าหากันแน่นและประกายตาที่วาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจบ่งบอกชัดเจนว่า เขากำลังโกรธที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ "คุณธันวา... เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต แบบนี้เสียมารยาทมากนะครับ" รณกรเอ่ยเสียงเย็นเยียบ สายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อพุ่งตรงไปยังผู้มาใหม่ ธันวาไหล่งอเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน เขายกยิ้มมุมปากก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะตรงหน้าพิมพ์ตะวัน เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโต๊ะดังสะท้อนก้องในห้องที่เงียบงัน "พอดีผมได้ข่าวมาว่า แบบโครงสร้างของโปรเจกต์นี้มีปัญหาใหญ่หลวงจนวิศวกรมือหนึ่งอย่างคุณพายต้องแก้หน้างานกันวุ่นวาย ผมเลยเอา 'ทางเลือกที่ดีกว่า' มาเสนอให้คุณกรพิจารณา... เผื่อว่าโปรเจกต์นี้จะได้ไม่ต้องพังคามือคนเก่งแต่ปาก" ธันวาจงใจเน้นเสียงเยาะเย้ยใส่พิมพ์ตะวันเต็มๆ พิมพ์ตะวันหรี่ตามองธันวาด้วยความโกรธกรุ่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเล็กน้อย ความหลังอันเจ็บปวดที่เคยถูกธันวาเล่นตุกติกหักหลังในอดีตผุดขึ้นมาในหัวราวกับน้ำป่าไหลหลาก เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ รณกรสังเกตเห็นประกายความเจ็บใจในแววตาของหญิงสาว ร่างสูงก้าวข้ามผ่านหน้าเธอไปยืนบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับสัญชาตญาณดิบในการปกป้องผู้หญิงของเขาทำงานขึ้นมาทันที ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องมองธันวาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลง "เอกสารของคุณเก็บกลับไปซะ..." รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึกอันตรายที่ทำเอาธันวาถึงกับหุบยิ้ม "เพราะต่อให้แบบของผมจะมีปัญหาจริง คนที่จะแก้... ก็คือพิมพ์ตะวันคนนี้ ไม่ใช่หมาลอบกัดอย่างคุณ" ธันวาหน้าเสียไปถนัดตา อ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องกลืนคำพูดลงคอเมื่อเจอสายตาดุจพญามารของรณกรกดดันจนหายใจไม่ออก ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังเดือดดาลถึงขีดสุดนั้นเอง พิมพ์ตะวันก็เอื้อมมือมาแตะที่แขนเสื้อสูทของรณกรเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม แต่น้ำเสียงที่เธอเปล่งออกมากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อยที่ทำเอาผู้ชายทั้งสองคนในห้องต้องหันขวับมามอง "ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณกร..." พิมพ์ตะวันก้าวออกมาเผชิญหน้ากับธันวาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น "ในเมื่อคุณธันวาอุุตส่าห์เอาความพินาศมาเสิร์ฟถึงที่... เราก็ควรจะเปิดดูผลงานชิ้นเอกที่เขาตั้งใจเอามาประจานตัวเองเสียหน่อยไม่ใช่หรือครับ?" เธอหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาเปิดออกอย่างไร้ความเกรงกลัว ทว่าเพียงแค่กวาดสายตาผ่านหน้าแรก พิมพ์ตะวันก็ชะงักกึก รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนโกรธจัดเมื่อพบว่าเอกสารในมือคือข้อตกลงลับที่ระบุเงื่อนไขการถอนตัวของบริษัทเธอ หากโปรเจกต์นี้มีความล่าช้าเกิน 3 วัน ซึ่งเป็นกลโกงที่เธอเคยโดนธันวาเล่นงานเมื่อสามปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน! "นี่มัน..." พิมพ์ตะวันเงยหน้าขึ้นมองธันวาด้วยแววตาวาวโรจน์ ธันวากลับยิ้มเยาะอย่างได้ใจ "ใช่ครับ... เซ็นซะ หรือไม่ก็ยอมรับความอับอายแล้วไสหัวออกไปจากโปรเจกต์นี้ซะตั้งแต่ตอนนี้" รณกรก้าวเข้ามาประชิดตัวพิมพ์ตะวันอีกครั้ง กลิ่นอายความอันตรายแผ่พุ่งจากตัวสถาปนิกหนุ่มจนธันวาต้องถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว มือหนาเอื้อมไปแตะขอบแฟ้มเอกสารในมือหญิงสาวเบื้องหน้า ก่อนจะใช้สายตาคมกริบกวาดมองข้อความในนั้นแวบเดียวแล้วแค่นجในลำคอ "เกมสกปรกแบบนี้... ใช้ไม่ได้ผลกับคนของผมหรอกครับ" รณกรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดราวกับประกาศิต "เพราะพิมพ์ตะวันไม่ได้ทำงานคนเดียว... แต่เธอมีผมคุมหลังให้อยู่" คำพูดนั้นทำเอาพิมพ์ตะวันถึงกับหัวใจกระตุกวูบ เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเมื่อได้ยินสรรพนามและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครองจากชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย่อหยิ่งและเย็นชาที่สุดในวงการ ธันวาหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นรณกรไม่มีทีท่าว่าจะหลงกลแถมยังประกาศตัวเป็นพันธมิตรกับหญิงสาวอย่างเปิดเผย ชายหนุ่มกัดฟันกรอดเตรียมจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อแก้เก้อ ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันขยับตัว ประตูห้องประชุมอีกด้านที่เชื่อมต่อกับระเบียงกระจกด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสหรูหราของประธานกรรมการบริหารบริษัท... ซึ่งก็คือมารดาแท้ๆ ของรณกรเอง! "กร... แม่ได้ข่าวว่าโปรเจกต์นี้มีปัญหาเรื่องวิศวกรที่ไม่ยอมทำตามกฎของบริษัทจริงเหรอ?" เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ---------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เดิมพันรักฉบับคนกวนประสาท นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%